Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

31

Market Wrap-Up

  • SET วันที่ 14 พ.ค.69 ปิด +21.86 จุด อยู่ที่ 1,539.12 จุด มูลค่าการซื้อขาย 75,021 ลบ.ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 3,524 ลบ. ต่างชาติซื้อ 2,865 ลบ. สถาบันขาย 464 ลบ. และรายย่อยขาย 5,925 ลบ. NVDR ซื้อสุทธิ 2,062 ลบ.ซื้อ CPALL,KBANK,CRC,BBL,PTT และขาย DELTA,SCB,PTTEP,SCC,MINT มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 3,297 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น CN23,CNSTAR5023,CHG โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Long ใน Index Futures จำนวน 43,516 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 83,702 สัญญา ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 345 ลบ.

Market View

  • DJIA +0.75%, S&P500 +77%, Nasdaq +0.88% ได้แรงหนุนจากกลุ่มเทคโนโลยี +1.85% นำโดย Nvidia +4.4% หลังสหรัฐอนุมัติให้ขายชิป AI รุ่น H200 ให้กับบริษัทจีน 10 แห่ง เช่น Alibaba, Tencent, ByteDance, JD.com ฯ ซึ่งจะสั่งซื้อได้สูงสุด 75,000 ตัว/ราย ส่วน Boeing ได้คำสั่งซื้อเครื่องบินจากจีนจำนวน 200 ลำ ซึ่งต่ำกว่าคาดที่บริษัทคาดไว้ที่ 500 ลำ ขณะที่ประเด็นตะวันออกกลางนั้นจีนสนับสนุนให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซ และคาดจะเป็นตัวกลางในการเจรจากับอิหร่าน ทางด้านข้อมูลเศรษฐกิจรายงานยอดค้าปลีกสหรัฐ เม.ย. อยู่ที่ 0.5% & คาด 0.6% และผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์เพิ่มขึ้น 12,000 อยู่ที่ 211,000 & คาด 207,000 ราย
  • Stoxx600 ยุโรป +1.55% ได้แรงหนุนจากกลุ่มเทคโนโลยี +2.6% นำโดย STMicroelectronics +5.4%, Infineon +5.7% ขณะที่ LSEG เผยกำไร Q1/69 ของ บจ.ใน Stoxx600 +10.2% YoY สูงสุดในรอบ 3 ปี ได้แรงหนุนจากกำไรของกลุ่มพลังงาน, การเงิน, เทคโนโลยี และวัสดุพื้นฐานที่เติบโตดี ส่วนข้อมูล GDP อังกฤษ Q1/69 +0.6% & Q4/68 +0.2% QoQ ได้แรงหนุนจากภาคบริการ & ภาคการผลิต +0.8%     
  • ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ นิเกอิ -0.98% จากแรงขายกลุ่มโลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็ก, อสังหา และก่อสร้าง โดยระหว่างวันดัชนีปรับขึ้นทำ New High แต่ถูกแรงขายทำกำไรในกลุ่มเทคโนโลยี ส่วน Kospi เกาหลีใต้ +1.75% ทำจุดสูงสุดใหม่เป็นวันที่ 2 นำโดยกลุ่มเทคโนโลยี, ชีวเวชภัณฑ์ และการเงิน ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้ -1.52% จากแรงขายกลุ่มเทคโนโลยี โดยนักลงทุนยังรอผลการประชุมระหว่างผู้นำจีน – สหรัฐในวันแรกนั้น จีนยืนยันจะเปิดตลาดให้สหรัฐมากขึ้น, เตือนให้สหรัฐระวังในประเด็นไต้หวัน, หารือประเด็นในตะวันออกกลาง ยูเครน และคาบสมุทรเกาหลี, สหรัฐอนุมัติให้บริษัทจีนซื้อชิป AI รุ่น H200 ของ Nvidia
  • SET วานนี้ +1.44% ปริมาณการซื้อขาย 5 หมื่น ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 3,524 ลบ. ต่างชาติซื้อ 2,865 ลบ. สถาบันขาย 464 ลบ. และรายย่อยขาย 5,925 ลบ. โดยดัชนีได้แรงหนุนจากกลุ่มอิเล็ก ฯ หลังผลการเจรจาระหว่างสหรัฐ – จีนในวันแรกนั้น สหรัฐได้อนุมัติให้ Nvidia ขายชิป AI รุ่น H200 ให้กับบริษัทจีน 10 แห่ง ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยบวกเชิงจิตวิทยาต่อการลงทุนหุ้นกลุ่มเทค ฯ ในตลาดเอเชีย ส่วนประเด็นข้อขัดแย้งในตะวันออกกลางนั้น จีนสนับสนุนให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เดินเรือได้อย่างเสรี ซึ่งคาดจีนอาจเป็นตัวกลางในการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ – อิหร่าน ทางด้านปัจจัยในประเทศนั้น ผลการรายงานกำไร บจ.Q1/69 ที่ส่งงบแล้วมีกำไรดีกว่าคาด +12% นำโดยค้าปลีก เช่น CPALL,CRC กลุ่มเกษตรอาหาร เช่น CPF,GFPT และกลุ่มขนส่ง เช่น AOT,THAI,AAV ที่คาดจะได้ประโยชน์จากเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจจาก พรก.เงินกู้ 4 แสน ลบ. ที่กำลังจะเข้า ครม. ขณะที่หุ้นกลุ่ม Value & Defensive เช่น โรงไฟฟ้า, ไอซีที และธนาคารก็มีแรงซื้อสะสม ซึ่งเป็นกลุ่มที่คาดจะได้ประโยชน์จากเม็ดเงินลงทุน FDI ในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานด้าน Data Center & AI ในประเทศไทย ส่วนประเด็นที่ต้องติดตามวันจันทร์หน้า สภาพัฒน์จะรายงาน GDP ไทย Q1/69 ซึ่งตลาดคาดไว้ที่ 2.2% & Q4/68 2.5% YoY

   Daily Strategy

  • ประเมินแนวรับดัชนี 1,520 – 1.30 แนวต้าน 1,545  ได้แรงหนุนจากผลการเจรจาระหว่างสหรัฐ – จีนในวันแรกอยู่ในทิศทางบวก กอปรกับยังได้แรงหนุนจากรายงานกำไร บจ.Q1/69 ดีกว่าคาด แนะนำเก็งกำไรหุ้นที่รายงานกำไร Q1/69 ออกมาดีกว่าคาด เช่น CPALL,CRC,CPF,AOT,PRM / ทยอยซื้อกลุ่มปลอดภัย ADVANC,TRUE,GULF,KBANK      
  • GULF* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 72.25 บาท)บริษัทรายงานกำไรสุทธิ 1Q69 ที่ 1 พันล้านบาท +QoQ, +YoY มีแรงหนุนจากปริมาณการขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า IPP เพิ่มขึ้นหลังผ่านช่วง low season และการรับรู้การขายไฟฟ้าจากโครงการ Solar ในไทย 354MW ที่ทยอย COD ตั้งแต่ปีก่อน รวมถึงส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้น  YoY จาก ADVANC แนวโน้ม 2Q69 ดีขึ้นต่อเนื่องจากโรงไฟฟ้าในไทยตามความต้องการใช้ในช่วงฤดูร้อน ส่วนแบ่งกำไรจาก ADVANC และโรงไฟฟ้า Jackson ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น รับรู้เงินปันผลก้อนใหญ่ของ KBANK และกำไรพิเศษจากการขายสัดส่วนการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าปากลาย ช่วยชดเชยต้นทุนก๊าซที่กระทบต่อโรงไฟฟ้า SPP ทั้งนี้ตลาดคาดกำไรปี 69-70 ที่ 3.3 หมื่นล้านบาท Flat YoY และ 3.6 หมื่นล้านบาท +10%YoY
  • TNP* (ซื้อ /ราคาเป้าหมาย IAAConsensus 79บาท) กำไรสุทธิ1Q69 อยู่ที่ 48 ลบ.-4%YoY -24%QoQ แม้การดำเนินงานใน 1Q69 มีจะถูกกดดันจากกำลังซื้อในประเทศอ่อนแอ SSSG -3.2%YoY รวมถึงฐานสูงใน 4Q68 จากภาครัฐมีการเพิ่มเงินช่วยเหลือพิเศษของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ช่วงถัดไป คาดมีแรงหนุนจากม.ช่วยค่าครองชีพ/กระตุ้นกำลังซื้อของรัฐบาล โดยทาง TNP* เองวางเป้าหมายรายได้ในปี69 นี้ จะเติบโตราว 10-15% วางแผนขยายสาขาใหม่อีก 8 สาขาบริเวณภาคเหนือที่งบลงทุน 130 ลบ. ปัจจุบัน ตลาดคาดว่าในปี69และ 70 กำไรสุทธิของTNP* จะอยู่ที่ 223 ลบ.(+5%YoY) และ 244 ลบ.(+9%YoY)

 

 

Daily Key Factors

Oil Update(+) WTI มิ.ย. +$0.15 อยู่ที่ $101.17 / บาร์เรล, Brent ก.ค. +$0.09 อยู่ที่ $105.72/บาร์เรล หลังอิหร่านได้เริ่มอนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติจีนบางลำผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ผลการประชุมผู้นำสหรัฐ – จีน หนุนในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

 

Gold Update (-)Comex Gold มิ.ย. -$21.40 ปิดที่ 4,685.30 ดอลลาร์/ออนซ์ ถูกกดดันจาก Dollar Index แข็งค่า +0.3% และรอการประชุมผู้นำสหรัฐ – จีนในประเด็นการค้า & ไต้หวัน & ตะวันออกกลาง

 

Fund Flow(+) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ ซื้อสุทธิ +95.73 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยซื้อหุ้นไทย +88.15 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และซื้อหุ้นฟิลิปปินส์ +7.58 ล.ดอลลาร์สหรัฐ

 

(-) ค่าเงินบาทเช้านี่อ่อนค่าอยู่ที่ 32.48 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(-) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.519 %

(+) ดัชนี BDI ปิด +6 จุด อยู่ที่ 3,195

(+) BitCoin เช้านี้  +2.26% อยู่ที่ 81,402 ดอลลาร์สหรัฐ

 

 Economic Calendar

 

ในประเทศ

18 พ.ค.     สภาพัฒน์ แถลงตัวเลข GDP ไตรมาส 1/69

สัปดาห์ที่3 ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และ ชิ้นส่วน

ยานยนต์

สัปดาห์ที่4 กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ

 

ต่างประเทศ

11 พ.ค.     US ยอดขายบ้านมือสอง (Existing Home Sales)  (เม.ย.)

12 พ.ค.     US ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (เม.ย.)

13 พ.ค.     US ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) (เม.ย.)

US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ

14 พ.ค.     US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก

                US ดัชนียอดขายปลีก (เม.ย.)

 

 

Theme Strategy

ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield ที่มีความทนทานต่อภาวะตลาดที่ผันผวนสูงจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

 

(1) High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KKP, KTB, SCB, TISCO, TTB กลุ่ม REIT / อื่นๆ CPN*, CPNREIT*, ROJNA*

 

(2) Commodity Linked ได้ประโยชน์จาก Energy Shock กลุ่มพลังงาน PTTEP, BANPU กลุ่มปิโตรเคมี PTTGC, IVL, IRPC กลุ่ม Biofuel BBGI*, GGC*, TAE*, UBE*, PCE*, UVAN*, APO*, VPO*, AIE* กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน BCPG*, GUNKUL*

 

(3) ราคาสินค้าเกษตร / อาหาร ปรับตัวเพิ่มขึ้น STA*, STGT*, TRUBB*, NER*, TFG*, BTG*

 

(4) Defensive กลุ่ม ICT / Data Center ADVANC, TRUE, DELTA*, HANA*, STECON, INSET*

 

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 45% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio May 2026: GPSC*, ITC*, TRUE, TACC*, GUNKUL*, CPALL

 

 

Analysts

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri  

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

               

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้