--- บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)PTG---
ฟื้นตัวในไตรมาสต่อไป
PTG รายงานผลขาดทุนสุทธิ 1Q26 ที่ -205 ล้านบาท (เทียบกับกำไรสุทธิ 190 ล้านบาทใน 1Q25 และ 314 ล้านบาทใน 4Q25) ใกล้เคียงกับที่ Bloomberg consensus คาดการณ์ไว้ การอ่อนตัวมาจาก ค่าการตลาดน้ำมันที่ลดลงอย่างมาก เนื่องจากรัฐบาลยังคงตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในช่วง 3 สัปดาห์แรกของเดือนมีนาคม 26 ขณะที่ราคาหน้าโรงกลั่นปรับตัวสูงขึ้น หลังความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ/อิสราเอลกับอิหร่านทวีความรุนแรง
ค่าการตลาดเฉลี่ยใน 1Q26 อยู่ที่ 1.29 บาท/ลิตร (-20% YoY, -20% QoQ) ขณะที่ผลการดำเนินงานปกติพลิกเป็นขาดทุนสุทธิ 177 ล้านบาท (เทียบกับกำไรสุทธิ 193 ล้านบาทใน 1Q25 และ 360 ล้านบาทใน 4Q25)
เราคาดว่าผลการดำเนินงานจะฟื้นตัวใน 2Q26F หลังรัฐบาลได้โยกภาระการอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลบางส่วนไปยังกลุ่มโรงกลั่น โดยให้โรงกลั่นลดราคาน้ำมันดีเซลลง 2-5 บาท/ลิตร อย่างไรก็ตาม เรายังคงระมัดระวังต่ออุปสงค์น้ำมันดีเซล เนื่องจากรายงานว่าปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลในประเทศลดลงเกือบ 50% หลังมีสงครามตะวันออกกลาง โดยลดลงจากประมาณ 70 ล้านลิตร/วัน เหลือเพียงราว 35–40 ล้านลิตร/วัน
แรงกดดันด้านค่าการตลาดเริ่มผ่อนคลาย โดยความเสี่ยงด้านกฎระเบียบถูกโยกไปยังกลุ่มโรงกลั่น หลังรัฐบาลปรับลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่นลง 2.0–5.0 บาท/ลิตร ในช่วงเดือนเมษายน–พฤษภาคม 2026 สำหรับข้อมูล 2Q26-QTD ค่าการตลาดของน้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 3.27 บาท/ลิตร (-7% YoY, +14% QoQ) และของน้ำมันดีเซลเท่ากับ 2.24 บาท/ลิตร (+19% YoY, +50% QoQ)
มีแผนเปิดสถานีบริการน้ำมันและร้านกาแฟพันธุ์ไทยเพิ่มประมาณ 60 สถานี และประมาณ 800 แห่งในปี 2026 ใช้เงินลงทุน 3.5-4.5 พันล้านบาท โดยคาดว่าปริมาณขายน้ำมันปีนี้จะโต 3-5% และรายได้ที่ไม่ใช่น้ามันขยายตัว 30-40% ตั้งเป้า EBITDA ขยายตัว 8-10%
คงคำแนะนำถือ ให้ราคาเป้าหมาย 8.20 บาท (DCF) ทั้งนี้คาดว่าผลประกอบการ 2Q26F จะฟื้นตัวดีขึ้น แต่บางส่วนจะถูกทอนลงด้วยปริมาณขายน้ำมันดีเซลที่ลดลง รวมถึงค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่ทรงตัวสูงจากการขยายสาขา