Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.เอเซีย พลัส : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

92

 

เงินเฟ้อเริ่มมา ... ตลาดหุ้นเริ่มกังวล

HORIZON MARKET VIEW
• สงครามสหรัฐฯ – อิหร่าน ที่ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 3 และการรเจรจายังไม่บรรลุข้อตกลงทำราคาน้ำมันดิบโลกยังคงยืนระดับสูงต่อเนื่อง ซึ่งเช้านี้ WTI อยู่ที่ 101 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่งผลให้เงินเฟ้อในหลายประเทศพุ่งขึ้นแรงในเดือน เม.ย. 2026 โดยล่าสุดสหรัฐฯ เผยดัชนีเงินเฟ้อเดือนเม.ย. ขยายตัว 3.8%YOY สูงกว่าตลาดคาดที่3.7%YOY และทำจุดสูงสุดรอบ 3 ปี อีกทั้งยังสูงกว่ากรอบเป้าหมาย 2%
• ผลที่ตามมาทำให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของสหรัฐฯ ในปัจจุบันอยู่ที่ -0.5% (ดอกเบี้ย3.75% - เงินเฟ้อ 3.80%) ซึ่งอาจทำให้การตัดสินใจในการลดดอกเบี้ยของ FED เป็นไปอย่างยากลำบาก ขณะที่แง่มุมของตลาด FEDWATCH TOOL คาด FED จะคงดอกเบี้ย3.75% ตลอดทั้งปี 2026 และมีน้ำหนักที่จะขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง สู่ระดับ 4.0%นอกจากนี้ ยังสะท้อนผ่าน BOND YIELD 10Y สหรัฐฯ วิ่ง ทะลุ 4.4% แล้ว


REGION RADAR
• ON HOLDINGS (ONON US) เผยงบไตรมาส 1 มีรายได้รวมอยู่ที่CHF831 +15% YOY (สูงกว่าคาด 0.7%) ขณะที่ EPS อยู่ที่CHF0.31 +76% YOY (สูงกว่าคาด 37%) หนุนจากยอดขายรองเท้าที่แข็งแกร่ง นำโดยรองเท้า ON CLOUDTILT REMIX
• JD.COM (9618 HK) เผยงบไตรมาส 1 มีรายได้รวมอยู่ที่ 3.16 แสนล้านหยวน +5% YOY (สูงกว่าคาด 1.4%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ 5.12หยวน -39% YOY (สูงกว่าคาด 44%) หนุนจากผลขาดทุนธุรกิจFOOD DELIVERY ที่ลดลง แนะนำเก็งกำไร DR: MEITUAN80

 

THAI FOCUS
• การปรับน้ำหนักดัชนีMSCI รอบล่าสุด (มีผล 29 พ.ค. 26) หุ้นเข้าGLOBAL SMALL CAP : MRDIY และTFG คาดได้รับปัจจัยบวกระยะ
สั้นจากแรงซื้อของกองทุน PASSIVE FUND เพื่อปรับพอร์ตตามดัชนี
• แม้จะมีหุ้นเข้าใหม่ แต่ภาพรวมตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มถูกลดน้ำหนักลงเนื่องจาก ตลาดหุ้นในกลุ่ม EMERGING MARKET อื่นๆ เติบโตในช่วง3 เดือนที่ผ่านมา เช่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน และจีน ทำให้ประเทศที่เล็กกว่าหรือปรับขึ้นน้อยกว่า อาทิ ไทย ถูกเบียดสัดส่วนให้ลดลงตามกลไกการคำนวณ

SYNAPSE STRATEGY
• เงินเฟ้อสหรัฐที่สูงกว่าคาด สงครามที่ยาวนาน รวมถึงดอกเบี้ยอาจยื่นสูงนาน ล้วนกดดันให้กำไรบริษัทจดทะเบียนในระยะถัดไปมีโอกาสย่อตัวลงได้ ขณะที่ FORWARD P/E ของ S&P500 ยังยืนสูง 20.9เท่า คิดเป็น EARNING YIELD 4.78% ซึ่งสูงกว่า BOND YIELD 10YEARS สูงสุดในรอบ 10 เดือน ที่ 4.46% นิดเดียว
• กลยุทธ์ยังคงแนะขายทำกำไรหุ้นที่ขึ้นมาแรง ทยอยสะสมหุ้นเปิดเมืองBDMS, BH, CENTEL, ERW, MINT, CPAXT, CPALL, CBG และหุ้นปันผล KTB, BBL, KBANK


HORIZON MARKET VIEW
สงครามยังไม่จบดีล ดันเงินเฟ้อพุ่งสูง
สงครามสหรัฐฯ – อิหร่าน ที่ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 3 และการรเจรจายังไม่บรรลุข้อตกลง ทำราคาน้ำมันดิบโลกยังคงยืนระดับสูงต่อเนื่อง ซึ่งเช้านี้WTI อยู่ที่ 101 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่งผลให้เงินเฟ้อในหลายประเทศพุ่งขึ้นแรงในเดือนเม.ย. 2026 โดยล่าสุดสหรัฐฯ เผยดัชนีเงินเฟ้อเดือนเม.ย. ขยายตัว 3.8%YOY สูงกว่าตลาดคาดที่ 3.7%YOYและทำจุดสูงสุดรอบ 3 ปีอีกทั้งยังสูงกว่ากรอบเป้าหมาย 2%

 

ผลที่ตามมาทำให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของสหรัฐฯ ในปัจจุบันอยู่ที่ -0.5% (ดอกเบี้ย 3.75% - เงินเฟ้อ 3.80%)ซึ่งอาจทำให้การตัดสินใจในการลดดอกเบี้ยของ FED เป็นไปอย่างยากลำบาก ขณะที่แง่มุมของตลาดFEDWATCH TOOL คาด FED จะคงดอกเบี้ย 3.75% ตลอดทั้งปี 2026 และมีน้ำหนักที่จะขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งสู่ระดับ 4.0% นอกจากนี้ ยังสะท้อนผ่าน BOND YIELD 10Y สหรัฐฯ วิ่ง ทะลุ 4.4% แล้ว


สรุป สภาพคล่องส่วนเกินในปีนี้มีโอกาสลดน้อยลงตามไปด้วย จากระดับการลดดอกเบี้ยมีโอกาสเบาลง บวกกับมีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยในระยะถัดไป เพื่อกดดันเงินเฟ้อ

 

REGION RADAR
ONON ปรับเพิ่มเป้าหมายกำไรขึ้นเซอร์ไพรซ์ตลาด
ON HOLDINGS (ONON US) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/26 โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ CHF831 +15%
YOY (สูงกว่าคาด 0.7%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ CHF0.31 +76% YOY (สูงกว่าคาด 37%) หนุนจากยอดขายรองเท้าที่แข็งแกร่ง นำโดยรองเท้า ON CLOUDTILT REMIX เน้นเจาะตลาดกลุ่มวัยรุ่นและได้แรงหนุนจากรองเท้าวิ่งLIGHTSPRAY ที่มีความต้องการมากจนผลิตไม่ทัน นอกจากนี้ บริษัทปรับเพิ่มเป้าหมายกำไรในปีนี้ คาดEBITDA MARGIN ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 19.5%-20.0% (เดิมคาด 18.5%-19%) แนะนำเก็งกำไร DR: ONON03หากราคามีการปรับตัวลงมา โดยปัจจุบัน VALUATION มีความน่าสนใจมากขึ้นเมื่อเทียบกับการเติบโต โดยราคาหุ้นซื้อขายกันที่ FORWARD P/E 18.6 เท่า

 

JD.COM งบดีกว่าคาดจากธุรกิจส่งอาหารขาดทุนลดลง
JD.COM (9618 HK) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/26 โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 3.16 แสนล้านหยวน +5%
YOY (สูงกว่าคาด 1.4%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ 5.12 หยวน -39% YOY (สูงกว่าคาด 44%) โดยได้แรงหนุนจากการเติบโตแข็งแกร่งของธุรกิจ JD RETAILซึ่งรายได้ทำสถิติสูงสุดใหม่แตะระดับ 2.67 แสนล้านหยวน +2% YOY อีกทั้งยังได้แรงหนุนจากผลขาดทุนที่ลดลงของธุรกิจส่งอาหาร นอกจากนี้ บริษัทระบุว่า ไตรมาสแรกได้ซื้อหุ้นคืนประมาณ 1.6% ของหุ้นทั้งหมด คิดเป็นเงินราว $631 ล้าน แนะนำเก็งกำไร DR:MEITUAN80 เนื่องจากเริ่มเห็นสัญญาณการแข่งขันที่ลดลงในธุรกิจ FOOD DELIVERY สะท้อนผ่านผลขาดทุนของธุรกิจ JD FOODDELIVERY ที่มีการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คาดว่าจะเห็น MEITUAN รายงานผลประกอบการที่เซอร์ไพรซ์ตลาดจากธุรกิจส่งอาหารที่มีผลขาดทุนลดลง

 


THAI FOCUS
เจาะลึกหุ้นไทยเข้า-ออก และความเสี่ยงที่ตลาดหุ้นไทยอาจถูกหั่นน้ำหนักการลงทุน
การประกาศทบทวนรายชื่อหุ้นและปรับน้ำหนักการลงทุน (REBALANCE) ของดัชนีMSCI รอบล่าสุดมีผลบังคับใช้ ณ ราคาปิดของวันที่29 พ.ค.26 โดยหุ้นที่ถูกคัดเข้า GLOBAL SMALL CAP มี 2 บริษัท คือ MRDIYT และTFG โดยการถูกนำเข้าคำนวณในดัชนีมักจะเป็นปัจจัยบวกระยะสั้น เนื่องจากจะมีเม็ดเงินจากกองทุนประเภทPASSIVE FUND ที่ลงทุนอิงตามดัชนี MSCI ต้องเข้ามาไล่ซื้อหุ้นเพื่อปรับพอร์ตให้สอดคล้องกับดัชนีส่วนหุ้นที่ถูกคัดออกมี 1 บริษัทคือ TOA ซึ่งอาจเผชิญแรงขายทำกำไรหรือการปรับพอร์ตจากกองทุนต่างชาติในช่วงก่อนวันที่ดัชนีจะมีผลบังคับใช้แม้ในแง่ของจำนวนหุ้นเข้าออกอาจจะดูไม่มีผลกระทบต่อภาพรวมมากนัก แต่ความท้าทายอีกส่วนหนึ่ง คือสัดส่วนน้ำหนักของตลาดหุ้นไทยที่มีแนวโน้มจะถูกกดดัน สาเหตุหลักไม่ได้มาจากปัจจัยพื้นฐาน แต่เกิดจากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาดหุ้นคู่แข่งในภูมิภาคในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา อาทิ ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ +38%,ตลาดหุ้นไต้หวัน +30%, ตลาดหุ้นจีน +5% ซึ่งหากพิจารณาโครงสร้างของดัชนี MSCI EMERGING MARKETจะพบว่า 3 ประเทศกินสัดส่วนรวมกันสูงถึง 66% ของดัชนีทั้งหมด จึงบังคับให้ประเทศที่กินสัดส่วนใหญ่เหล่านี้มีน้ำหนักในดัชนีเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ประเทศที่มีขนาดเล็กกว่าและผลตอบแทนในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้โดดเด่นเท่า อาทิตลาดหุ้นไทยจำเป็นต้องถูกเบียดและปรับลดน้ำหนักลงโดยปริยาย


SYNAPSE STRATEGY
ในเชิงพื้นฐาน ตลาดหุ้นมีโอกาสพักฐานบ้าง
เงินเฟ้อสหรัฐที่สูงกว่าคาด สงครามที่ยาวนาน รวมถึงดอกเบี้ยอาจยื่นสูงนาน ล้วนกดดันให้กำไรบริษัทจดทะเบียนในระยะถัดไปมีโอกาสย่อตัวลงได้ขณะที่ FORWARD P/E ของ S&P500 ยังยืนสูง20.9 เท่า คิดเป็น EARNING YIELD 4.78% ซึ่งสูงกว่า BOND YIELD 10 YEARS สูงสุดในรอบ 10 เดือน ที่ 4.46%นิดเดียว

แสดงว่า MEYG แคบมาก เหลือแค่ 0.31% ซึ่งระดับนี้มีความเสี่ยงที่จะถูกขายทำกำไรมากขึ้น หากมีเรื่องผิดปกติเข้ามา กดดันตลาดหุ้นโลกในช่วงนี้ผันผวนมากขึ้นไปด้วยได

กลยุทธ์ยังคงแนะขายทำกำไรหุ้นที่ขึ้นมาแรง ทยอยสะสมหุ้นเปิดเมือง BDMS, BH, CENTEL, ERW,MINT, CPAXT, CPALL, CBG และหุ้นปันผลสูง KTB, BBL, KBANK

 

จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์

ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985

สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้