Today’s NEWS FEED

News Feed

PTGแจงไตรมาสแรกปีนี้พลิกเป็นขาดทุน205 ลบ. มาจากธุรกิจ Oil ที่มีกำไรขั้นต้นลดลง 15.9% YoY และ 19.2%QoQ เป็น 2,267 ล้านบาท จากความไม่สอดคล้องในเชิงเวลาระหว่างต้นทุนน้ำมันหน้าโรงกลั่นที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาโลก จากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันอ

143


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(13 พฤษภาคม 2569)-----------------บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) PTG เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2569 ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป จากแรงสนับสนุนของภาคการส่งออก การ
ผลิตภาคอุตสาหกรรม และกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศ ขณะที่ช่วงเดือนมีนาคม เศรษฐกิจเริ่มเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบและราคาพลังงานในตลาดโลกปรับตัวผันผวนอย่างมีนัยสำคัญ กระทบต่อต้นทุนพลังงาน ต้นทุนการขนส่ง และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในหลายภาคส่วน ขณะที่ภาคธุรกิจและกำลังซื้อภายในประเทศยังฟื้นตัวได้อย่างจำกัดภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนา

ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 ของบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ ”) สะท้อนแรงกดดันดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยบริษัทฯ รายงานขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้เป็นเจ้าของบริษัทใหญ่จำนวน 205 ล้านบาท พลิกจาก
กำไรเป็นขาดทุน 208.1% YoY และ 165.3% QoQ มีสาเหตุหลักจากธุรกิจ Oil ที่มีกำไรขั้นต้นลดลง 15.9% YoY และ 19.2%QoQ เป็น 2,267 ล้านบาท จากความไม่สอดคล้องในเชิงเวลาระหว่างต้นทุนน้ำมันหน้าโรงกลั่น
ที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาโลก จากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางดังกล่าว กับการบริหารจัดการกองทุนน้ำมันในประเทศ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นต่อลิตรลดลง 20.1% YoY และ 20.3% QoQ
ขณะที่ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันผ่านทุกช่องทางเติบโต 5.2% YoYและ 1.5% QoQ สู่ระดับ 1,753 ล้านลิตร จากความต้องการใช้น้ำมันที่เร่งตัวขึ้นกว่าปกติในช่วงเดือนมีนาคม


อย่างไรก็ดี ธุรกิจ Non-Oil ยังคงเติบโตแข็งแกร่ง โดยมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 50.6% YoY และ 5.7% QoQ สู่ระดับ2,001 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มอย่างกำแฟพันธุ์ไทย ที่มีกำรเติบโตของรายได้และกำไรขั้นต้นมากกว่า 80% YoY จากการขยายสาขาและการเพิ่มขึ้นของยอดขายจากสาขาเดิม (Same-Store-Sales Growth: SSSG) ส่งผลให้สัดส่วนกำไรขั้นต้นจาก Non-Oil ขยับขึ้นสู่ระดับ 46.9% ของกำไรขั้นต้นรวม สะท้อนการเปลี่ยนผ่านเชิง
โครงสร้างที่ต่อเนื่องของบริษัทฯ สู่พอร์ตธุรกิจที่มีความสมดุลและยืดหยุ่นต่อความผันผวนของตลาดพลังงานมากยิ่งขึ้นสำหรับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ปรับเพิ่มขึ้น 19.4% YoY และ 6.6% QoQ เป็น 4,363 ล้านบาท
ตามการขยายตัวของธุรกิจ Non-Oil โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร ค่าเสื่อมราคา และกิจกรรมทางการตลาดเพื่อรองรับจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในการร่วมค้ำและบริษัทร่วม เติบโต 37.9% YoY และ 291.7%QoQ สะท้อนการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานในบริษัทร่วมที่สำคัญ ผลจากต้นทุนคงที่ที่สูงขึ้นตามการขยายสาขา ประกอบกับแรงกดดันต่อกำไรดำเนินงานจากความผันผวนของธุรกิจOil ส่งผลให้ กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ลดลง 15.0% YoY และ 35.3% QoQเป็น 1,281 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงดำเนินธุรกิจภายใต้โครงสร้างกลยุทธ์ "Powering Thai Lives: Everywhere · Everyday ·Everyone" อย่างต่อเนื่อง ผ่านการเชื่อมโยงธุรกิจ Oil และ Non-Oil ภายใต้ฐานสมาชิก PT Max Card กว่า 25 ล้านราย เพื่อเพิ่ม
ความถี่การใช้บริการและมูลค่าต่อลูกค้าภายในระบบนิเวศ Max World พร้อมมุ่งเน้นการเติบโตเชิงคุณภาพและการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ยังคงดำเนินต่อไป


บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยในทุกมิติของชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การเดินทาง อาหารและเครื่องดื่ม ไปจนถึงบริการด้านยานยนต์และพลังงานสะอาด ภายใต้วิสัยทัศน์ "อยู่ดี มีสุข" ที่สะท้อนความตั้งใจของบริษัทฯ ในการเป็นส่วนหนึ่งของทุกช่วงเวลาในชีวิตของผู้บริโภคอย่างยั่งยืน โดยบริษัทฯ ยังคงเป้าหมายการดำเนินงานและเป้าหมายทางการเงิน สำหรับปี 2569 ตามเดิม พร้อมติดตามสถานการณ์ด้านราคาพลังงานและปัจจัยทางเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบและแนวโน้มการดำเนินธุรกิจในระยะถัดไป

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้