TNP
คาด 2Q69 มีโอกาสเติบโตทั้ง YoY และ QoQ
ทั้งปี 69 คาดเติบโต 8% จากแผนขยายสาขาเชิงรุก
-งวด 1Q69 มีกำไรสุทธิ 48 ลบ. -4%YoY -24%QoQ อ่อนแอกว่าที่คาด จากค่าใช้จ่ายในการขยายสาขาใหม่ที่เร่งขึ้น
-คาดแนวโน้ม 2Q69 มีโอกาสเติบโตทั้ง YoY และ QoQ และยังมีอัพไซด์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
-คาดกำไรปี 69 ราว 229 ลบ. +8%YoY จากแผนขยายสาขาเชิงรุก 8 แห่ง สู่ทั้งหมด 64 แห่ง ณ ปลายปี 69
-คงคำแนะนำ “ซื้อ” แต่ปรับราคาเหมาะสม TNP ปี 69 ลดลงสู่ 3.58 บาท
Investment Highlight
งวด 1Q69 มีกำไรสุทธิ 48 ลบ. -4%YoY -24%QoQ อ่อนแอกว่าที่คาด จากค่าใช้จ่ายในการขยายสาขาใหม่ที่เร่งขึ้น
งวด 1Q69 มีรายได้ 770 ลบ. +7%YoY -14%QoQ เป็นไปในทิศทางเดียวกับที่คาด โดยเติบโต YoY มีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายสาขาใหม่ที่เพิ่มขึ้นสู่ 58 แห่ง (+6 แห่ง YoY +2 แห่ง QoQ) อย่างไรก็ตาม SSSG ยังหดตัว 3.2%YoY จากกำลังซื้อที่ยังคงอ่อนแอ ขณะที่รายได้หดตัวลง QoQ จากฐานสูงในไตรมาสก่อนหน้าที่ได้อานิสงส์ของมาตรการเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และกำลังซื้อภาพรวมที่สูงขึ้นจากมาตรการ “คนละครึ่งพลัส” ส่วน %GPM ปรับลดลงจากปีก่อนสู่ 18.21% (1Q68 = 18.56%, 4Q68 = 17.71%) ขณะเดียวกัน %SG&A ปรับเร่งขึ้นสู่ 10.78% (1Q68 = 10.33%, 4Q68 = 9.17%) เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขาใหม่ อาทิ พนักงาน และค่าเสื่อมราคา ส่งผลให้งวด 1Q69 มีกำไรสุทธิ 48 ลบ. -4%YoY -24%QoQ อ่อนแอกว่าที่คาดว่าจะเติบโต YoY
คาดแนวโน้ม 2Q69 มีโอกาสเติบโตทั้ง YoY และ QoQ และยังมีอัพไซด์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
เราคาดว่าแนวโน้มผลประกอบการช่วง 2Q69 มีโอกาสเติบโตทั้ง YoY และ QoQ โดยแม้ SSSG ช่วงเดือนเม.ย.ที่ผ่านมายังคงติดลบ 1-2% แต่คาดรายได้ยังคงเติบโตจากการเก็บเกี่ยวกับรายได้ของสาขาใหม่ที่เปิดในช่วง 1Q69 จำนวน 2 แห่ง ประกอบกับใน 2Q69 เตรียมเปิดเพิ่มอีก 1 แห่ง สู่ทั้งหมด 59 แห่ง ณ สิ้นไตรมาส นอกจากนี้ ยังมีอัพไซด์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่เตรียมเข้า ครม. ในวันที่ 19 พ.ค.นี้ อาทิ “เพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ส่วน “คนละครึ่งพลัส เฟส 2” แม้ TNP อาจไม่ได้รับสิทธิ์ดังกล่าว แต่จะช่วยเรื่องกำลังซื้อภาพรวมที่สูงขึ้น
คาดกำไรปี 69 ราว 229 ลบ. +8%YoY จากแผนขยายสาขาเชิงรุก 8 แห่ง สู่ทั้งหมด 64 แห่ง ณ ปลายปี 69
เราคาดแนวโน้มรายได้และกำไรสุทธิปี 69 ราว 3,396 ลบ. +10%YoY และ 229 ลบ. +8%YoY ตามลำดับ ใกล้เคียงกับกรอบเป้าหมายของบริษัทที่ให้แนวโน้มรายได้ทั้งปี 69 เติบโต 10-15% มีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากแผนขยายสาขาปีนี้ทั้งหมด 8 แห่ง โดยแบ่งเป็นเปิดในช่วง 1H69 จำนวน 3 แห่ง และ 2H69 จำนวน 5 แห่ง สู่ทั้งหมด 64 แห่ง ณ สิ้นปี 69 ซึ่งเป็นเป้าหมายการขยายสาขาเชิงรุกมากขึ้นจากเดิมเฉลี่ยเปิดใหม่ปีละ 5-6 แห่ง จากกลยุทธ์เพื่อชิงความได้เปรียบเรื่องทำเลที่ตั้ง ท่ามกลางคู่แข่งที่ชะลอการเปิดสาขา ส่วนผลกระทบจากภาวะสงครามที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น เราคาดว่าจะได้รับผลกระทบไม่มาก เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงเพื่อการขนส่งมีสัดส่วนเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม คาด %SG&A ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยสู่ 10.3% จากปี 68 ที่ระดับ 10.1% จากค่าใช้จ่ายในการขยายสาขาใหม่ที่เร่งขึ้นตามแผนการขยายสาขาเชิงรุก ส่งผลให้แนวโน้มการเติบโตของกำไรต่ำกว่าการเติบโตของรายได้เล็กน้อย
คงคำแนะนำ “ซื้อ” แต่ปรับราคาเหมาะสม TNP ปี 69 ลดลงสู่ 3.58 บาท
เราปรับราคาเหมาะสม TNP ปี 69 ลดลงสู่ 3.58 บาท จากเดิมที่ 4.00 บาท โดยปรับลด Prospective P/E Ratio สู่ 12.5x (เดิม 15x) ณ ระดับ -1SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี สะท้อนแนวโน้มกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัว และคาดการณ์กำไรสุทธิต่อหุ้นปี 69 ราว 0.29 บาทต่อหุ้น คำนวณเป็นราคาเหมาะสมใหม่ที่ 3.58 บาท อย่างไรก็ตาม ราคาเหมาะสมยังมีอัพไซต์จากราคาปัจจุบันราว 26% และจ่ายปันผลในอัตรา 4-5% ต่อปี เราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”
ปัจจัยเสี่ยง
i) แนวโน้มการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในอุตสาหกรรมค้าปลีก
ii) แผนการขยายสาขาไม่เป็นไปตามเป้า
iii) การเติบโตของยอดขายสาขาเดิมเริ่มชะลอลง
iv) ภาครัฐหยุดกระตุ้นเศรษฐกิจ
v) ภาครัฐปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ
Analyst: Salakbun Wongakaradeth,CISA
02-687-7287
Salakbun@globlex.co.th