วันพฤหัสที่ผ่านมาดัชนีเคลื่อนไหวผันผวน เนื่องจากเข้าสู่ช่วงวันหยุดคาบเกี่ยว ทำให้นักลงทุนระมัดระวังการซื้อขาย ขณะที่ผลการประชุมเฟดชี้ว่าความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อยังคงอยูในระดับสูง ทำให้นักลงทุนกังวลว่าเฟดอาจคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงนานขึ้น เป็นปัจจัยกดดันดัชนี แรงขายหลักมาจากหุ้นกลุ่มไอซีที ค้าปลีก และธนาคาร อย่างไรก็ตามมีแรงซื้อมากในหุ้น DELTA และ SCC เป็นปัจจัยช่วยพยุงดัชนี ส่งผลให้ดัชนีSET Index ปิดตลาดที่ 1,493.69 จุด +1.95 จุด +0.13% มูลค่าการซื้อขาย 60,940 ลบ. (สัปดาห์ที่ผ่านมาดัชนี +37.59 จุด +2.58% และเดือนที่ผ่านมาดัชนี +45.55 จุด +3.15%) Program Trading +991.69 ลบ.ต่างชาติ+228.43 ลบ. TFEX +3,948 สัญญา ตราสารหนี้-1,908.74 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ สหรัฐฯ เปิดเผยคำสั่งซื้อภาคโรงงานในเดือนมี.ค. ปรับขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2568 และดีกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ บ่งชี้ว่าภาคการผลิตซึ่งมีสัดส่วน 10.1% ของเศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มแสดงสัญญาณฟื้นตัว
+ ช่วงเช้าวันนี้ (5 พ.ค.) ราคาน้ ามันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) และน้ ามันดิบเบรนท์(Brent) ปรับตัวลง หลังจากที่พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงในวันจันทร์ (4 พ.ค.) +4.39%จนปิดที่ 106.42 ดอลล า ร์/บา ร์เ รล หลั งจ ากมี ร าย งานว่ าอิหร่ าน โจมตีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และเรือในช่องแคบฮอร์มุซรุนแรงครั้งใหญ่ ทำให้นักลงทุนยังคงประเมินความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะชะงักงันด้านอุปทานอย่างฉับพลันหลังจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านได้กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง
+ การประชุมครม.วันนี้ก.คลังจะเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาร่างพ.ร.ก.กู้เงิน วงเงิน4 แสนล้านบาท เพื่อรองรับวิกฤติเศรษฐกิจระลอกใหม่ ลดลงจากเป้าหมายเดิมที่5 แสนล้านบาท เตรียมน ามาใช้ในโครงการไทยช่วยไทยระยะเวลา 4 เดือน(มิ.ย.-ก.ย. 69)
+ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) พร้อมอัดฉีดสินเชื่อให้SME เพิ่มเติมอีก 1 หมื่นล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ต้องการปรับตัวเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดได้ท่ามกลางวิกฤติ ธนาคารตั้งเป้าหมายในการปล่อยสินเชื่อที่1.8 แสนล้านบาทในปี 69 เท่ากับปีที่แล้ว
ปัจจัยลบ
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 48,941.90 จุด ลดลง 557.37 จุด หรือ -1.13% กังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลาง หลังจากมีรายงานว่าอิหร่านโจมตีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และเรือในช่องแคบฮอร์มุซ บดบังแนวโน้มผลประกอบการไตรมาสแรกที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนที่นักวิเคราะห์หลายสำนักคาดการณ์ว่าบริษัทในดัชนี S&P500 จะมีอัตราการเติบโตของก าไรในไตรมาสแรกรวมกันอยู่ที่ 28%YoY ซึ่งมากกว่าที่คาดการณ์ไว้เมื่อช่วงต้นเดือนเม.ย.ที่ระดับ 14%YoY
- ตลาดหุ้นจีนปิดทำการเนื่องในวันแรงงาน ส่วนตลาดหุ้นญี่ปุ่น และตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดทำการเนื่องในวันอธิปไตยแห่งชาติและวันเด็ก
+/- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เรียกร้องให้ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนดำเนินการมากขึ้นเพื่อกดดันอิหร่านให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซในการพบ กันในสัปดาห์หน้า ณ กรุงปักกิ่ง ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง
- กองทัพอิสราเอลยกระดับการเตือนภัยในวันจันทร์ (4 พ.ค.) หลังสถานการณ์ค ว า ม ตึ ง เ ค รี ย ดใน อ่ า ว เป อ ร์ เซี ยท วี ค ว า ม รุ น แ ร ง ขึ้ น เ กิ ด ขึ้ น ห ลั ง จ า กสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ระบุว่า อิหร่านยิงขีปนาวุธ 4 ลูกโจมตี และมีโดรนโจมตีโรงงานน้ำมัน
- ค่าเงินเยนพุ่งขึ้นแตะระดับ 155 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐอีกครั้งในวันจันทร์ที่ผ่านมา(4 พ.ค.) จากระดับราว 157 เยนก่อนหน้า ส่งผลให้มีการคาดการณ์ว่าทางการญี่ปุ่นอาจเข้าแทรกแซงค่าเงินอีกครั้งเพื่อสกัดการอ่อนค่าของเงินเยนเช่นเดียวกับที่ได้ดำเนินการลักษณะเดียวกันนี้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีในวันนี้มีโอกาสอ่อนตัวลงตามดาวโจนส์หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความตึงเครียดถึงขีดสุด หลังเกิดเหตุระเบิดบนเรือบรรทุกสินค้าของเกาหลีใต้ในอ่าวโอมานและการปะทะกันในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งสหรัฐฯ ได้ประกาศทำลายเรือและสกัดขีปนาวุธของอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นสู่ 106 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นตัวหนุนต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน มองกรอบดัชนีวันนี้ 1,485-1,505 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
- หุ้นที่ได้ประโยชน์ศาลฎีกาสหรัฐ ยกเลิกภาษีทรัมป์: KCE HANA DELTA CCET TU ASIAN STA NER
- หุ้นที่ได้ประโยชน์จาก กกพ. ปรับขึ้นค่า Ft : GULF BGRIM GPSC RATCH EGCO
- หุ้นเด่น IAA : ADVANC AMATA BDMS GULF KTB TRUE
- นโยบายคนละครึ่งพลัสเฟส 2 : CPAXT BJC TNP MOTHER
-ราคายางพาราทรงตัวในระดับสูง : STA NER TRUBB TEGH