สำนักข่าวหุ้นอินไซด์( 28 เมษายน 2569 )------- นายวิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP เปิดเผยว่า บริษัทฯ คาดว่ายอดขายปีนี้จะทำได้เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 130,000 ล้านบาท โดยได้รับปัจจัยหนุนจากธุรกิจกระดาษบรรจุภัณฑ์ในประเทศอินโดนีเซียที่ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง รวมทั้งตลาดอาเซียน ที่ยังมีทิศทางขยายตัวดีเช่นกัน ขณะเดียวกันบริษัทฯ วางแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการปรับการใช้พลังงานอย่างเหมาะสม รวมถึงการนำเสนอโซลูชันเพื่อตอบโจทย์ลูกค้า (Customer Centricity)
"ปีนี้ธุรกิจในอินโดนีเซียดีกว่าแผนงานพอสมควร Break Even เร็วกว่าที่คาดไว้ ซึ่งจะเป็นตัวที่ทำให้ SCGP ดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา เป้าหมายยอดขายที่ 130,000 ล้านบาท ดูแล้วน่าจะเกินเพราะราคาวัตถุดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นไปพอสมควร ราคาขายถูกปรับไปโดยอัตโนมัติ แต่สำคัญที่สุดคือ EBITDA คิดว่าวันนี้ EBITDA จะ maintain ต่อได้ไปในอีก3 ไตรมาส"นายวิชาญ กล่าว
ส่วนแนวโน้มไตรมาส2/69 คาดว่าปริมาณขายจะฟื้นตัว เนื่องจากตลาดอาเซียนยังเติบโต โดยความต้องการในเวียดนามและอินโดนีเซียจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ หลังจากผ่านช่วงวันหยุดไปแล้วช่วงไตรมาสแรก
ภาพรวมในไตรมาสที่ 2 ปี 2569 เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัวจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่จะส่งผลกระทบต่อการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน ความผันผวนของตลาดพลังงาน และนโยบายการค้า อย่างไรก็ตาม ภูมิภาคอาเซียนคาดว่าจะยังเติบโตได้ โดยมีแรงหนุนจากการบริโภคภายในประเทศ ขณะที่ความต้องการในกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวันยังมีแนวโน้มอยู่ในระดับที่ดี ส่วนความต้องการบรรจุภัณฑ์ในกลุ่มสินค้าคงทนคาดว่าจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ยังระมัดระวังและภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง อีกทั้งตลาดยังได้รับแรงสนับสนุนจากการเคลื่อนย้ายฐานการผลิตมายังอาเซียน
ด้านแผนการใช้เงินลงทุน บริษัทฯ วางงบลงทุนในปีนี้ไว้ราว 10,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น Growth Capex ประมาณ 5,500 ล้านบาท และงบการซ่อมบำรุง ประสิทธิภาพESG นวัตกรรม และอื่นๆ 4,500 ล้านบาท