Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.ทิสโก้ : OR คงคำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าเหมาะสมลงเท่ากับ 14.20 บาท

74


OR : แข็งแกร่งขึ้นท่ามกลางความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์; ผลประกอบการใน 1Q26F คาดว่าจะช่วยหนุนราคาในระยะสั้น

 

ต้องระมัดระวังแต่ OR โดดเด่นกว่า PTG
แม้ว่าเราจะยังคงระมัดระวังเกี่ยวกับผู้ค้าปลีกน้ำมัน แต่เรายังคงเลือก OR มากกว่า PTG ด้วยสัดส่วนที่มากกว่าในกลุ่มธุรกิจเชิงพาณิชย์และการพึ่งพาดีเซลค้าปลีกที่น้อยกว่า เราเชื่อว่า OR สามารถจัดการกับผลกระทบเชิงลบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กำลังดำเนินอยู่ได้ดีกว่า PTG โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดลงของมาร์จิ้นและแรงกดดันด้านปริมาณ ในระยะสั้นผลประกอบการที่แข็งแกร่งใน 1Q26F คาดว่าจะช่วยหนุนราคาหุ้นด้วย

ผลกระทบเชิงลบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางจำกัดมากขึ้นสำหรับ OR
เรามองว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังอยู่ในระดับที่ OR สามารถบริหารจัดการได้ แม้ว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและมาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้นจะกดดันมาร์จิ้นค้าปลีกน้ำมัน แต่ยอดขายในกลุ่มเชิงพาณิชย์—ซึ่งคิดเป็น 59% ของปริมาณขายน้ำมันทั้งหมดในปี 2025—จะช่วยเป็นกันชนต่อมาร์จิ้นในระดับกลุ่มได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะมาร์จิ้นน้ำมันอากาศยานที่อาจปรับดีขึ้นใน 2Q26F จากการส่งผ่านราคาที่ล่าช้า ด้านปริมาณขายความต้องการที่เร่งตัวในเดือนมีนาคมอาจทำให้ปริมาณขายค้าปลีกอ่อนลงใน 2Q26F อย่างไรก็ตามเราคาดว่ายอดขายเชิงพาณิชย์จะยังคงมีเสถียรภาพมากขึ้น จนถึงปัจจุบันบริษัทได้รับผลกระทบเชิงลบต่อยอดขายน้ำมันอากาศยานอย่างจำกัด แม้จะมีรายงานว่าสายการบินลดจำนวนเที่ยวบิน นอกจากนี้ OR ยังสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดค้าปลีกได้ต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี โดยข้อมูลจากกรมธุรกิจพลังงานระบุว่า ส่วนแบ่งตลาดดีเซลและเบนซินของ OR อยู่ที่ 35% และ 41% ตามลำดับในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2024 ในส่วนธุรกิจ Lifestyle เรามองว่าความเสี่ยงด้านอุปทานของ Café Amazon อยู่ในระดับต่ำ หลังการเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ของโรงงานผลิตแก้วพลาสติก ขณะที่ผลกระทบด้านต้นทุนยังอยู่ในระดับบริหารจัดการได้

ผลประกอบการใน 1Q26F จะให้การสนับสนุนในระยะสั้น
การประกาศผลประกอบการ 1Q26F อาจเป็นแรงหนุนระยะสั้นต่อราคาหุ้น OR เราคาดกำไร 1Q26F ที่ 2.7 พันล้านบาท (+32% QoQ, -37% YoY) แม้มาร์จิ้นน้ำมันพื้นฐานอาจถูกกดดันจากการปรับราคาขายปลีกที่ล่าช้า และราคาน้ำมันอากาศยานที่สะท้อนช้าในเดือนมีนาคม แต่มาร์จิ้นโดยรวมจะได้รับแรงหนุนจากกำไรสต็อกประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท เราคาดมาร์จิ้นของธุรกิจน้ำมันอยู่ที่ 1.1 บาท/ลิตรใน 1Q26F เทียบกับ 1.0 บาท/ลิตรใน 4Q25 และ 1Q25 ขณะที่ปริมาณขายน้ำมันอาจเพิ่มขึ้น 7% QoQ จากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งในเดือนมีนาคม ธุรกิจ Lifestyle คาดมียอดขายแก้ว Café Amazon สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 112 ล้านแก้ว โดย EBITDA margin ฟื้นตัวสู่ 33% ทั้งนี้ เราคาดว่าจะมีผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงจำนวนมากประมาณ 2 พันล้านบาท

การประเมินมูลค่าไม่สูงเกินไป การปรับลดประมาณการกำไรและมูลค่าที่เหมาะสม
แม้ว่า OR จะมีราคาสูงกว่า PTG เมื่อพิจารณาจากอัตราส่วน EV/EBITDA แต่ค่า P/E ที่คาดการณ์ไว้ในปี 2026 อยู่ที่ 6.6 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตถึง 1 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน หลังจากพิจารณาถึงการคาดการณ์มาร์จิ้นจากน้ำมันที่ลดลง เราจึงปรับลดประมาณการกำไรในปี 2026F-27F ลง 9% และ 5% ตามลำดับ และนำประมาณการกำไรในปี 2028 เข้ามาใช้ เราลดมูลค่าที่เหมาะสมลงเหลือ 14.20 บาท (จาก 16.40 บาท) โดยอิงจากค่าเฉลี่ยของ DCF (14.30 บาท) และ SOTP (14.0 บาท) คงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ OR โดยมูลค่าที่เหมาะสมลงเท่ากับ 14.20 บาท ความเสี่ยงหลัก : ภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอลง การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีเชื้อเพลิง และการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบ

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

คลายกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ หุ้นไทย ปรับตัวขึ้น ตามตลาดต่างประเทศ บน นักลงทุน คลายความกังวล เฟด.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้