ภาวะตลาด: SET Index วานนี้ ปรับลดลง -18.39 จุด ปิ ดที่ 1461.35 มูลค่าซื้อขาย 6.6 หมื่นลบ. โดยมีแรงขายหุ้นแบงค์, สื่อสาร, ค้าปลีก และหุ้นที่มีปัจจัยเฉพาะตัว เช่น SCC (ประกาศปิดโรงงาน LSP ชั่วคราว เพราะขาดแคลนวัตถุดิบ) รวมถึงโรงกลั่น ซึ่งรัฐบาลให้ลดราคาดีเซลหน้าโรงกลั่น 5 บาท/ลิตร ฯลฯ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ -3.0 พันลบ. สถาบันในปท.ขายสุทธิ -1.8 พันลบ.
ปัจจัยต่างประเทศ
- สหรัฐ: จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครงั้ แรกสัปดาห์ก่อนเพิ่ม 6 พันรายเป็น 2.14 แสนราย สูงกว่าตลาดคาด แต่ค่าเฉลี่ย 4 สัปดาห์เพิ่มเพียงเล็กน้อยที่ 750 ราย ส่วนดัชนี PMI รวมภาคผลิต-บริการสหรัฐสูงสุดรอบ 3 เดือนในเม.ย. โดยแข็งแกร่งทงั้ ภาคผลิตและบริการ หนุนโดยคำสั่งซื้อ และการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจสหรัฐดีขึ้น
- ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์: ทรัมป์ ประกาศ “สหรัฐเดินหน้าปิดช่องแคบฮอร์มุซจนกว่าอิหร่านบรรลุข้อตกลง”
- สหรัฐ: ติดตามผลประชุมเฟด 28-29 เม.ย.นี้...นักลงทุนในตลาดเชื่อว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยที่ 3.50-3.75% จับตาถ้อยแถลงหลังการประชุม เพื่อจับทิศทางและแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ & อัตราดอกเบี้ย
- ตลาดหุ้นสหรัฐลดลง กังวลสงครามสหรัฐ-อิหร่านอาจไม่จบเร็ว; วิตกธุรกิจซอฟแวร์จะได้รับผลกระทบจาก AI สัญญาน้ำมัน WTI & BRENT บวกต่อ 3% เป็น 96 และ 105 US$/bbl จากสงครามตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ สัญญาทองคำ ส่งมอบมิ.ย.26 ลดลง 29 US$ เป็น 4,724.00 US$/ออนซ์
- ดัชนีค่าเงิน US$ แข็งค่าเป็น 98.82; เงินบาทอ่อนสู่ 32.46 Bt/US$ ส่วน US bond yield 10 ปี ขยับขึ้นเป็น 4.33% ดัชนีราคาถ่านหิน (NC) ลดเป็น 129.1 ดัชนี Baltic Dry Index ทรงที่ 2,673 (หลังปรับขึ้นไปมาก)
ปัจจัยในประเทศ & ข่าวหุ้นเด่น
- ไทย: คณะกรรมการกบง.มีมติให้โรงกลั่นลดราคาดีเซลหน้าโรงกลั่นช่วงแรก (24 เม.ย.-9 พ.ค.26) 5 บาท/ลิตร (ยกเลิกมติเดิมที่ให้ลด 3 บาท/ลิตร) และช่วงที่สอง (10 พ.ค.-19 พ.ค.26) ลดราคาดีเซลหน้าโรงกลั่น 3 บาท/ลิตร แต่ก่อนลดช่วงที่สองจะมีการประชุมกบง.อีกรอบก่อน...เป็นลบกับหุ้นกลุ่มโรงกลั่น ซึ่งคาดว่าคาดการณ์กำไรปี 26 จะลดลง 16-58% โดย BCP ได้รับผลกระทบมากที่สุดในแง่ของมูลค่า ส่วน PTTGC ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เพราะธุรกิจหลักเป็นปิโตรเคมี
- ประชุมกนง.วันที่ 29 เม.ย.2026 – ตลาดคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ทงั้ นี้ธนาคารกลางทั่วโลกอยู่ในช่วง wait & see สถานการณ์และผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง ก่อนตัดสินใจดำเนินนโยบายการเงิน
กลยุทธ์: เลือกซื้อหุ้นที่มีแนวโน้มดีในระยะกลาง-ยาว…ระยะสั้นให้แนวรับทางเทคนิคของ SET ไว้ที่ 1460-1450, 1430-1420 ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1470-1480, 1490-1500, 1520, 1545-1550 ตามลำดับ
หุ้นพื้นฐานแนะนำวันนี้: PTTEP : ระยะสั้นได้อานิสงค์บวกจากราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับสูง (สัดส่วนผลิตภัณฑ์ liquid คิดเป็นประมาณ 30%) ประกอบกับปริมาณการผลิตการผลิตก๊าซในปี 2026 สูงขึ้นด้วย บริษัทมีความเสี่ยงด้านกฎระเบียบที่จำกัด (เมื่อเทียบกับโรงกลั่นและโรงไฟฟ้า) การเติบโตของปริมาณการผลิตมีเสถียรภาพ ราคาก๊าซที่มั่นคง และให้ Dividend yield ที่ดีประมาณ 6% ต่อปี แนะนำ ซื้อ ให้ราคาเป้าหมาย 174 บาท
นักวิเคราะห์&กลยุทธ์: อาภาภรณ์ แสวงพรรค : arparporns@dbs.com : Tel 02 587 7829