Market Wrap-Up
- SET วันที่ 21 เม.ย.69 ปิด +1.65 จุด อยู่ที่ 1,483.50 จุด มูลค่าการซื้อขาย 57,803 ลบ.ลบ. ต่างชาติขาย 2,842 ลบ. สถาบันซื้อ 1,608 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 610 ลบ. และรายย่อยซื้อ 625 ลบ. NVDR ซื้อสุทธิ 2,025 ลบ.ซื้อ KBANK,PTTEP,PTTGC,DELTA,STECON และขาย SCB,PTT,CPALL,MINT,TRUE มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,003 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น CNSTAR5023,AOT,BANPU โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Long ใน Index Futures จำนวน 92 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 38,092 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 530 ลบ.
Market View
- DJIA -0.59%, S&P500 -0.63%, Nasdaq -0.59% จากแรงขายกลุ่มอสังหา -1.94%, สาธารณูปโภค -1.75% ขณะที่กลุ่มพลังงาน +1.31% โดยนักลงทุนยังรอดูว่าจะมีการเจรจารอบที่ 2 ระหว่างสหรัฐ - อิหร่านหรือไม่ ซึ่งล่าสุดการเจรจายังไม่เกิดขึ้น แต่ ปธน.ทรัมป์สั่งขยายเวลาหยุดยิงจนกว่าทางอิหร่านจะได้ข้อสรุปเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพ และสหรัฐยังคงใช้ ม.ปิดล้อมทางทะเลต่อไป ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจ วานนี้ยอดค้าปลีกสหรัฐ มี.ค. +1.7% & ก.พ. +0.6% MoM และสัปดาห์นี้รอข้อมูล US PMI ภาคผลิต & บริการเบื้องต้น เม.ย. และ ม.มิชิแกนรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ เม.ย. รวมถึงการรายงานงบของ Tesla, Lockheed Martin และ IBM
- Stoxx600 ยุโรป -0.87% จากแรงขายกลุ่มอวกาศ & กลาโหม -4.8%, กลุ่มบริการสุขภาพ -2% และกลุ่มอาหาร & เครื่องดื่ม -1.8% ขณะที่กลุ่มพลังงาน +0.4% ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจนั้น ZEW เผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน เม.ย.ลดลงอยู่ที่ -17.2 ต่ำสุดในรอบมากกว่า 3 ปี จากความกังวลต่อวิกฤตราคาพลังงาน
- และวันพรุ่งนี้ติดตามข้อมูล PMI ภาคการผลิต & บริการยูโรโซนเบื้องต้น เม.ย.
- ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ นิเกอิ +0.89% ได้แรงหนุนจากกลุ่มเทคโนโลยี เข่นเดียวกับ Kospi เกาหลีใต้ +2.72% ได้แรงหนุนจากกลุ่มผู้ผลิตชิป เช่น SK Hynix ที่เตรียมผลิต Server เพื่อรองรับการใช้งานชิปรุ่นใหม่ของ Nividia Vega Rubin ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้ปิดทรงตัว +0.07% ยังได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มการเงินและเทคโนโลยี โดยภาพรวมตลาดหุ้นเอเชียยังทรงตัวรอประเมินโอกาสที่เกิดการเจรจรรอบที่ 2 ของสหรัฐ – อิหร่านที่ปากีสถาน
- SET +0.11% ปริมาณการซื้อขาย 78 หมื่น ลบ. ต่างชาติขาย 2,842 ลบ. สถาบันซื้อ 1,608 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 610 ลบ. และรายย่อยซื้อ 625 ลบ. แม้ดัชนีจะมีแรงกกดันอยู่บ้างจากแรงขายปรับพอร์ต ในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ สื่อสาร และ ค้าปลีก รวมถึงหุ้นที่ขึ้น XD แต่ภาพรวมตลาดยังเป็นบวกได้หนุนจากกลุ่มธนาคารในตัวที่คาดว่าผลประกอบการ 1Q69 จะออกมาดี/ออกมาดีกว่าคาดอย่าง KKP และมีแรงซื้อเข้ามาในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน โรงไฟฟ้า รับเหมาฯ นิคมฯ จากความคาดหวังต่อ นโยบาย/โครงการลงทุนของภาครัฐฯ ซึ่งล่าสุด ครม.มีม.หนุนการลงทุนทั้ง EV/Data Center ลดขั้นตอนอนุญาต Thailand FastPass และ เร่งนโยบายตั๋วรถร่วม สำหรับประเด็นในประเทศ นอกเหนือจากการทะยอยรายงานผลประกอบการ 1Q69 ของ บจ.แล้ว ประเด็นที่ยังต้องติดตามช่วงนี้ ได้แก่ นโนบายและม.กระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆของรัฐบาล เช่น การประชุมกบง.ในวันพรุ่งนี้เพื่อพิจารณาปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นลงอีก >2 บาทต่อลิตร และ โครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่คาดว่าจะครม.ในช่วงสัปดาห์หน้า รวมถึงทิศทางของ Fund Flow ต่างชาติ หลัง MSCI คงมาตรการจำกัดหุ้นอินโดฯ ในการรีบาลานซ์ พ.ค.69 ไม่มีหุ้นใหม่/เพิ่มน้ำหนัก และขั้นต่อไปหากตลาดอินโดฯยังขาดความโปร่งใส อาจถูกลดระดับจาก Emerging Market เป็น Frontier Market
Daily Strategy
- ประเมินแนวรับดัชนี 1,465 – 1,475 แนวต้าน 1,490 – 1,500 แนวโน้มดัชนีประคองตัวบวกจากการขยายเวลาหยุดยิงของสหรัฐฯสหรัฐฯ ส่งผลให้ความตึงเครียดลดลง รวมถึงอาจจะได้แรงหนุนจาก Flow ต่างชาติกรณี MSCI ต่อตลาดหุ้นอินโดฯ แนะนำทยอยชื้อหุ้นที่ได้ประโยชน์จากม.กระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการลงทุน GULF, GPSC, AMATA, WHA, CK, STECON, INSET, GUNKUL, BTS, BEM
- WHA (ทะยอยซื้อ /ราคาเป้าหมาย 00 บาท) กลุ่มนิคมฯมี sentiment บวกต่อความคาดหวังการลงทุนของภาครัฐฯ ขณะเดียวกัน เป็นกลุ่มที่ได้ปัจจัยหนุนจากการย้ายฐานการผลิตมาไทยตามปัจจัยเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์โลกที่สูงขึ้น ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมได้รับปัจจัยบวกจากกระแสการย้ายฐานการลงทุนและการผลิต (Relocation) มายังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนปี 2568 มูลค่า 1,876,653 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ นำโดยอุตสาหกรรมดิจิทัลที่มีมูลค่าเงินลงทุนสูงสุด 746,198 ล้านบาท ขณะเดียวกัน ยอดการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) รวม 1,359,925 ล้านบาท เติบโตถึง 66% จากปีก่อนหน้า ปัจจุบัน ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าในปี69และ 70 กำไรสุทธิของ WHA จะอยู่ที่ 5,367 ลบ.(+5%YoY) และ 5,740 ลบ.(+7%YoY) ในเชิง Valuation ราคายังดูไม่แพง โดยอิงจาก ประเมินปี69F Forward PE ที่ 12.5x PBV ที่ 1.6x และ Dividend Yield ที่ 7%
- SKR (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 8.30 บาท) คาดหวังการดำเนินงาน 1Q69 จะสามารถบวกได้ QoQ จากฐานต่ำอุทกภัยภาคใต้กระทบต่อการดำเนินงานของร.พ.ศิครินทร์ หาดใหญ่ ขณะที่ภาพรวมปี69 เราคาดว่าการจ่ายเงินของ SSO จะเสถียรมากขึ้น และยังมีปัจจัยบวกจาก 1.โควต้า SSO ยังเหลือเยอะ(โควตา 6.67 แสนราย/ ณ สิ้น ปี68 มีผู้ประกันตน 3.75 แสนราย) 2.การขยาย Capacity 40 เตียงที่สมุทรปราการช่วง พ.ค.69 นอกจากนี้ SKR ยังมีความอ่อนไหวต่อผู้ป่วยต่างชาติน้อย รับความผันผวนสถานการณ์โลกได้ ปัจจุบัน เราคาดกำไรสุทธิปี69 และ 70 ที่ 817 ลบ.(+9%YoY) และ 895 ลบ.(+10%YoY)
Daily Key Factors
Oil Update(+) WTI พ.ค. +$2.25 อยู่ที่ $89.67 / บาร์เรล, Brent มิ.ย. +$3.00 อยู่ที่ $98.48/บาร์เรล หลังยังไม่มีความคืบหน้าในแง่การเจรจาระหว่างสหรัฐฯและอิหร่าน
Gold Update (-)Comex Gold มิ.ย. -$109.20 หรือ 2.26% ปิดที่ 4,719.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์และการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรเป็นปัจจัยกดดันตลาด ขณะที่นักลงทุนจับตาการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านซึ่งยังคงไม่แน่นอน และรอดูผลการไต่สวนเพื่อรับรอง เควิน วอร์ช ให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ต่อจากเจอโรม พาวเวล
Fund Flow(-) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ ขายสุทธิ -66 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยขายหุ้นไทย -88.44 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ซื้อหุ้นอินโดฯ +27.64 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -5.20 ล.ดอลลาร์สหรัฐ
(+) ค่าเงินบาทเช้านี้แข็งค่าอยู่ที่ 32.20 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
(-) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับตัวขึ้นอยู่ที่ 4.29 %
(+) ดัชนี BDI ปิด +7 จุด อยู่ที่ 2,640
(-) BitCoin เช้านี้ -0.10% อยู่ที่ 76,258 ดอลลาร์สหรัฐ
Economic Calendar
ในประเทศ
29 เม.ย. ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 2/2569
30 เม.ย. ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย
สัปดาห์ที่4 กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ
ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และ
ชิ้นส่วนยานยนต์
สัปดาห์ที่5 สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค,
ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค
สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม
ต่างประเทศ
21 เม.ย. US ดัชนียอดขายปลีก (มี.ค.)
22 เม.ย. US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ
23 เม.ย. US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ
US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการ (เม.ย.)
US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต (เม.ย.)
US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก
Theme Strategy
ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield ที่มีความทนทานต่อภาวะตลาดที่ผันผวนสูงจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
(1) High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KKP, KTB, SCB, TISCO, TTB กลุ่ม REIT / อื่นๆ CPN*, CPNREIT*, ROJNA*
(2) Commodity Linked ได้ประโยชน์จาก Energy Shock กลุ่มพลังงาน PTTEP, BANPU กลุ่มปิโตรเคมี PTTGC, IVL, IRPC กลุ่ม Biofuel BBGI*, GGC*, TAE*, UBE*, PCE*, UVAN*, APO*, VPO*, AIE* กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน BCPG*, GUNKUL*
(3) ราคาสินค้าเกษตร / อาหาร ปรับตัวเพิ่มขึ้น STA*, STGT*, TRUBB*, NER*, TFG*, BTG*
(4) Defensive กลุ่ม ICT / Data Center ADVANC, TRUE, DELTA*, HANA*, STECON, INSET*
**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย
Asset Allocation: Equity 45% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%
Today Fundamental Research: -
Monthly Portfolio April 2026: NER*, SCC*, TRUE, TACC*, GUNKUL*