20 เม.ย. 2569 17:28:24 672
สำนักข่าวหุ้นอินไซด์( 20 เมษายน 2569)--------------ผู้ถือหุ้น บมจ. นำวิวัฒน์ เมดิคอล คอร์ปอเรชั่น (NAM) ยกมือโหวตอนุมัติจ่ายปันผลงวดปี 68 เป็นเงินสดอัตรา 0.03 บาท/หุ้น เตรียมตัวรับทรัพย์ วันที่ 15 พ.ค.นี้ ฟาก CEO "วิโรจน์ ชัยเทอดเกียรติ" ระบุปี 69 เดินหน้าลงทุนวิจัย และพัฒนานวัตกรรมเครื่องมือแพทย์ครบวงจร เร่งขยายตลาดต่างประเทศ ผลักดันอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ไทยสู่เวทีโลก ตั้งเป้ารายได้ปีนี้แตะ 2,400 ล้านบาทนายวิโรจน์ ชัยเทอดเกียรติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นำวิวัฒน์ เมดิคอล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ NAM ผู้ผลิต นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลจากงวดดำเนินงานวันที่ 1 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เป็นเงินสดในอัตรา 0.03 บาท/หุ้น กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 13 มีนาคม 2569และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569
สำหรับผลการดำเนินงานงวดปี 2568 (สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568) บริษัทฯ มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,886.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.51% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2567 ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,146.68 ล้านบาท และ มีกำไรสุทธิรวม 121.43 ล้านบาท เนื่องจากในปี 2568 บริษัทฯ สามารถรับรู้รายได้จากทั้งกลุ่มบริษัทเพิ่มขึ้น และมีรายได้จากการผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ทางการแพทย์ (SM), ผลิตภัณฑ์วัสดุสิ้นเปลืองทางการแพทย์ (CS) รวมถึงรายได้การให้บริการการฆ่าเชื้อ CSSD บริการซ่อมบำรุงอุปกรณ์ทางการแพทย์และการจำกัดของเสีย (SV) เพิ่มขึ้นในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้ 2,400 ล้านบาท โดยขับเคลื่อนผ่านการนำเข้าผลิตภัณฑ์เพื่อขยายพอร์ตธุรกิจ ควบคู่กับการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อยกระดับสู่นวัตกรรมเครื่องมือแพทย์แบบครบวงจร พร้อมเร่งขยายตลาดต่างประเทศอย่างจริงจัง ด้วยกลยุทธ์การลงทุนที่ยืดหยุ่น ทั้งการแต่งตั้งตัวแทนจำหน่าย การจัดตั้งบริษัทย่อย และการร่วมทุนกับพันธมิตรในแต่ละประเทศ โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศราว 5% และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า"ปัจจุบันอุตสาหกรรมการแพทย์ยังมีศักยภาพเติบโตสูงจากสังคมผู้สูงอายุที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น และความก้าวหน้าของเทคโนโลยี บริษัทฯ จึงมุ่งสร้างการเติบโตระยะยาว ผ่านการพัฒนาตั้งแต่ R&D การผลิต ไปจนถึงการขยายตลาดต่างประเทศ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ไทยสู่เวทีโลก" นายวิโรจน์ กล่าว บมจ.เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ (PCE) เปิดแผนการเข้าร่วมโครงการ JUMP+ เดินหน้าขยายศักยภาพการผลิตอย่างเต็มรูปแบบ ชู 3 กลยุทธ์ ลงทุนในโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบ (เฟส 3)–พัฒนาโรงกลั่นน้ำมันปาล์ม–เพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันปาล์มโอเลอินเพื่อการบริโภค ตั้งเป้าหมายกำไรสุทธิ 750-800 ล้านบาท ในปี 2571 รองรับโอกาสการเติบโตในตลาดอย่างยั่งยืน มุ่งสู่ผู้นำอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มครบวงจรระดับประเทศ นายพรพิพัฒน์ ประสิทธิ์ศุภผล รองกรรมการผู้จัดการสายงานกลยุทธ์และพัฒนาองค์กร บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) (PCE) เปิดเผยว่า บริษัทฯ มุ่งสู่ผู้นำอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มครบวงจรระดับประเทศ พร้อมสร้างมูลค่าทางธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านแผนการเพิ่มมูลค่าบริษัทในโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นบริษัทจดทะเบียนที่มีคุณภาพ มีการบริหารงานอย่างเป็นระบบ ตั้งเป้าหมายกำไรสุทธิ 750-800 ล้านบาท ในปี 2571 "สำหรับแผน JUMP+ บริษัทฯ มุ่งก้าวเป็นผู้นำอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มครบวงจรระดับประเทศ ที่โดดเด่นด้านการบริหารจัดการและความยั่งยืนในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พร้อมส่งมอบผลิตภัณฑ์ชีวภาพ (Bio-based) คุณภาพสูงให้กับอุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยอาศัยเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่ง และความเชี่ยวชาญแบบรอบด้าน ทั้งการจัดหาวัตถุดิบ การผลิต และระบบขนส่งที่ครบวงจร เพื่อต่อยอดความสำเร็จนี้ บริษัทฯ มุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนด้วย 3 กลยุทธ์ ทั้งการขยายกำลังการผลิตโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบและโรงผลิตน้ำมันปาล์มโอเลอิน รวมไปถึงการพัฒนากระบวนการผลิตโรงกลั่นน้ำมันปาล์ม เพื่อยกระดับคุณภาพและมาตรฐานสินค้า รองรับโอกาสการเติบโตของตลาด" โดยกลยุทธ์ที่ 1 การลงทุนในโครงการก่อสร้างโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบ (เฟส 3) เพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันปาล์มดิบจากเดิม 150 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง เป็น 210 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง มุ่งลดการพึ่งพาการจัดซื้อน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) จากหน่วยงานภายนอกเพื่อมาผลิตผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง และยกระดับอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทฯ สู่ระดับ 6% กลยุทธ์ที่ 2 ยกระดับขีดความสามารถโรงกลั่นน้ำมันปาล์ม (เฟส 3) โดยมีการลงทุนเครื่องจักรใหม่และปรับปรุงกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มคุณภาพน้ำมันปาล์มกึ่งบริสุทธิ์ผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพน้ำมันปาล์มดิบให้บริสุทธิ์ยิ่งขึ้นและกระบวนการกลั่นสองขั้นตอน (Double-refined processing) ซึ่งจะช่วยรองรับการเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรเพิ่มขึ้นสูง ต่อยอดการพัฒนาสินค้าคุณภาพสูง (High Value Added) และสนับสนุนการขยายฐานตลาดให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น และกลยุทธ์ที่ 3 การเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันปาล์มโอเลอินของบริษัทฯ จาก 300 ตันต่อวัน เป็น 700 ตันต่อวัน เพื่อรองรับการขยายฐานลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและรองรับการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายน้ำมันปาล์มโอเลอินบรรจุขวด แบรนด์ "รินทิพย์" ทั้งยังเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มโอเลอิน ซึ่งเป็นกลยุทธ์หลักที่ขับเคลื่อนรายได้ให้กลุ่มบริษัท รองรับโอกาสทางธุรกิจที่มีการเติบโตสูงในอุตสาหกรรม ขณะเดียวกัน PCE ยังดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาลที่ดี เพื่อเสริมสร้างกรอบการกำกับดูแลกิจการที่โปร่งใสและน่าเชื่อถือ ป้องกันการทุจริต โดยมีการทบทวนนโยบายภายในอย่างสม่ำเสมอ ส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กร ที่ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต มุ่งได้รับการรับรองจากแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (Thai Private Sector Collective Action Against Corruption - CAC) ภายในปี 2571 ในส่วนของแผนด้านสภาพภูมิอากาศ บริษัทฯ มีการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการข้อมูลก๊าซเรือนกระจกและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (พ.ศ. 2569–2571) โดยเริ่มจากการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกตามมาตรฐาน ISO14064-1 และ อบก. พร้อมประเมินความเสี่ยงทางการเงินจากสภาพภูมิอากาศ (TCFD) อย่างรอบด้าน ในปี 2569 ก่อนจะยกระดับระบบการจัดเก็บข้อมูลให้สอดคล้องกับมาตรฐาน SBTi ในปี 2570 และบูรณาการระบบบริหารจัดการข้อมูลความยั่งยืนเข้ากับผลประกอบการทางการเงิน ภายในปี 2571 ขณะเดียวกัน บริษัทฯ มุ่งมั่นลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน ผ่านการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ควบคู่กับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทางเลือก และการเพิ่มแหล่งกักเก็บคาร์บอนเพื่อรักษาสมดุลสิ่งแวดล้อม เพื่อบรรลุเป้าหมายสูงสุดในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี 2593 การดำเนินงานด้าน ESG ที่โปร่งใสและตรวจสอบได้นี้ จะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ นักลงทุนสถาบันและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระดับสากล ถึงความมั่นคงและยั่งยืนของธุรกิจ---จบ---
: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์
ผู้สื่อข่าวหุ้นอินไซด์ ขอตั้งคำถามว่า ITD ถึงเวลาพลัดใบ แล้วหรือยัง? หลัง สิ้นสุดยุค เปรมชัย กรรณสูต....
แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ ฟ้าหลังฝนเช้าที่ผ่านมา แดดเริ่มออกอีกครั้ง ส่วนหุ้นไทยรีบาวน์ นับเป็นสัญญาณดี ....
Hooninside
สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้
ชื่อหรือรหัสของคุณไม่ถูกต้อง
Please, check your email format before submit.
Please, Enter you password.
Please, Enter minimum 3 character.
Please, Enter minimum 6 character.
กรุณากรอกอีเมล์ที่คุณใช้สมัครสมาชิกแล้วกดส่งเมล์