Today’s NEWS FEED

News Feed

HotNews: ผู้ถือหุ้น NAM โหวตรับปันผล 0.03 บ./หุ้น พร้อมปักธงรายได้ปี 69 โตแตะ 2,400 ลบ. / PCE เปิดแผน JUMP+ ขยายศักยภาพการผลิตเต็มรูปแบบตั้งเป้ากำไรสุทธิ 750-800 ล้านบาท ในปี 71

671

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์( 20 เมษายน 2569)--------------ผู้ถือหุ้น บมจ. นำวิวัฒน์ เมดิคอล คอร์ปอเรชั่น (NAM) ยกมือโหวตอนุมัติจ่ายปันผลงวดปี 68 เป็นเงินสดอัตรา 0.03 บาท/หุ้น เตรียมตัวรับทรัพย์ วันที่ 15 พ.ค.นี้ ฟาก CEO "วิโรจน์ ชัยเทอดเกียรติ" ระบุปี 69 เดินหน้าลงทุนวิจัย และพัฒนานวัตกรรมเครื่องมือแพทย์ครบวงจร เร่งขยายตลาดต่างประเทศ ผลักดันอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ไทยสู่เวทีโลก ตั้งเป้ารายได้ปีนี้แตะ 2,400 ล้านบาท

นายวิโรจน์ ชัยเทอดเกียรติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นำวิวัฒน์ เมดิคอล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ NAM ผู้ผลิต นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลจากงวดดำเนินงานวันที่ 1 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เป็นเงินสดในอัตรา 0.03 บาท/หุ้น กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 13 มีนาคม 2569และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569



สำหรับผลการดำเนินงานงวดปี 2568 (สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568) บริษัทฯ มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,886.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.51% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2567 ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,146.68 ล้านบาท และ มีกำไรสุทธิรวม 121.43 ล้านบาท เนื่องจากในปี 2568 บริษัทฯ สามารถรับรู้รายได้จากทั้งกลุ่มบริษัทเพิ่มขึ้น และมีรายได้จากการผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ทางการแพทย์ (SM), ผลิตภัณฑ์วัสดุสิ้นเปลืองทางการแพทย์ (CS) รวมถึงรายได้การให้บริการการฆ่าเชื้อ CSSD บริการซ่อมบำรุงอุปกรณ์ทางการแพทย์และการจำกัดของเสีย (SV) เพิ่มขึ้น


ในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้ 2,400 ล้านบาท โดยขับเคลื่อนผ่านการนำเข้าผลิตภัณฑ์เพื่อขยายพอร์ตธุรกิจ ควบคู่กับการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อยกระดับสู่นวัตกรรมเครื่องมือแพทย์แบบครบวงจร พร้อมเร่งขยายตลาดต่างประเทศอย่างจริงจัง ด้วยกลยุทธ์การลงทุนที่ยืดหยุ่น ทั้งการแต่งตั้งตัวแทนจำหน่าย การจัดตั้งบริษัทย่อย และการร่วมทุนกับพันธมิตรในแต่ละประเทศ โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศราว 5% และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า

"ปัจจุบันอุตสาหกรรมการแพทย์ยังมีศักยภาพเติบโตสูงจากสังคมผู้สูงอายุที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น และความก้าวหน้าของเทคโนโลยี บริษัทฯ จึงมุ่งสร้างการเติบโตระยะยาว ผ่านการพัฒนาตั้งแต่ R&D การผลิต ไปจนถึงการขยายตลาดต่างประเทศ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ไทยสู่เวทีโลก" นายวิโรจน์ กล่าว

 




บมจ.เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ (PCE) เปิดแผนการเข้าร่วมโครงการ JUMP+ เดินหน้าขยายศักยภาพการผลิตอย่างเต็มรูปแบบ ชู 3 กลยุทธ์ ลงทุนในโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบ (เฟส 3)–พัฒนาโรงกลั่นน้ำมันปาล์ม–เพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันปาล์มโอเลอินเพื่อการบริโภค ตั้งเป้าหมายกำไรสุทธิ 750-800 ล้านบาท ในปี 2571 รองรับโอกาสการเติบโตในตลาดอย่างยั่งยืน มุ่งสู่ผู้นำอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มครบวงจรระดับประเทศ

 

นายพรพิพัฒน์ ประสิทธิ์ศุภผล รองกรรมการผู้จัดการสายงานกลยุทธ์และพัฒนาองค์กร บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) (PCE) เปิดเผยว่า บริษัทฯ มุ่งสู่ผู้นำอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มครบวงจรระดับประเทศ พร้อมสร้างมูลค่าทางธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านแผนการเพิ่มมูลค่าบริษัทในโครงการ JUMP+ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นบริษัทจดทะเบียนที่มีคุณภาพ มีการบริหารงานอย่างเป็นระบบ ตั้งเป้าหมายกำไรสุทธิ 750-800 ล้านบาท ในปี 2571


 

"สำหรับแผน JUMP+ บริษัทฯ มุ่งก้าวเป็นผู้นำอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มครบวงจรระดับประเทศ ที่โดดเด่นด้านการบริหารจัดการและความยั่งยืนในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พร้อมส่งมอบผลิตภัณฑ์ชีวภาพ (Bio-based) คุณภาพสูงให้กับอุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยอาศัยเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่ง และความเชี่ยวชาญแบบรอบด้าน ทั้งการจัดหาวัตถุดิบ การผลิต และระบบขนส่งที่ครบวงจร เพื่อต่อยอดความสำเร็จนี้ บริษัทฯ มุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนด้วย 3 กลยุทธ์ ทั้งการขยายกำลังการผลิตโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบและโรงผลิตน้ำมันปาล์มโอเลอิน รวมไปถึงการพัฒนากระบวนการผลิตโรงกลั่นน้ำมันปาล์ม เพื่อยกระดับคุณภาพและมาตรฐานสินค้า รองรับโอกาสการเติบโตของตลาด"

 

โดยกลยุทธ์ที่ 1 การลงทุนในโครงการก่อสร้างโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบ (เฟส 3) เพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันปาล์มดิบจากเดิม 150 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง เป็น 210 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง มุ่งลดการพึ่งพาการจัดซื้อน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) จากหน่วยงานภายนอกเพื่อมาผลิตผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง และยกระดับอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทฯ สู่ระดับ 6%


 

กลยุทธ์ที่ 2 ยกระดับขีดความสามารถโรงกลั่นน้ำมันปาล์ม (เฟส 3) โดยมีการลงทุนเครื่องจักรใหม่และปรับปรุงกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มคุณภาพน้ำมันปาล์มกึ่งบริสุทธิ์ผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพน้ำมันปาล์มดิบให้บริสุทธิ์ยิ่งขึ้นและกระบวนการกลั่นสองขั้นตอน (Double-refined processing) ซึ่งจะช่วยรองรับการเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรเพิ่มขึ้นสูง ต่อยอดการพัฒนาสินค้าคุณภาพสูง (High Value Added) และสนับสนุนการขยายฐานตลาดให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น

 

และกลยุทธ์ที่ 3 การเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันปาล์มโอเลอินของบริษัทฯ จาก 300 ตันต่อวัน เป็น 700 ตันต่อวัน เพื่อรองรับการขยายฐานลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและรองรับการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายน้ำมันปาล์มโอเลอินบรรจุขวด แบรนด์ "รินทิพย์" ทั้งยังเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มโอเลอิน ซึ่งเป็นกลยุทธ์หลักที่ขับเคลื่อนรายได้ให้กลุ่มบริษัท รองรับโอกาสทางธุรกิจที่มีการเติบโตสูงในอุตสาหกรรม


 

ขณะเดียวกัน PCE ยังดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาลที่ดี เพื่อเสริมสร้างกรอบการกำกับดูแลกิจการที่โปร่งใสและน่าเชื่อถือ ป้องกันการทุจริต โดยมีการทบทวนนโยบายภายในอย่างสม่ำเสมอ ส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กร ที่ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต มุ่งได้รับการรับรองจากแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (Thai Private Sector Collective Action Against Corruption - CAC) ภายในปี 2571

 

ในส่วนของแผนด้านสภาพภูมิอากาศ บริษัทฯ มีการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการข้อมูลก๊าซเรือนกระจกและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (พ.ศ. 2569–2571) โดยเริ่มจากการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกตามมาตรฐาน ISO14064-1 และ อบก. พร้อมประเมินความเสี่ยงทางการเงินจากสภาพภูมิอากาศ (TCFD) อย่างรอบด้าน ในปี 2569 ก่อนจะยกระดับระบบการจัดเก็บข้อมูลให้สอดคล้องกับมาตรฐาน SBTi ในปี 2570 และบูรณาการระบบบริหารจัดการข้อมูลความยั่งยืนเข้ากับผลประกอบการทางการเงิน ภายในปี 2571 ขณะเดียวกัน บริษัทฯ มุ่งมั่นลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน ผ่านการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ควบคู่กับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทางเลือก และการเพิ่มแหล่งกักเก็บคาร์บอนเพื่อรักษาสมดุลสิ่งแวดล้อม เพื่อบรรลุเป้าหมายสูงสุดในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี 2593 การดำเนินงานด้าน ESG ที่โปร่งใสและตรวจสอบได้นี้ จะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ นักลงทุนสถาบันและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระดับสากล ถึงความมั่นคงและยั่งยืนของธุรกิจ



---จบ---

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

HotNews: ITD ถึงเวลาพลัดใบ? หลังสิ้นสุดยุค เปรมชัย กรรณสูต

ผู้สื่อข่าวหุ้นอินไซด์ ขอตั้งคำถามว่า ITD ถึงเวลาพลัดใบ แล้วหรือยัง? หลัง สิ้นสุดยุค เปรมชัย กรรณสูต....

ความหวัง By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ ฟ้าหลังฝนเช้าที่ผ่านมา แดดเริ่มออกอีกครั้ง ส่วนหุ้นไทยรีบาวน์ นับเป็นสัญญาณดี ....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้