10 เม.ย. 2569 08:57:29 327
Equality for AllNEO : บมจ.นีโอ คอร์ปอเรท1Q26 คาดกำไรเหลือ 82 ลบ. -68% y-y -51% q-q จากค่าใช้จ่ายในการออกสินค้าใหม่ : 1Q26 คาดยอดขายยังโตได้ตามเป้าโดยเฉพาะสินค้ากลุ่มของใช้ในครัวเรือนและของใช้ส่วนบุคคลโตได้ดีเช่นกัน ยกเว้นกลุ่มของใช้สำหรับเด็กยังหดตัวต่อเนื่อง แต่ได้รับผลกระทบจากการออกสินค้าใหม่ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายเร่งตัวขึ้นมากกว่าเป้าคาดยอดขาย 2,796 ลบ. +8% y-y แต่ -5% q-q โดยยอดขายกลุ่มของใช้ในครัวเรือน 45% ของยอดขาย ยอดขายโต 2 หลัก ส่วนของใช้ส่วนบุคคล 28% ของยอดขาย ยอดขายโต 6-8% y-y แต่หากของใช้สำหรับเด็ก (27%) ยอดขายหดตัวมากกว่า 20% y-y จากเศรษฐกิจชะลอตัว รวมถึงได้รับผลกระทบจากตลาดส่งออกทั้งลาวและเวียดนามหลังค่าขนส่งปรับขึ้น ส่วนกัมพูชาไม่มียอดขายหลังมีปัญหาชายแดนขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวแรงจาก 41.8% y-y จากต้นทุนวัตถุดิบเร่งตัวขึ้น แต่คาดเห็นการฟื้นตัว q-q เป็น 37% จากต้นทุนวัตถุดิบลดลง แต่การฟื้นตัวอาจไม่มากจากสัดส่วนยอดขายในกลุ่มของใช้ในครัวเรือนมียอดขายเพิ่มขึ้น ส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายคาดเพิ่มขึ้นเป็น 33.1% จากการเร่งออกสินค้าใหม่จำนวนมากใน 1Q26ประกาศจ่ายเงินปันผล 1.35 บาทต่อหุ้น yield 7.1% : บ. ประกาศจ่ายเงินปันผลสำหรับปี 2025 ที่ 1.35 บาทต่อหุ้น คิดเป็นผลตอบแทนเงินปันผล 7.1% จะขึ้นเครื่องหมาย XD 5 พ.ค. 2026 และวันจ่ายเงิน 21 พ.ค. 2026ปรับประมาณการปี 2026 ลงตามต้นทุนที่เร่งตัวขึ้น : แม้แนวโน้มยอดขายของบ. จะโตได้ดีกว่าอุตสาหกรรม แต่ปัจจัยที่น่ากังวลในอนาคตคือกำลังซื้อที่จะชะลอตัวจากราคาน้ำมันที่เร่งตัวขึ้นซึ่งจะกระทบต่อการจัดจ่าย รวมถึงการขอความร่วมมือจากก. พาณิชย์ในการปรับขึ้นราคา ประกอบกับล่าสุดราคาวัตถุดิบเร่งตัวขึ้นอีกครั้งทำให้ภาพรวมข้างหน้าดูอ่อนแอกว่าที่เคยคาดไว้ปัจจุบันผบห. ยังคงเป้ายอดขายโต 6-8% y-y อัตรากำไรขั้นต้นที่ 38-40% จากแนวโน้มวัตถุดิบทรงตัว และค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขาย 32%เราคาดว่าในส่วนยอดขายนั้นยังมีโอกาสโตได้ แต่ในส่วนต้นทุนที่เร่งตัวขึ้น โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์ 30% ของต้นทุน surfractant และน้ำหอม 50% ของต้นทุนมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้น จะเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้นให้ลดลงกว่าที่เคยคาดไว้ทำให้เราปรับลดประมาณการลงจากเดิม คาดยอดขายยังโตได้ +8% y-y อยู่ที่ 11,559 ลบ. แต่ปรับลดอัตรากำไรขั้นต้นลงมาอยู่ที่ 36.5% จากต้นทุนเร่งตัวขึ้น แต่ปรับค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อยอดขายเพิ่มเป็น 32% ปรับกำไรสุทธิลงเหลือ 404 ลบ. -28% y-yปัจจัยเสี่ยง แนวโน้มราคาวัตถุดิบเร่งตัวขึ้น โดยวัตถุดิบคิดเป็น 50% ของต้นทุนขาย ส่วนบรรจุภัณฑ์ 30% ของต้นทุน ซึ่งในส่วนบรรจุภัณฑ์มีที่กระทบกับน้ำมันราว 15-20% ของต้นทุนบรรจุภัณฑ์ (4.5-6% ของต้นทุนขาย)
ปัจจัยลบมากกว่า“จากแนวโน้มราคาวัตถุดิบทั้งที่เกี่ยวข้องกับปาล์มและบรรจุภัณฑ์เร่งตัวขึ้นมากกว่าที่เคยคาด แต่หากการปรับราคาขายดูยากในสถานการณ์ปัจจุบันทำให้ประมาณการเดิมอาจทำได้ยาก อีกทั้งการคาดการณ์เอลนิโญในครึ่งปีหลังเป็นอีกปัจจัยที่อาจกระทบต่อวัตถุดิบให้น้อยลงกว่าเดิม แม้ผลตอบแทนเงินปันผล 7.1% ที่รออยู่ แต่เราชอบน้อยลงจากปัจจัยลบหลายด้านเข้ามาพร้อมกัน ปรับลดคำแนะนำลงเป็น “ขาย” รอการลดลงของราคาวัตถุดิบก่อนค่อยน่าสนใจอีกครั้ง ”
นารี อภิเศวตกานต์นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน #17971naree.a@liberator.co.th
: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์
เกาะเทรนด์โลกแบบไม่ปวดหัวด้วยการลงทุนผ่านกองทุนรวม
แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าที่ผ่านมา SET ย่อลงมากกว่าวันก่อน ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงวันหยุดพิเศษ คือการจัดประชุม IMF
Hooninside
สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้
ชื่อหรือรหัสของคุณไม่ถูกต้อง
Please, check your email format before submit.
Please, Enter you password.
Please, Enter minimum 3 character.
Please, Enter minimum 6 character.
กรุณากรอกอีเมล์ที่คุณใช้สมัครสมาชิกแล้วกดส่งเมล์