สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(8 เมษายน 2569)----------บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของบริษัท อีซี่บาย จำกัด (มหาชน) หรือ EB ที่ ‘AA(tha)’ และอันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นที่ ‘F1+(tha)’ โดยมีแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ
ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต
อันดับเครดิตพิจารณาจากปัจจัยสนับสนุนจากผู้ถือหุ้น: อันดับเครดิตของ EB มีปัจจัยพิจารณามาจากการที่ฟิทช์เชื่อว่ามีโอกาสสูงที่บริษัทแม่ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งคือ ACOM CO., LTD. จะให้การสนับสนุนเป็นพิเศษที่นอกเหนือจากการสนับสนุนด้านการดำเนินงานตามปรกติ (extraordinary support) แก่บริษัทลูกในประเทศไทย ในกรณีที่มีความจำเป็น นอกจากนี้อันดับเครดิตภายในประเทศของ EB ยังสะท้อนถึงโครงสร้างเครดิตของ EB เปรียบเทียบกับบริษัทอื่นที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตภายในประเทศโดยฟิทช์ และสะท้อนถึงความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับบริษัทอื่นในประเทศ
บริษัทแม่มีความสามารถในการให้การสนับสนุนที่แข็งแกร่ง: ACOM เป็นบริษัทลูกหลักสำหรับธุรกิจสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคของ Mitsubishi UFJ Financial Group, Inc. (MUFG; A-/แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ) ซึ่งเป็นหนึ่งในธนาคารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ความสามารถของ ACOM ในการให้การสนับสนุนแก่ EB เชื่อมโยงกับโครงสร้างเครดิตของ MUFG สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิตและปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคตของ MUFG สามารถดูได้จาก "Fitch Affirms MUFG at 'A-' and MUFG Bank and MUTB at ‘A’; Outlook Stable” ลงวันที่ 15ตุลาคม 2568
มีบทบาทที่สำคัญเชิงกลยุทธ์ต่อบริษัทแม่: EB มีบทบาทที่สำคัญในการสนับสนุนกลยุทธ์ของบริษัทแม่ในการขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ EBให้บริการด้านสินเชื่อส่วนบุคคลและได้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญในธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลของกลุ่ม EB เป็นบริษัทลูกในต่างประเทศที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของ ACOM โดย EB มีสัดส่วนรายได้คิดเป็นประมาณ19% ของรายได้จากการดำเนินงานของบริษัทแม่
ความเชื่อมโยงและผสานงานกับบริษัทแม่ที่ใกล้ชิด: ACOM มีสัดส่วนการถือหุ้นใน EB ที่ 71% แต่ฟิทช์เชื่อว่า แม้บริษัทแม่จะไม่ได้ถือหุ้นทั้งหมดในบริษัทลูกแต่ยังคงมีอำนาจในการควบคุมการบริหารจัดการ ฟิทช์เชื่อว่าบริษัทแม่ยังมีอำนาจควบคุมการบริหารงานในระดับสูง โดยผู้บริหารระดับสูงของบริษัทมาจากกลุ่มบริษัทแม่และบริษัทแม่มีอำนาจในการควบคุมคณะกรรมการบริษัท นอกจากนี้ ยังมีการร่วมมือกันในด้านการดำเนินงานในระดับสูงกับบริษัทแม่ในด้านระบบงานและการบริหารความเสี่ยง
ผลประกอบการที่ยังคงแข็งแกร่ง: EB มีผลการดำเนินงานในประเทศไทยที่ประสบความสำเร็จมาเป็นระยะเวลานาน รวมไปถึงช่วงเศรษฐกิจซบเซาตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด อัตราส่วนกำไรก่อนหักภาษีต่อสินทรัพย์เฉลี่ยของบริษัทยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 9.5% ในปี 2568 ซึ่งสอดคล้องกับค่าเฉลี่ยใน 4 ปีก่อนหน้า ฟิทช์คาดว่าผลประกอบการของบริษัทน่าจะยังคงแข็งแกร่งจากเครือข่ายธุรกิจที่มีชื่อเสียงและการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ
มีการสนับสนุนด้านการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง: การดำเนินธุรกิจของ EB ยังคงได้รับการสนับสนุนในด้านการดำเนินงานตามปรกติจาก (ordinary support) ACOM โดยล่าสุดอาจบ่งชี้ได้จากการจ่ายเงินปันผลในระดับปานกลางและการมีกำไรสะสมที่แข็งแกร่ง ซึ่งช่วยลดความจำเป็นในการระดมทุนจากภายนอกได้อย่างมาก ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 อัตราส่วนเงินกู้ยืมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่จับต้องได้ (total funding/tangible equity) ของบริษัทได้ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 0.23 เท่า จาก 0.35 เท่า ในเดือนธันวาคม 2567
ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต
ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบหรือส่งผลให้เกิดการปรับลดอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน)
อันดับเครดิตของ EB อาจถูกปรับลดอันดับได้หาก ACOM มีโครงสร้างเครดิตที่ปรับตัวอ่อนแอลง ซึ่งจะบ่งชี้ถึงการปรับตัวลดลงของความสามารถในการให้การสนับสนุนแก่บริษัทลูกในประเทศไทย แต่อย่างไรก็ตามการพิจารณาจะต้องคำนึงถึงการเปรียบเทียบโครงสร้างเครดิตของ EB กับบริษัทอื่นที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตภายในประเทศโดยฟิทช์ด้วยเช่นกัน
การปรับตัวด้อยลงของโอกาสที่ ACOM จะให้การสนับสนุนแก่ EB อาจนำไปสู่การปรับลดอันดับเครดิตของบริษัท ได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น หาก ACOM ลดสัดส่วนการถือหุ้นใน EB ลงต่ำกว่า 50% ควบคู่ไปกับการลดลงของอำนาจในการบริหารงานของบริษัทแม่ ความสอดคล้องกันในเชิงกลยุทธ์และการร่วมมือกันทางธุรกิจ แต่อย่างไรก็ตามฟิทซ์ไม่คาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงของโอกาสในการให้การสนับสนุนในระยะสั้นถึงระยะปานกลาง
อันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นของ EB จะถูกปรับลดอันดับ เป็น ‘F1(tha)’ หากอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของบริษัทถูกปรับลดอันดับลงไปที่ 'A-(tha)'
ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงบวกหรือส่งผลให้เกิดการปรับเพิ่มอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน)
การปรับตัวดีขึ้นของโครงสร้างเครดิตของ ACOM น่าจะส่งผลในเชิงบวกต่ออันดับเครดิตของ EB เช่นกัน ทั้งนี้ฟิทช์จะต้องทำการทบทวนเปรียบเทียบโครงสร้างเครดิตของ EB กับบริษัทอื่นที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตภายในประเทศโดยฟิทช์ก่อน
นอกจากนี้ฟิทช์ยังอาจทำการปรับเพิ่มอันดับเครดิตของ EB ได้ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวอาจเกิดขี้นได้ ในกรณีที่ ACOM มีการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน EB ควบคู่ไปกับการเชื่อมโยงที่ใกล้ชิดกันมากขึ้นในด้านชื่อเสียง หรือ จากการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของสัดส่วนกำไรและสินทรัพย์เมื่อเทียบกับของ ACOM ซึ่งช่วยเพิ่มความสำคัญของ EB ที่มีต่อกลุ่มบริษัทแม่
อันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นไม่มีโอกาสที่จะได้รับการปรับเพิ่มอันดับเนื่องจากเป็นอันดับเครดิตที่สูงที่สุดแล้ว
อันดับเครดิตตราสารหนี้และอันดับเครดิตอื่น: ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต
อันดับเครดิตของหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิอยู่ในระดับเดียวกันกับอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ EB เนื่องจากหุ้นกู้ดังกล่าวเป็นภาระผูกพันที่ไม่ด้อยสิทธิและไม่มีหลักประกันของบริษัท
อันดับเครดิตตราสารหนี้และอันดับเครดิตอื่น: ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต
อันดับเครดิตของหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิของ EB จะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางเดียวกับกับอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของบริษัท
แหล่งข้อมูลที่มีนัยสำคัญต่อการพิจารณาอันดับเครดิต
แหล่งที่มาของข้อมูลหลักที่ใช้ในการประเมินอันดับเครดิตมีรายละเอียดเปิดเผยอยู่ในเกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้องของฟิทช์
อันดับเครดิตที่เชื่อมโยงกับอันดับเครดิตอื่น
อันดับเครดิตของ EB มีความเชื่อมโยงกับโครงสร้างเครดิตของ ACOM