Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

33

Market Wrap-Up

  • SET วันที่ 1 เม.ย.69 ปิด +22.85 จุด อยู่ที่ 1,470.99 จุด มูลค่าการซื้อขาย 82,878 ลบ.ลบ. พอรต์โบรกซื้อ 2,614 ลบ. ต่างชาติซื้อ 4,010 ลบ. สถาบันขาย 1,718 ลบ. และรายย่อยขาย 4,906 ลบ. NVDR ซื้อสุทธิ 4,081 ลบ.ซื้อ DELTA,PTTGC,KKP,KTB,STECON,ขาย ADVANC,CPALL,GPSC,CRC,CPAXT มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,655 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น CN23,CHNXT5023,AP โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Long ใน Index Futures จำนวน 7,328 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 36,631 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 3,107 ลบ.

Market View

  • DJIA +0.48%, S&P500 +0.72%, Nasdaq +1.16% นำโดยกลุ่มอุต ฯ & บริการสื่อสาร +1.6% และดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ในตลาดฟิลาเดลเฟีย +2.8% หลัง ปธน.ทรัมป์ส่งสัญญาณยุติปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านภายใน 2 – 3 สัปดาห์ โดยไม่จำเป็นต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซ บ่งชี้ภาวะสงครามใกลัยุติ ส่วนรายงานทางเศรษฐกิจนั้น ADP เผยตัวเลขจ้างงานภาคเอกชน มี.ค. +62,000 สูงกว่าคาด +39,000 ตำแหน่ง, ยอดค้าปลีกสหรัฐ ก.พ. +0.6% & คาด +0.5% MoM และ ISM เผย PMI ภาคการผลิตสหรัฐ มี.ค.อยู่ที่ 52.7 สูงกว่าคาดที่ 52.5 ขณะที่เช้านี้ ปธน.ทรัมป์แถลงรายละเอียดปฏิบัติการทหารที่ประสบความสำเร็จ แต่ยังไม่มีการส่งสัญญาณจะยุติสงครามเมื่อไร แและวันศุกร์ติดตามตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ มี.ค. คาด +56,000 & ก.พ. -92,000 ตำแหน่ง, อัตราว่างานสหรัฐ มี.ค. คาดทรงตัวที่ 4.4% และวันศุกร์ตลาดปิดทำการในวัน Good Friday
  • Stoxx600 ยุโรป +50% นำโดยกลุ่มกลาโหม +5.9%, ธนาคาร +4.5% และสายการบิน Air France +8.9%,Lufthansa +8% หลัง ปธน.ทรัมป์ส่งสัญญาณใกล้ยุติสงครามกับอิหร่าน ขณะที่ดัชนีหุ้นกรีซ +3.4% หลัง MSCI เตรียมนำหุ้นกรีซเข้าดัชนีตลาดหุ้นกลุ่มพัฒนาแล้วภายในปี 2570 ส่วนข้อมูล PMI ภาคผลิตยูโรโซน มี.ค. ปรับขึ้นอยู่ที่ 51.6 & ก.พ. 50.8 ได้ปัจจัยหนุนจากภาคผลิคของเยอรมัน และวันศุกร์นี้ – วันจันทร์หน้าตลาดหุ้นยุโรปปิดในเทศกาล Good Friday – Easter
  • ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ ดัชนีนิเกอิ +5.24% ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มโลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็ก, ธนาคาร และเครื่องจักร หลัง ปธน.ทรัมป์คาดสหรัฐจะสามารถยุติสงครามกับอิหร่านได้ภายใน 2 – 3 สัปดาห์ เช่นเดียวกับ ปธน.อิหร่านก็ส่งสัญญาณพร้อมเจรจา ส่วน Kospi เกาหลีใต้ +8.4% ได้แรงหนุนจาก Samsung Electronics +13.4%, SK Hynix +10.6% และ Hyundai Motor +9.5% จากความหวังสงครามในตะวันออกกลางใกล้ยุติ ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้ +1.4% ได้แรงหนุนจากกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่ RatingDog เผย PMI ภาคการผลิตจีน มี.ค. ชะลอตัวอยู่ที่ 50.8 & คาด 51.5 สาเหตุมาจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น
  • SET +1.58% ปริมาณการซื้อขาย 2 หมื่น ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 2,614 ลบ. ต่างชาติซื้อ 4,010 ลบ. สถาบันขาย 1,718 ลบ. และรายย่อยขาย 4,906 ลบ. โดยดัชนีได้แรงหนุนจากกลุ่มอิเล็ก ฯ +5.2%, รับเหมาก่อสร้าง +4.6%, ท่องเที่ยว +3.4%, ไฟแนนท์ +3.2% และขนส่ง +2.98% หลัง ปธน.ทรัมป์เผยจะหยุดปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านภายใน 2 – 3 สัปดาห์ ขณะที่ ปธน.อิหร่านก็พร้อมเจรจาหยุดยิง แต่ต้องมีเงื่อนไขหลักประกันความปลอดภัยของอิหร่านในอนาคต จากสัญญาณดังกล่าวบ่งชี้ภาวะสงครามมีโอกาสจะไม่ยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเริ่มปรับลดลง และช่วยลดความเสี่ยงภาวะ Stagflation หากเงินเฟ้อสูงและเศรษฐกิจชะลอตัว ส่วนปัจจัยในประเทศอยู่ระหว่างรอการแถลงนโยบายรัฐบาลในวันที่ 9 – 10 เม.ย. ซึ่งรัฐบาลเตรียมออก ม.กระตุ้นกำลังซื้อ & ม.ช่วยเหลือค่าครองชีพ, ม.ช่วยเหลือ SME, ม.ส่งเสริมการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน และ ม.กระตุ้นลงทุนในตลาดหุ้นผ่าน TISA ขณะที่วานนี้ กกร.คาดการณ์ GDP ไทยปีนี้ที่ระดับ 1.2 – 1.6% ลดลงเดิมคาดที่ 1.6 – 2.0% ซึ่งเป็นผลจากราคาพลังงานที่ปรับสูงขึ้น ส่งผลกระทบด้านลบความเชื่อมั่นภาคเอกชน

   Daily Strategy

  • ประเมินแนวรับดัชนี 1,450 – 1,460 แนวต้าน 1,480 – 1,490 คาดดัชนีมีโอกาสทรงตัว หลังถ้อยแถลงของ ปธน.ทรัมป์เช้านี้ยังไม่ได้ส่งสัญญาณยุติสงครามที่ชัดเจน ดังนั้นจึงแนะนำทยอยซื้อเมื่อดัชนีอ่อนตัวในกลุ่มค้าปลีก CPALL,CPAXT,BJC,CBG,OSP คาดได้ ม.กระตุ้นกำลังซื้อของภาครัฐ/ หุ้นกลุ่ม Value เช่น ADVANC,TRUE,GULF,SCB,KTB,CK,STECON, AMATA, WHA        
  • KKP* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมายIAA Consensus 74.50 บาท) บริษัทรายงานกำไร 4Q68 ที่ 77 พันล้านบาท +6%QOQ, +26%YoY เนื่องจากกำไรเงินลงทุนงานงบกำไรขาดทุน (FVTPL) และรายได้ค่าธรรมเนียมเติบโต ขณะที่การตั้งสำรองลดลงการความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อใหม่ ส่งผลให้ทั้งปี 68 บริษัทมีกำไรสุทธิ 5.9 พันล้านบาท +19%YoY ส่วนเป้าหมายในการเติบโตในปี 69 บริษัทมองสินเชื่อจะกลับมาขยายตัวราว 3%YoY รายได้ค่าธรรรมเนียโต Double Digit จาก KKP DIME และ Wealth management คาด credit cost ลดลงจากสถานการณ์ขาดทุนรถยึดที่ดีขึ้น รวมถึงคาดหวังเงินปันผลต่อปีอีกราว 7% โดยตลาดคาดกำไรปี 69-70 ที่ 6 พันล้านบาท +2%YoY และ 6.4 พันล้านบาท +6%YoY

TNP* (ทะยอยซื้อ /ราคาเป้าหมาย IAAConsensus 3.90บาท) การดำเนินงานใน 1Q69 คาดว่าปัจจัยบวกลบจะหักล้างกันไป อย่างไรก็ตาม ช่วงถัดไป คาดหวังต่อมาตรการช่วยค่าครองชีพและกระตุ้นกำลังซื้อของรัฐบาลใหม่ โดยทาง TNP* เองวางเป้าหมายรายได้ในปี69 นี้ จะเติบโตราว 10-15% วางแผนขยายสาขาใหม่อีก 8 สาขาบริเวณภาคเหนือที่งบลงทุน 130 ลบ. ปัจจุบัน ตลาดคาดว่าในปี69และ 70 กำไรสุทธิของTNP* จะอยู่ที่ 220 ลบ.(+3%YoY) และ 237 ลบ.(+8%YoY) ในเชิง Valuation ราคายังดูไม่แพง โดยอิงจาก Consensus ปี69F Forward PE ที่ 10x, PBV ที่ 1.5x และ Dividend Yield ที่ 4%

Daily Key Factors

Oil Update(-) WTI พ.ค. -$1.26 อยู่ที่ $100.12 / บาร์เรล, Brent มิ.ย. -$2.81 อยู่ที่ $101.16/บาร์เรล หลัง ปธน.ทรัมป์เผยพร้อมยุติสงครามในอิหร่านภายใน 2 – 3 สัปดาห์ข้างหน้า ขณะที่ EIA รายงานสต็อคน้ำมันดิบสหรัฐสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 5.4 ล.บาร์เรล สูงกว่าคาดจะเพิ่ม 1.8 ล.บาร์เรล

 

Gold Update(+)Comex Gold มิ.ย.+$134.50 อยู่ที่ $4,813.10 /ออนซ์ หลัง ปธน.ทรัมป์เผยภาวะสงครามในอิหร่านจะสิ้นสุดในช่วง 2 – 3 สัปดาห์ข้างหน้า ส่งผลให้นักลงทุนคลายความกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อสูง กอปรได้แรงหนุนจาก Dollar Index อ่อนค่า -0.32% อยู่ที่ 99.648

 

Fund Flow(+) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ ซื้อสุทธิ +93.67 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยซื้อหุ้นไทย +123.31 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ขายหุ้นอินโดฯ -9.73 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -19.91 ล.ดอลลาร์สหรัฐ

 

(0) ค่าเงินบาทเช้านี้แข็งค่าอยู่ที่ 32.52 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ทรงตัวอยู่ที่ 4.314 %

(+) ดัชนี BDI ปิด +35 จุด อยู่ที่ 2,030

(+) BitCoin เช้านี้ +0.28% อยู่ที่ 68,482 ดอลลาร์สหรัฐ

 

 Economic Calendar

 

ในประเทศ

27 มี.ค.     สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม

31 มี.ค.     ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย

สัปดาห์ที่1 ดัชนีความเชื่อมันผู้บริโภค

(เม.ย.)

 

ต่างประเทศ

31 มี.ค.     CN ดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีน (มี.ค.)

EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (มี.ค.)

US รายงานความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากซีบี (มี.ค.)

US ตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่จาก JOLTS (ก.พ.)

01 เม.ย.    US การเปลี่ยนแปลงการจ้างงานภาคนอกภาคเกษตรกรรม(ADP)(มี.ค.)

US ดัชนียอดขายปลีก (ก.พ.)

US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต (มี.ค.)

02 เม.ย.    US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก

03 เม.ย.    US อัตราการว่างงาน (มี.ค.)

                US การจ้างงานนอกภาคการเกษตร (มี.ค.)

                US รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง (มี.ค.)

                US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการ (มี.ค.)

 

 

Theme Strategy

ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield ที่มีความทนทานต่อภาวะตลาดที่ผันผวนสูงจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

 

(1) High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KKP, KTB, SCB, TISCO, TTB กลุ่ม REIT / อื่นๆ CPN*, CPNREIT*, ROJNA*

 

(2) Commodity Linked ได้ประโยชน์จาก Energy Shock กลุ่มพลังงาน PTTEP, BANPU กลุ่มปิโตรเคมี PTTGC, IVL, IRPC กลุ่ม Biofuel BBGI*, GGC*, TAE*, UBE*, PCE*, UVAN*, APO*, VPO*, AIE* กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน BCPG*, GUNKUL*

 

(3) ราคาสินค้าเกษตร / อาหาร ปรับตัวเพิ่มขึ้น STA*, STGT*, TRUBB*, NER*, TFG*, BTG*

 

(4) Defensive กลุ่ม ICT / Data Center ADVANC, TRUE, DELTA*, HANA*, STECON, INSET*

 

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 45% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio April 2026: NER*, BBGI*, TRUE, PTTEP, GUNKUL*

 

Analysts

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri  

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

 

               

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้