31 มี.ค. 2569 10:49:34 49
สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (31 มีนาคม 2569 )-----ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) เผยผลวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้จ่ายผ่านแอป KKP Better พบสัญญาณความต้องการสินเชื่อส่วนบุคคลพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ต้นปี ชี้ครัวเรือนไทยกำลังเผชิญกับภาวะ "ฤดูร้อนทางการเงิน" จากการบรรจบกันของ 4 ภาระหนัก ทั้งภาษี ค่าไฟช่วงหน้าร้อน ค่าใช้จ่ายเทศกาล และค่าเทอมลูกที่ต้องเตรียมล่วงหน้า พร้อมแนะการบริหารหนี้รูปแบบใหม่เพื่อลดภาระดอกเบี้ยในระยะยาวจากการศึกษาข้อมูลย้อนหลัง KKP พบว่าสภาพคล่องของคนไทยในช่วงเดือนเมษายน - พฤษภาคม ถูกกดดันด้วยปัจจัย "พายุค่าใช้จ่าย" ที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกันใน 4 ด้านหลัก ประกอบด้วย: ภาระภาษีเงินได้ที่ขยับสูงขึ้น: ข้อมูลจากสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) ระบุว่าภาระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปี 2568 พุ่งสูงถึง 432,324 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 29% จาก 4 ปีก่อนหน้า และผู้มีรายได้ประจำต้องเตรียมเงินสดเฉลี่ย 5,000 – 10,000 บาทรับภาระภาษีในช่วงเวลานี้ วิกฤตค่าไฟหน้าร้อน: อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นทุก 1 องศาเซลเซียส ส่งผลให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักและกินไฟเพิ่มขึ้น 3% ทำให้บิลค่าไฟในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม มักพุ่งสูงกว่าเดือนอื่นๆเฉลี่ย 10 - 30% ค่าใช้จ่ายเทศกาลและวัฒนธรรม: แม้จะเป็นช่วงสั้นๆ แต่ยอดใช้จ่ายในช่วงสงกรานต์ปี 2568 กลับพุ่งสูงถึง 1.06 แสนล้านบาท จาก 0.88 แสนล้านบาทในปีก่อนหน้า สะท้อนถึงภาระค่าเดินทางและค่าเฉลิมฉลองที่เพิ่มขึ้นสวนทางกับสภาพเศรษฐกิจ ต้นทุนการศึกษา "ภาระที่ตัดไม่ได้": ถือเป็นปัจจัยที่หนักที่สุดสำหรับครอบครัวที่มีบุตรหลาน โดยเฉพาะโรงเรียนเอกชนและนานาชาติที่ต้องเตรียมงบประมาณตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสนบาทต่อปีสำหรับการเปิดภาคเรียนใหม่ทั้งนี้ ข้อมูลจากแอปพลิเคชัน KKP Better พบพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้ปกครอง โดยยอดสแกนจ่ายเพื่อการศึกษาผ่านแอปฯ ระหว่างปี 2563 - 2568 พุ่งสูงรวมถึง 88 ล้านบาท เฉพาะปี 2568 เพียงปีเดียวมียอดสูงถึง 46 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 25,000 บาทต่อคน โดยยอดการใช้วงเงินพร้อมใช้เริ่มขยับตัวสูงขึ้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ - มีนาคม ซึ่งเร็วกว่ารอบการจ่ายค่าเทอมปกติ เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายแฝงอย่างค่าแรกเข้าและค่าเรียนพิเศษสอบเข้าโรงเรียนดัง สะท้อนว่าพ่อแม่ให้ความสำคัญกับการรักษาโอกาสทางการศึกษาของบุตรหลานเป็นอันดับหนึ่ง แม้อยู่ในภาวะการเงินที่ตึงตัวที่สุดของปี "Purpose-based Pricing" ลดต้นทุนหนี้เพื่อสิ่งจำเป็นนายราเมษฐ์ ศศิรัชพรชัย หัวหน้าฝ่าย Product Owner สาย Digital and Innovation Management ธนาคารเกียรตินาคินภัทร ระบุว่า ธนาคารเล็งเห็นความจำเป็นในการเข้าแทรกแซงเพื่อไม่ให้ครัวเรือนต้องหันไปพึ่งพาสินเชื่อนอกระบบที่มีดอกเบี้ยสูงเกินควรสำหรับสิ่งที่มีความจำเป็นและสำคัญต่อชีวิต จึงได้นำร่องใช้โมเดล "Purpose-based Pricing" ผ่านสินเชื่อ KKP Better Loan แนวคิดนี้คือการออกแบบอัตราดอกเบี้ยตามวัตถุประสงค์การใช้จริง โดยธนาคารจะมอบส่วนลดดอกเบี้ยให้โดยอัตโนมัติเมื่อลูกค้าใช้จ่ายในหมวดที่จำเป็นต่อคุณภาพชีวิต: อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 7.99% ต่อปี* สำหรับการสแกนจ่ายในหมวดการศึกษา ค่ารักษาพยาบาล และประกัน อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 10.49% ต่อปี* สำหรับการสแกนจ่ายในหมวดสาธารณูปโภค สุขภาพและความงาม น้ำมันและยางรถยนต์ รวมถึงของใช้ภายในบ้านท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจในปี 2569 ธนาคารเกียรตินาคินภัทรมุ่งหวังให้คำตอบทางการเงินนี้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการสภาพคล่องอย่างมีกลยุทธ์ เพื่อช่วยให้คนไทยก้าวผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายไปได้อย่างมั่นคงและมีภาระต้นทุนทางการเงินที่ต่ำที่สุดคำเตือน: กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว*อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (EIR) อยู่ระหว่าง 7.99% - 25% ต่อปี เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: https://kkpbetter.kkpfg.com/th/loan-products/personal-loan/kkp-better-loan
: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์
แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ หุ้นไทย ปรับตัวขึ้น ตามตลาดต่างประเทศ บน นักลงทุน คลายความกังวล เฟด.....
Hooninside
สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้
ชื่อหรือรหัสของคุณไม่ถูกต้อง
Please, check your email format before submit.
Please, Enter you password.
Please, Enter minimum 3 character.
Please, Enter minimum 6 character.
กรุณากรอกอีเมล์ที่คุณใช้สมัครสมาชิกแล้วกดส่งเมล์