Today’s NEWS FEED

News Feed

ซีพีเร่งเกษตรยั่งยืน Traceability–นาข้าวคาร์บอนต่ำ ลดเผา ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม

40

 
 

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์( 26 มีนาคม 2569)-------ท่ามกลางความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งปัญหาฝุ่น PM2.5 หมอกควันข้ามพรมแดน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคเกษตรกรรม การยกระดับมาตรฐานการผลิตทางการเกษตรให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตรในภูมิภาค ในการนี้เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้ดำเนินแนวทางพัฒนาเกษตรยั่งยืนผ่านหลายโครงการสำคัญ ทั้งการพัฒนาระบบ ตรวจสอบย้อนกลับวัตถุดิบข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (Traceability) การส่งเสริมการเพาะปลูกที่ยั่งยืนตามมาตรฐานสากล  นอกจากนี้ยังดำเนินโครงการลดก๊าซเรือนกระจกจากนาข้าวในประเทศเมียนมา เพื่อลดการเผาในภาคเกษตร ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับมาตรฐานห่วงโซ่อุปทานทางการเกษตรของภูมิภาค
 
ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหาร ด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า การพัฒนาห่วงโซ่อุปทานทางการเกษตรที่โปร่งใสและยั่งยืนเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายความยั่งยืนขององค์กร โดยเฉพาะการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากภาคเกษตรต้นน้ำ ทั้งนี้เครือซีพีให้ความสำคัญกับการจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ ผ่านนโยบายตรวจสอบย้อนกลับ 100%  รวมถึงมาตรการ ไม่รับซื้อ–ไม่นำเข้าข้าวโพดจากพื้นที่บุกรุกป่าหรือมีการเผา ซึ่งช่วยยกระดับมาตรฐานห่วงโซ่อุปทานให้โปร่งใส และสอดคล้องกับเป้าหมาย Carbon Neutral ในปี 2030 และ Net Zero ในปี 2050 ทั้งนี้ได้ขับเคลื่อนเพื่อยกระดับความโปร่งใสห่วงโซ่อุปทาน โดยใช้ระบบ Traceability ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เริ่มในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2559 ก่อนขยายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยใช้เทคโนโลยี Blockchain และภาพถ่ายดาวเทียมตรวจจับจุดความร้อน เพื่อตรวจสอบพื้นที่เพาะปลูกและป้องกันการเผาในแปลงเกษตร
 
นายฐิติ ลุจินตานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจการค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่มีบริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัดเป็นหลักในการดำเนินธุรกิจจัดซื้อวัตถุดิบอาหารสัตว์ กล่าวว่า ระบบตรวจสอบย้อนกลับช่วยให้สามารถติดตามวัตถุดิบได้ตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ การเพาะปลูก การรวบรวมผลผลิต การขนส่ง จนถึงโรงงานอาหารสัตว์ ปัจจุบัน เมียนมามีผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ประมาณ 2.5 ล้านตันต่อปี โดยเครือซีพีรับซื้อประมาณ 10% ของผลผลิตในเมียนมา ซึ่งสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าไม่มาจากพื้นที่เผาหรือบุกรุกป่า ระบบดังกล่าวยังได้รับการตรวจประเมินจากองค์กรผู้เชี่ยวชาญระดับโลก Control Union ซึ่งทำหน้าที่ทวนสอบห่วงโซ่อุปทานเป็นประจำทุกปี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อคู่ค้าและตลาดโลก
 
ในส่วนของ บริษัทเจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส หรือ CPP ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ นายวรสิทธิ์ สิทธิวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร เขตประเทศเมียนมา เปิดเผยว่า CPP มุ่งมั่นในการพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับที่ไม่เพียงช่วยให้สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของข้าวโพดได้ แต่ยังเป็นเครื่องมือในการสนับสนุนเกษตรกรให้เข้าถึงเทคโนโลยีและวิธีการเพาะปลูกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยได้ร่วมมือกับ BKP เพื่อบูรณาการระบบนี้ทั้งในด้านการผลิตและการตลาด ทำให้เกษตรกรและพ่อค้าผู้รวบรวมข้าวโพดสามารถเชื่อมต่อกับตลาดในไทยและต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ทั้งนี้การใช้ระบบตรวจสอบย้อนกลับในปีที่ผ่านมา พบว่าช่วยลดจุดความร้อนในพื้นที่ปลูกข้าวโพดลงเกือบครึ่ง สะท้อนถึงประสิทธิภาพของระบบในการควบคุมการเผาและป้องกันการบุกรุกป่า  ระบบตรวจสอบย้อนกลับถือเป็นเครื่องมือเชิงวิทยาศาสตร์ที่ทั่วโลกยอมรับ และสำหรับในเมียนมาได้รับการทวนสอบจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ถือเป็นกลไกที่ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ 'ฟ้าใส' ของรัฐบาลไทย ในการแก้ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนระหว่างไทย เมียนมา และลาว
 
จากนโยบายส่งเสริมการเพาะปลูกยั่งยืน บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส (CPP) ได้ส่งเสริมการเพาะปลูกอย่างยั่งยืนตามมาตรฐาน Farm Sustainability Assessment (FSA) เพื่อพัฒนาเกษตรกรรมให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของวัตถุดิบการเกษตรในตลาดโลก แนวทางดังกล่าวช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยีการผลิต และการบริหารจัดการฟาร์มที่มีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนการผลิต และสร้างรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว
 
ในขณะเดียวกัน CPP ยังดำเนิน โครงการลดก๊าซเรือนกระจกจากนาข้าวในภูมิภาคกลางและตอนเหนือของเมียนมา (Myanmar Carbon Program) ควบคู่ไปกับการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานข้าวโพดฯ โดยมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคการเกษตรและลดการเผาในแปลงนา โครงการดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่กว่า 73,000 เอเคอร์ และสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 60,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ผ่านการส่งเสริมเทคนิคการปลูกข้าวที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ เช่น การจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง (AWD) และการปลูกข้าวแบบหว่านหรือหยอดเมล็ดโดยตรง ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซมีเทนจากนาข้าว โครงการนี้ยังส่งเสริมแนวทาง Zero Burn หรือการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตรโดยไม่เผา พร้อมอบรมเกษตรกรเพื่อเพิ่มองค์ความรู้ด้านการผลิตที่ยั่งยืน
 
ภาพรวมของการดำเนินงานทั้งระบบตรวจสอบย้อนกลับ การเพาะปลูกยั่งยืน และโครงการลดก๊าซเรือนกระจกจากนาข้าว สะท้อนการขับเคลื่อนเกษตรกรรมของภูมิภาคในมิติใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและสิ่งแวดล้อมควบคู่กัน โดยเครือซีพียังคงเดินหน้าต่อยอดแนวทางดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานห่วงโซ่อุปทานทางการเกษตร ลดการเผา ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างความเชื่อมั่นในระดับภูมิภาคและตลาดโลกอย่างยั่งยืน
 
 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

SCC-TOP ค้ำ SET By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ ตลาดหุ้นไทย อยู่ในอาการพักตัว ปรับฐาน ตามตลาดต่างประเทศ....

NAM ปลื้ม "เซอร์วิโซฯ" ร่วมกับ "รพ.พริ้นซ์ มุกดาหาร" คว้า CSSA Gold Awards 2026 ตอกย้ำมาตรฐานงานปราศจากเชื้อ!

NAM ปลื้ม "เซอร์วิโซฯ" ร่วมกับ "รพ.พริ้นซ์ มุกดาหาร" คว้า CSSA Gold Awards 2026 ตอกย้ำมาตรฐานงานปราศจากเชื้อ!

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้