สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(20 มีนาคม 2569)------------บริษัท ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) (UNIX) ผู้ผลิตและจำหน่ายฟิล์มและบรรจุภัณฑ์พลาสติก ประกอบด้วย ฟิล์มสำหรับผลิตบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน ฟิล์มและบรรจุภัณฑ์สำหรับบรรจุของหนัก ฟิล์มและบรรจุภัณฑ์สำหรับอุตสาหกรรมทั่วไป และบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคเปิดเผยว่า บริษัทฯได้สรุปราคาไอพีโอเสนอขายหุ้นละ 1.89 บาท เปิดจอง 23-25 มีนาคม 2569
การกำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทที่เสนอขายในครั้งนี้ พิจารณาจากอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (Price to Earnings Ratio : P/E) ทั้งนี้ ราคาหุ้นที่เสนอขายหุ้นละ 1.89 บาท คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E Ratio) เท่ากับ 8.30 เท่า ซึ่งคำนวณจากผลประกอบการของบริษัทและบริษัทย่อยในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ซึ่งมีกำไรสุทธิเท่ากับ 150.31 ล้านบาท เมื่อหารด้วยจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้เท่ากับ 660,000,000 หุ้น (Fully Diluted) จะได้กำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 0.23 บาท (หากหารด้วยจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้ว ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 จำนวน 480,000,000 หุ้น จะได้กำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 0.31 บาท โดยราคาหุ้นที่เสนอขายหุ้นละ 1.89 บาท คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E Ratio) เท่ากับ 6.04 เท่า)
UNIX เสนอขายไอพีโอ ไม่เกิน 180,000,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 27.27 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯในครั้งนี้
สัดส่วนการเสนอขายหุ้น
ประเภทผู้ลงทุน จำนวนหุ้นที่เสนอขาย (หุ้น) สัดส่วนที่เสนอขาย (ร้อยละ)
1. เสนอขายต่อบุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ไม่น้อยกว่า 172,000,000 หุ้น ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95.56
2. เสนอขายต่อผู้มีอุปการคุณของบริษัท ไม่เกิน 2,600,000 หุ้น ไม่เกินร้อยละ 1.44
3. เสนอขายต่อกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทและบริษัทย่อย ไม่เกิน 5,400,000 หุ้น ไม่เกินร้อยละ 3.00
รวมทั้งหมด 180,000,000 หุ้น 100.00
บริษัทมีวัตถุประสงค์ในการนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหลักทรัพย์ครั้งนี้หลังหักค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเสนอขายประมาณ328.65 ล้านบาท ไปใช้ดังต่อไปนี้
หน่วย : ล้านบาท
วัตถุประสงค์การใช้เงิน จำนวนเงินที่ใช้ (ล้านบาท) ระยะเวลาที่ใช้เงินโดยประมาณ
1. ลงทุนในเครื่องจักร เครื่องมืออุปกรณ์ รวมถึงธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่มีศักยภาพเพื่อรองรับการเติบโตของบริษัทและบริษัทย่อย 1/ 100.00 ปี 2569 - 2571
2. ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ 2/ 28.65 ปี 2569 - 2571
3. ชำระคืนเงินกู้ยืมของบริษัทและบริษัทย่อยแก่สถาบันการเงิน 3/ 200.00 ปี 2569 - 2571
รวมทั้งหมด 328.65
หมายเหตุ:
1/ บริษัทและบริษัทย่อยมีแผนลงทุนในเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตสินค้าในกลุ่มฟิล์มสำหรับผลิตบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน (Film for Flexible Packaging) เครื่องจักรประเภทเครื่องเป่าและตัดฟิล์มพลาสติกเพื่อรองรับการขยายกำลังการผลิตสินค้าในกลุ่มบรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค (Packaging for Consumer)
2/ ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในธุรกิจ เช่น ซื้อวัตถุดิบ ชำระคืนหนี้สินหมุนเวียน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่าง ๆ เป็นต้น
3/ ชำระคืนวงเงินกู้ยืมเพื่อปรับโครงสร้างธุรกิจให้แก่สถาบันการเงิน
---------------------
นโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัท
บริษัทจะพิจารณาการจ่ายเงินปันผลตามความสามารถในการทำกำไรแต่ละปี และผลการดำเนินงานโดยรวม ภายใต้ข้อกำหนดทางกฎหมาย และงดจ่ายปันผลในกรณีที่มีการขาดทุนสะสม โดยบริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคล
สำหรับผลประกอบการของUNIX
รายได้จากการขาย
บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้หลักจากการขายฟิล์มและบรรจุภัณฑ์พลาสติก ซึ่งประกอบไปด้วย 1) ฟิล์มสำหรับผลิตบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน 2) ฟิล์มและบรรจุภัณฑ์สำหรับบรรจุของหนัก 3) ฟิล์มและบรรจุภัณฑ์สำหรับอุตสาหกรรมทั่วไป 4) บรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค และ 5) รายได้จากการขายอื่นซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายได้จากการวัตถุดิบเม็ดพลาสติก
หากพิจารณาเพียงรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์หลักทั้ง 4 ประเภท โดยไม่รวมรายได้จากการขายอื่นนั้น สำหรับปี 2567 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์จำนวน 3,130.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2566 จำนวน 163.75 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 5.52
สำหรับปี 2568 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์จำนวน 3,022.38 ล้านบาท ลดลงจำนวน 107.90 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 3.45 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ต้นทุนและกำไรขั้นต้น
ต้นทุนขายของบริษัทและบริษัทย่อยในปี 2566 - 2568 เท่ากับ 2,591.67 ล้านบาท 2,752.78 และ 2,618.33 ล้านบาท ตามลำดับ โดยต้นทุนขายของบริษัทและบริษัทย่อยมีส่วนประกอบหลัก ได้แก่ ค่าวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต เช่น วัตถุดิบเม็ดพลาสติก สารเติมแต่ง ค่าสาธารณูปโภค และค่าแรงทางตรงที่เป็นค่าใช้จ่ายพนักงานที่เกี่ยวข้องกับการผลิต ซึ่งรวมคิดเป็นสัดส่วนโดยเฉลี่ยอยู่ในช่วงร้อยละ 90 - 95 ของต้นทุนขายรวมในแต่ละงวด ทั้งนี้ การปรับตัวเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของรายได้ เนื่องจากองค์ประกอบของต้นทุนขายส่วนใหญ่เป็นต้นทุนผันแปร ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงตามราคาวัตถุดิบเม็ดพลาสติกและปริมาณการผลิตของบริษัท ณ ช่วงเวลานั้นๆ
สำหรับปี 2567 บริษัทและบริษัทย่อยมีต้นทุนขาย 2,752.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 161.11 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 6.32 จาก 2,591.67 ล้านบาท ในปี 2566 โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบเม็ดพลาสติกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า อย่างไรก็ดี สำหรับปี 2567 บริษัทและบริษัทย่อยมีค่าสาธารณูปโภคที่ลดลง ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบด้วย ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำเย็น และค่าอัดอากาศ ที่ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
สำหรับปี 2568 บริษัทและบริษัทย่อยมีต้นทุนขาย 2,618.83 ล้านบาท ลดลง 133.95 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 4.87 จาก 2,752.78 ล้านบาท ในปี 2567 โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบเม็ดพลาสติกที่ปรับตัวลดลง ซึ่งแปรผันตามราคาวัตถุดิบเม็ดพลาสติกที่เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตฟิล์มและบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลงตั้งแต่ปลายปี 2567 และค่าสาธารณูปโภคที่ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลจากการที่บริษัทมีการติดตั้งระบบแผงโซลาร์รูฟ เฟสที่ 2 ทำให้บริษัทมีต้นทุนค่าไฟฟ้าลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ดี สำหรับปี 2568 บริษัทและบริษัทย่อยมีต้นทุนค่าแรงทางอ้อมและค่าแรงทางตรงที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
กำไรขั้นต้น
บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรขั้นต้นในปี 2566 - 2568 เท่ากับ 434.03 ล้านบาท 405.00 ล้านบาท และ 444.94 ล้านบาท ตามลำดับ โดยกำไรขั้นต้นของบริษัทและบริษัทย่อยมีแนวโน้มค่อนข้างคงที่เนื่องจากในปี 2567 ต้นทุนขายและต้นทุนวัตถุดิบนั้นปรับตัวเพิ่มขึ้นตามปริมาณขายรวมที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สำหรับปี 2568 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายลดลงแต่มีต้นทุนขายและต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวลดลง จึงส่งผลให้บริษัทมีอัตรากำไรขั้นในระดับที่ค่อนข้างคงที่ โดยบริษัทและบริษัทย่อยสามารถทำอัตรากำไรขั้นต้นสำหรับปี 2566 - 2568 เท่ากับร้อยละ 14.34 ร้อยละ 12.83 และร้อยละ 14.52 ตามลำดับ แม้ว่าบริษัทและบริษัทย่อยจะได้รับผลกระทบจากความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบก็ตาม
กำไรสุทธิ
ในปี 2566 - 2568 บริษัทและบริษัทย่อยมีอัตรากำไรสุทธิเท่ากับ ร้อยละ 5.07 ร้อยละ 3.77 และร้อยละ 4.89 ตามลำดับ
สำหรับปี 2567 บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ มีจำนวน 119.51 ล้านบาท ลดลง 34.42 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 22.36 จาก 153.94 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เนื่องจากปัจจัยที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น
สำหรับปี 2568 บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ จำนวน 150.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.80 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 25.7 จาก 119.51 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า