Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.เอเซีย พลัส : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

77

 

 

หลบสงคราม ซบหุ้นอิงนโยบายรัฐ

HORIZON MARKET VIEW
• ราคาน้ำมันดิบโลกยังคงผันผวนต่อเนื่อง ท่ามกลางสงครามอิหร่าน–สหรัฐ–อิสราเอลยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 12 แต่สัญญาณความรุนแรงดูเบาลง
• สำหรับปัจจัยผลักดันราคาน้ำมัน เป็นเพราะในตะวันออกกลางยังมีการโจมตีกันอยู่ขณะที่วานนี้อิหร่านได้ยิงเรือการค้า 3 ลำ บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ (เรือไทยของบริษัทPSL เป็นหนึ่งในนั้น) อย่างไรก็ดี ยังมีปัจจัยที่กดดันราคาน้ำมันดิบย่อตัวลงมาได้เช่นกันหลักๆ มาจากท่าทีของสหรัฐฯ ซึ่งล่าสุด ปธน.ทรัมป์ ประกาศว่าสงครามใกล้จบแล้วเพราะแทบไม่เหลือเป้าหมายโจมตีในอิหร่าน นอกจากนี้ IEA ยังมีมติระบายน้ำมันครั้งประวัติศาสตร์ 400 ล้านบาร์เรล แก้น้ำมันขาดแคลนจากสงคราม
• รอติดตามการประชุม FED ในสัปดาห์หน้า วันที่ 18 มี.ค. 69 ซึ่งจะมีการเปิดเผยคาดการณ์ DOT PLOT ด้วย ส่วนตลาดคาดว่าปีนี้ FED จะลดดอกเบี้ยในเดือน ก.ย. 69

 

REGION RADAR
• LAOPU GOLD (6181 HK) ได้ประกาศ PROFIT ALERT เมื่อวันที่11 มีนาคม โดยคาดการณ์ผลประกอบการปี 2025 ดังนี้คาดรายได้ทั้งปี 2025 อยู่ที่ราว 2.75 หมื่นล้านหยวน (ตลาดคาดที่ 2.66 หมื่นล้านหยวน)
• NEBIUS GROUP (NBIS US) +16% หลังจาก NVIDIA ประกาศว่าจะลงทุน $2 พันล้านในบริษัท NEBIUS โดยตามข้อตกลงทั้งสองบริษัทจะร่วมมือกันในด้านการติดตั้งโครงสร้างพื้นฐาน AI INFRASTRUCTURE

 

THAI FOCUS
• ประเทศไทยมีแนวโน้มได้รัฐบาลใหม่เร็วกว่าเดิมราว1–1.5 เดือน ช่วยลดความไม่แน่นอนทางการเมืองโดยกระบวนการชัดเจน ตั้งแต่กลางมี.ค.–พ.ค. 2569 ทำให้ความเสี่ยงเชิงกระบวนการต่ำ และราบรื่นไม่เหมือนการจัดตั้งครั้งก่อนหน้า
• การจัดตั้งรัฐบาลที่เร็วขึ้น ช่วยให้งบประมาณปี 2570 ไม่ล่าช้า, การลงทุนภาครัฐฯเพิ่มขึ้น, ความเชื่อมั่นตลาดทุน–FDI กลับมา สำหรับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอาจเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางปี69 โดยเน้นไปที่การบริโภคเป็นหลัก และหนุน GDP ปีนี้มี UPSIDE


SYNAPSE STRATEGY
• ตลาดหุ้นไทยในเดือนนี้ (MTD) เผชิญแรงกดดันจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน ส่งผลให้ FUND FLOW ไหลออกและกดดันดัชนีปรับตัวลงถึง -7.9% เช่นเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาค
• กลยุทธ์เน้นหุ้นกลุ่ม DOMESTIC CONSUMPTION เพื่อหลบเลี่ยงความผันผวนภายนอก โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่คาดว่าจะเห็นผลใน 100 วันแรก อาทิ กลุ่มค้าปลีก (CPAXT, BJC) กลุ่มเครื่องดื่ม (CBG, OSP, ICHI) และกลุ่มไฟแนนซ์ (MTC, TIDLOR)

HORIZON MARKET VIEW
สงครามรุนแรงลด แต่อาจยืดเยื้อขึ้น
ราคาน้ำมันดิบโลกยังคงผันผวนต่อเนื่อง ท่ามกลางสงครามอิหร่าน–สหรัฐ–อิสราเอลยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 12 แต่สัญญาณความรุนแรงดูเบาลง

สำหรับปัจจัยผลักดันราคาน้ำมัน เป็นเพราะในตะวันออกกลางยังมีการโจมตีกันอยู่ ขณะที่วานนี้อิหร่านได้ยิงเรือการค้า 3 ลำ บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเรือสัญชาติไทยคือ เรือมยุรี นารี(บริษัท PSL เป็นเจ้าของ)อีกทั้งอิหร่านขู่ว่าจะโจมตีครั้งใหญ่ หากสหรัฐฯ ถล่มท่าเรืออิหร่านอย่างไรก็ดี ยังมีปัจจัยที่กดดันราคาน้ำมันดิบย่อตัวลงมาได้เช่นกัน หลักๆ มาจากท่าทีของสหรัฐฯ ซึ่งล่าสุดปธน.ทรัมป์ ประกาศว่าสงครามใกล้จบแล้ว เพราะแทบไม่เหลือเป้าหมายโจมตีในอิหร่าน นอกจากนี้IEA ยังมีมติระบายน้ำมันครั้งประวัติศาสตร์ 400 ล้านบาร์เรล แก้น้ำมันขาดแคลนจากสงคราม


ในแง่มุมเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือน ก.พ. 69 ขยายตัว 2.4%YOY ตามคาด แต่อย่างไรก็ตาม ผลกระทบของราคาน้ำมันดิบโลกที่ดีดตัวขึ้นแรงในเดือน มี.ค. 69 อาจกระตุ้นเงินเฟ้อขยับขึ้นอย่างมีนัยฯ อาจทำให้การตัดสินใจของFED มีความยากลำบากมากขึ้นในการปรับลดดอกเบี้ยปีนี้รอติดตามการประชุม FED ในสัปดาห์หน้า วันที่ 18 มี.ค. 69 ซึ่งจะมีการเปิดเผยคาดการณ์ DOT PLOT ด้วยส่วนคาดการณ์ FEDWATCH TOOL คาดว่าปีนี้ FED จะลดดอกเบี้ยแค่ 1 ครั้งในเดือน ก.ย. 69

REGION RADAR
LAOPU GOLD รายงาน POSITIVE PROFIT ALERT เซอร์ไพรซ์ตลาด
LAOPU GOLD (6181 HK) ได้ประกาศ PROFIT ALERT เมื่อวันที่ 11 มีนาคม โดยคาดการณ์ผลประกอบการปี2025 ดังนี้คาดรายได้ทั้งปี 2025 อยู่ที่ราว 2.75 หมื่นล้านหยวน (ตลาดคาดที่ 2.66 หมื่นล้านหยวน) ด้านกำไรสุทธิปี 2025 อยู่ที่ราว 4.85 พันล้านหยวน (ตลาดคาดที่ 4.8 พันล้านหยวน) ภาพรวมถือว่าแข็งแกร่งมาก ในปี2025 ที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดสาขาใหม่จำนวน 10 สาขา ขณะที่ปี 2026 บริษัทได้ปรับขึ้นราคาสินค้าขึ้น 20%–30% เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าจะช่วยหนุนผลประกอบการในปี 2026 อย่างไรก็ตาม บริษัทยังเห็น DEMAND สำหรับสินค้าที่ยังแข็งแกร่งต่อเนื่อง

NVIDIA ประกาศจะลงทุน $2 พันล้านกับทาง NEBIUS GROUP
NEBIUS GROUP (NBIS US) +16% หลังจาก NVIDIA ประกาศว่าจะลงทุน $2 พันล้านในบริษัทNEBIUS โดยตามข้อตกลงทั้งสองบริษัทจะร่วมมือกันในด้านการติดตั้งโครงสร้างพื้นฐาน AIINFRASTRUCTURE และการบริหารจัดการFLEET ของเซิร์ฟเวอร์นอกจากนี้NVIDIA ยังจะให้ NEBIUSเข้าถึงแพลตฟอร์ม ACCELERATED COMPUTING รุ่นใหม่ล่าสุดก่อนบริษัทอื่นเนื่องจาก NEBIUS มีแผนจะขยายกำลังประมวลผลรวม มากกว่า 5 กิกะวัตต์ภายในปี 2030

 

THAI FOCUS
การจัดตั้งรัฐบาลไทยที่เร็วขึ้น : จุดเปลี่ยนสำคัญต่อเศรษฐกิจและตลาดทุน
การจัดตั้งรัฐบาลไทยภายหลังการเลือกตั้งในรอบนี้มีแนวโน้มเกิดขึ้น เร็วกว่ากรอบเวลาปกติ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความไม่แน่นอนทางการเมือง และสร้างแรงสนับสนุนเชิงบวกต่อระบบเศรษฐกิจและตลาดทุนไทยอย่างมีนัยฯ โดยกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงกลาง มี.ค.69 โดยมีเหตุการณ์สำคัญ ได้แก่
• 14 มี.ค.69 มีพระราชกฤษฎีกาเปิดประชุมรัฐสภา ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นของกระบวนการทางนิติบัญญัติ
• 15 มี.ค.69 มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรก เพื่อเลือกประธานสภาและรองประธานสภา
• 19 มี.ค.69 มีการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี
• ต้น–ปลายเม.ย.69 เป็นช่วงจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) และนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ รวมถึงการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา
• พ.ค.69รัฐบาลใหม่เริ่มบริหารประเทศอย่างเต็มรูปแบบ

ไทม์ไลน์ดังกล่าวสะท้อนว่าประเทศไทยอาจมีรัฐบาลใหม่เร็วกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้สัก 1-1.5 เดือน โดยประเด็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง เช่น คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการยุบพรรคหรือการรับรองผลเลือกตั้ง ถูกกำหนดกรอบเวลาไว้ชัดเจน ทำให้ความเสี่ยงเชิงกระบวนการลดลง และสิ่งที่หนุนเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทย หลังการจัดตั้งรัฐบาลเร็วกว่ากำหนด ได้แก่
• งบประมาณรายจ่ายปี 2570 ไม่สะดุด : หากจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า งบประมาณปี 2570 อาจล่าช้าไป2-3 เดือน ซึ่งจะฉุดรั้งการลงทุนภาครัฐ แต่การได้รัฐบาลที่เร็วขึ้นทำให้กระบวนการจัดทำงบประมาณทันกรอบเวลา ช่วยให้เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง
• ความเชื่อมั่นและ FDI : ตลาดหุ้นมักจะตอบรับเชิงบวก (ELECTION RALLY) เมื่อมีความชัดเจนเรื่องรัฐบาลใหม่ และนักลงทุนต่างชาติที่รอ WAIT AND SEE จะเริ่มตัดสินใจขยายฐานการผลิตในไทย โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรม S-CURVE
• การบริโภคในประเทศ : รัฐบาลใหม่ที่มาพร้อมนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ (QUICK WIN) ในช่วงกลางปี จะช่วยพยุงกำลังซื้อของครัวเรือนที่ยังเปราะบางจากหนี้สิน ทำให้ GDP ปี 2569 ที่สำนักวิจัยต่างๆ คาดการณ์ไว้อาจเปิด UPSIDE ได้อีกทั้งมุมสถิติอดีต ในรัฐบาลลุงตู่ปี 2562 หลังจากวันที่เปิดประชุม SET บวกกว่า 100 จุด จาก 1600 จุดสู่ระดับ 1700 จุด ซึ่งก่อนหน้านั้นมีสงคราม TRADE WAR 1 ซึ่งคล้ายคลึงกับเหตุการณ์ในปัจจุบันมาก


โดยสรุป การจัดตั้งรัฐบาลไทยที่เร็วกว่ากำหนด ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นทางการเมือง แต่เป็น ตัวแปรเชิงบวกเชิงโครงสร้าง ต่อเศรษฐกิจและตลาดทุน ช่วยลดความไม่แน่นอน ฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุน เร่งการใช้งบประมาณภาครัฐ และเปิดทางให้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเดินหน้าได้ทันเวลา

SYNAPSE STRATEGY
กลยุทธ์ลงทุนรับมือ FUND FLOW ไหลออก ซบหุ้นอิงนโยบายรัฐและเข้าสู่ช่วง HIGH SEASON
ปัจจัยกดดันจากภายนอกอย่างสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน กดดันให้เดือนมีนาคม(MTD) ตลาดหุ้นไทยและภูมิภาคเอเชียต้องเผชิญกับแรงขายของกระแสเงินทุนต่างชาติ (FUND FLOW) ที่ไหลออกทุกแห่งในภูมิภาคเอเชียส่งผลให้ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นเดือน(MTD) ติดลบถ้วนหน้า โดยตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงถึง -7.9%

เมื่อปัจจัยภายนอกพึ่งพาได้ยาก การหันมาโฟกัสที่หุ้นอิงการบริโภคภายในประเทศจึงเป็นกลยุทธ์ที่ปลอดภัยที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรัฐบาลผสม (พรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย) มีความชัดเจนในการผลักดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและการลดค่าครองชีพเป็นหลัก ซึ่งหลายนโยบายมีโอกาสเกิดขึ้นจริงในระยะเวลาอันใกล้
(100 วันแรก) อาทิ
• กลุ่มนโยบายลดรายจ่าย-เพิ่มรายได้ (พรรคภูมิใจไทย) : โครงการคนละครึ่ง พลัส (รัฐช่วยจ่าย 50%),การตรึงค่าไฟไม่เกิน 3 บาท/หน่วย (200 หน่วยแรก)
• กลุ่มนโยบายแก้หนี้-กระตุ้นรากหญ้า (พรรคเพื่อไทย) : การล้างหนี้/พักหนี้, การแจกคูปองดิจิทัล และการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง/รักษาพยาบาล

ดังนั้น กลุ่มธุรกิจที่จะได้รับประโยชน์เป็นด่านแรก คือ กลุ่มค้าปลีก (CPAXT, BJC) รับอานิสงส์เต็มๆ จากนโยบายคนละครึ่ง พลัส ,ตามด้วยกลุ่มสินค้าเครื่องดื่ม(CBG, OSP, ICHI) เนื่องจากเข้าสู่ช่วงฤดูร้อนซึ่งเป็นช่วงที่ยอดขายเครื่องดื่มเติบโตสูงสุดในรอบปี และสุดท้ายกลุ่มไฟแนนซ์ (MTC TIDLOR) ที่ความเสี่ยงเรื่องหนี้เสีย (NPL)อาจลดลงจากการที่ประชาชนมีสภาพคล่องมากขึ้น

 

 

จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์

ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985

สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

ฝ่า1,600จุด By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง มองหุ้นไทย คงใช้หุ้นใหญ่ ไม่กี่ตัว ตีฝ่า วงล้อม ให้ ฝ่าดัชนีตลาดไปที่ 1,600 จุด.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้