10 มี.ค. 2569 13:36:13 32
สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (10 มีนาคม 2569 )-----Krungthai CIO ประเมินความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยกระดับเป็นสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน เป็นปัจจัยหลักกดดันตลาดการเงินโลก พร้อมปรับสมมติฐานสู่กรณีฐานใหม่ที่มีความเสี่ยง Energy Shock ในระยะสั้นหลังราคาน้ำมันพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แนะนักลงทุนใช้กลยุทธ์ "Stay Invested" ลงทุนอย่างระมัดระวัง พร้อมกระจายพอร์ตสู่สินทรัพย์ปลอดภัย โดยเฉพาะทองคำ ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office : CIO) วิเคราะห์ภาพรวมการลงทุนประจำสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 9-13 มีนาคม 2569 ว่า ปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางตลาดการเงินโลกในขณะนี้ คือความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ยกระดับรุนแรงขึ้น หลังเกิดสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งนำไปสู่การสูญเสียผู้นำสูงสุดของอิหร่าน และเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพด้านพลังงานของโลกสถานการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นทะลุระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซแทบหยุดชะงัก ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก โดย Krungthai CIO ได้ปรับการประเมินสถานการณ์ โดยยกระดับฉากทัศน์ที่เกิด ภาวะช็อกด้านพลังงาน (Energy Shock) ในระยะสั้นขึ้นเป็นกรณีฐานใหม่ (Base Case) แทนสมมติฐานเดิม เนื่องจากความตึงเครียดมีแนวโน้ม ยืดเยื้อและอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลก Krungthai CIO มองว่า การปรับตัวลดลงของ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาดหุ้นโลก ในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนความกังวลว่า สงครามอาจผลักดันเงินเฟ้อให้เร่งตัวขึ้นจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ในระยะถัดไปอย่างไรก็ตาม แม้ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้น แต่ Krungthai CIO ยังแนะนำ กลยุทธ์ "Stay Invested" หรือ การคงสัดส่วนการลงทุนในตลาด โดยไม่ตื่นตระหนกต่อความผันผวนระยะสั้น เนื่องจากข้อมูลในอดีตชี้ว่า ตลาดหุ้นมักปรับตัวลงแรงในช่วงแรกของความขัดแย้ง แต่มีแนวโน้มกลับมามีเสถียรภาพได้ หากสถานการณ์ไม่ลุกลามจนกระทบโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาวด้านกลยุทธ์การลงทุน Krungthai CIO แนะนำให้นักลงทุนปรับพอร์ตสู่ความสมดุลมากขึ้น (Tactical Asset Allocation : Balance) เพื่อรับมือกับความผันผวนจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ เน้นถือสินทรัพย์ที่มีความทนทานต่อภาวะเศรษฐกิจไม่แน่นอน พร้อมคงสัดส่วนการลงทุนในทองคำประมาณ 5-10% ของพอร์ต เพื่อใช้เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง (Hedge) ที่สำคัญในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง ขณะเดียวกันสามารถเลือกลงทุนในหุ้นกลุ่ม Defensive ที่ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานจำกัด รวมถึง กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) เพื่อช่วยสร้างกระแสเงินสดจากเงินปันผลท่ามกลางภาวะตลาดที่ผันผวนนอกจากนี้ นักลงทุนสามารถกระจายการลงทุนไปยัง ตลาดเกิดใหม่ที่ยังมีศักยภาพเติบโต เช่น เวียดนามและจีน เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาว ขณะเดียวกันควรระมัดระวังการลงทุนในประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันสูง เช่น อินเดีย ซึ่งอาจได้รับผล กระทบจากราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง สำหรับการลงทุนในตราสารหนี้ ยังคงมุมมอง Neutral เนื่องจากราคาพลังงานที่ปรับเพิ่มขึ้นอาจทำให้เงินเฟ้อเร่งตัว และส่งผลให้การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางทั่วโลกอาจล่าช้ากว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ทั้งนี้ Krungthai CIO มองว่า ทิศทางตลาดในระยะถัดไปจะขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความชัดเจนในการแต่งตั้งผู้นำคนใหม่ของอิหร่าน รวมถึงท่าทีทางการทหารของสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน นักลงทุนควรติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่จะประกาศในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งจะเป็นตัวชี้สำคัญต่อทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ระยะถัดไป
: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์
เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง มองหุ้นไทย คงใช้หุ้นใหญ่ ไม่กี่ตัว ตีฝ่า วงล้อม ให้ ฝ่าดัชนีตลาดไปที่ 1,600 จุด.....
Hooninside
สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้
ชื่อหรือรหัสของคุณไม่ถูกต้อง
Please, check your email format before submit.
Please, Enter you password.
Please, Enter minimum 3 character.
Please, Enter minimum 6 character.
กรุณากรอกอีเมล์ที่คุณใช้สมัครสมาชิกแล้วกดส่งเมล์