Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.พาย : Pi Daily

13

Pi Daily : เช้านี้น้ำมันดิบ BRENT +16% ทดสอบระดับ 107.6 ดอลลาร์สหรัฐฯ / บาร์เรล Dow Future -1.7% Nikkei -5.3% เงินบาทอ่อนค่าทดสอบ 32.1 บาท / ดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งหมดคือแรงกดดันต่อตลาดหุ้น ระยะสั้นยังแนะ Wait & See รอดูสถานการณ์ แต่อย่างไรก็ตามระยะกลางยังแนะมองหาโอกาสแต่ให้รอจนอย่างน้อยเห็นการปรับลงของน้ำมันดิบ

 

ตลาดหุ้น Dow Jones คืนวันศุกร์ปิดลบ 453 จุด (-0.95%) นักลงทุนกังวลทั้งเศรษฐกิจและราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 8.5% ท่ามกลางภาวะอุปทานจากตะวันออกกลางที่ตึงตัวจากการปิดช่องแคบ HORMUZ และเช้านี้บวกขึ้นต่ออีก 15.9%

 

คืนวันศุกร์ที่ผ่านมาสหรัฐฯรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่ลดลง 9.2 หมื่นรายพร้อมกับอัตราการว่างงานที่ 4.4% เร่งขึ้นจากเดือนก่อนและมากกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 4.3% สะท้อนถึงตลาดแรงงานที่เปราะบางมากขึ้นหากเป็นสถานการณ์ปกตินักลงทุนอาจมองบวกเพราะจะทำให้ FED มีการลดดอกเบี้ย แต่อย่างไรก็ตามสถานการณ์ปัจจุบันค่อนข้างแตกต่าง เนื่องจากมีปัจจัยกดดันจากสงครามในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน

 

ราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้นมาราว 50% จากจุดต่ำสุดจะเป็นแรงกดดันต่อต้นทุนที่จะเร่งขึ้นในทุกๆมิติทั้งภาคบริการ การขนส่ง การผลิต รวมถึงผู้บริโภคจะมีอำนาจจับจ่ายที่น้อยลงจากต้นทุนที่เร่งขึ้น หากเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นท่ามกลางเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ภาวะเช่นนี้ก็อาจจะเข้าสู่ Stagflation เป็นภาวะที่กดดันตลาดหุ้นค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตามในอีกมิติหนึ่งก็อาจบ่งชี้ว่าสหรัฐฯกำลังเริ่มมีปัญหาเศรษฐกิจ Trump และหากเงินเฟ้อยิ่งเร่งตัวขึ้นจะกดดันเศรษฐกิจสงครามอาจจะเบาบางลงก็เป็นไปได้เช่นกัน

ทั้งนี้สถานการณ์ล่าสุดยังคงรุนแรงฝั่งอิสราเอลโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของอิหร่านอาจกดดันให้น้ำมันดิบขยับขึ้นต่อพร้อมกับตลาดหุ้นทั่วโลกที่มีโอกาสปรับฐาน กลับมาที่ SET INDEX ในวันศุกร์พบว่าปรับลงเล็กน้อย (-0.5%) แต่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิที่ 6.6 พันล้านบาทแต่เริ่มเห็นสถาบันกลับมาซื้อสุทธิราว 2.8 พันล้านบาท ประเมินนักลงทุนต่างชาติอาจลดความเสี่ยงแต่สถาบันกลับเข้ามาซื้อเพราะหลายๆบริษัทเริ่มมี Valuation ที่น่าสนใจ อาทิ MINT MTC HMPRO CPALL

 

คืนนี้ไม่มีปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามรอดูเพียงพัฒนาการของสงครามในตะวันออกกลาง แต่ทั้งนี้ล่าสุดเช้านี้พบว่าราคาน้ำมันดิบ BRENT +15.9% ทดสอบระดับ 107.6 ดอลลาร์ / บาร์เรล มองเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นทั่วโลกผ่านความกังวลเงินเฟ้อและต้นทุนจะเร่งขึ้นกดดันการบริโภคพร้อมกับโอกาสลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางทั่วโลกที่น้อยลง

 

วันนี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1375 – 1420 รับแรงกดดันจากตลาดหุ้นทั่วโลกที่เช้านี้ปรับฐาน (Dow Future -1.8%) แต่ยังพอจะได้แรงหนุนจากกลุ่มน้ำมันมาเป็นตัวช่วยประคองแต่ Sector ที่เหลือจะโดนกดดัน โดยเฉพาะโรงไฟฟ้า สายการบิน ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนนักลงทุนระยะสั้นแนะนำให้ Wait & See เพราะสถานการณ์ยังไม่นิ่ง แต่นักลงทุนระยะกลาง - ยาว แนะจังหวะปรับฐานเป็นโอกาสเพราะเชื่อว่าท้ายที่สุดจะจบลงได้เพียงแต่ใช้ระยะเวลา ในช่วงเกิดยูเครน - รัสเซีย พบว่าหุ้นที่ Outperform ได้แก่ PTTEP BCP BANPU BDMS CPALL KBANK BBL

 

หุ้นแนะนำ

KTB (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 35.00 บาท)

มุมมองบวกต่อความสามารถทำกำไรระยะยาวสูงขึ้น ประเมินด้วยวิธี GGM (ROE 10%, Terminal growth 2%) อิง 1.0x PBV'26E KTB มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการรักษา ROE ระดับ 2 หลักที่เรามองว่ามีศักยภาพในการบรรลุเป้าหมาย ความแข็งแกร่งของงบดุลทำให้มีความยืดหยุ่นในการบริหารเงินกองทุนดีขึ้น

 

BDMS (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 26.00 บาท)

2026 คาดการเติบโตของกำไรสุทธิที่ 8% YoY โดย BDMS มีกำหนดการขยายโรงพยาบาลเพิ่ม 2 แห่ง Bangkok Hua Hin (52 เตียง) และ Bangkok Surat (60 เตียง) ขณะที่โรงพยาบาลใหม่ที่เปิดในปี 2025 (484 เตียง) คาดเริ่มรับรู้รายได้มากขึ้น รองรับผู้ป่วย และนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ฟื้นตัว YoY

 
 
 
 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

คลายกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ หุ้นไทย ปรับตัวขึ้น ตามตลาดต่างประเทศ บน นักลงทุน คลายความกังวล เฟด.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้