Market Wrap-Up
- SET วันที่ 4 มี.ค.69 ปิด -81.90 จุด อยู่ที่ 1,384.61 จุด มูลค่าการซื้อขาย 159,372 ลบ.ลบ. สถาบันขาย 5,423 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 9,565 ลบ. ต่างขาติซื้อ 1,023 ลบ. และรายย่อยซื้อ 13,964 ลบ. NVDR ซื้อสุทธิ 1,303 ลบ. ซื้อ ADVANC,DELTA,GULF,BDMS,BBL และขาย KTB,SCB,KTC,CPF,PTTGC มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 5,700 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น CNSTAR5023,GLOBAL,BCP โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 39,976 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 13,976 สัญญา ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 1,331 ลบ..
Market View
- DJIA +0.49%, S&P500 +0.78%, Nasdaq +1.29% หลัง NY Times เผยเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองของอิหร่านได้ติดต่อกับ CIA เพื่อเจรจายุติสงคราม ขณะที่ ปธน.ทรัมป์ประกาศส่งเรือรบคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุช ส่งผลให้ตลาดความกังวลต่อสถานการณ์พลังงาน และ VIX Index ปรับลดลงอยู่ที่ 21.15 โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี +1.27% นำโดย Micron Tech +5.5% และ AMD +5.8% ขณะที่กลุ่มพลังงาน -0.73% นำโดย Exxon Mobile -1.3% ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจ ISM เผยดัชนีภาคบริการสหรัฐ ก.พ. ปรับขึ้นอยู่ที่ 56.1 & ม.ค. 53.8 สูงสุดนับตั้งแต่ ก.ค. 65 และ ADP รายงานตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐ ก.พ. +63,000 & คาด +48,000 ตำแหน่ง สัปดาห์นี้ติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และวันศุกร์ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ ก.พ. คาด 58,000 & ม.ค.130,000 ราย
- Stoxx600 ยุโรป +1.37% ได้แรงหนุนจากกลุ่มธนาคาร +2.3%, ท่องเที่ยว +2.8%, สินค้าหรูหรา +1.9%, กลุ่มเทคโนโลยี +2.5% นำโดย ASM ผู้ผลิตอุปกรณ์ชิปอันดับ 2 ของโลก +5% หลังบริษัทคาดรายได้ Q1/69 อยู่ที่ 830 ล.ยูโร โดยดัชนีหุ้นยุโรปเริ่มฟื้นตัวรับข่าวอิหร่านออกเจรจายุติสงคราม ส่งผลให้ Stoxx VIX -5.1 จุด อยู่ที่ระดับ 24.11 ส่วนข้อมูล PMI ภาคบริการเยอรมัน ก.พ. อยู่ที่ 53.5 & คาด 53.4
- ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ นิเกอิ -3.61% จากแรงขายกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันและถ่านหิน, โลหะไม่มีส่วนผลมของเหล็ก, ค้าส่ง และกลุ่มอุตสาหกรรม จากความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อ เช่นเดียวกับ Kospi เกาหลีใต้ -12.06% ลดลงแรงสุดนับตั้งแต่เหตุการณ์ 9-11 จากแรงขายหุ้นกลุ่มเทค ฯ, ยานยนต์ ,อุต ฯ ป้องกันประเทศ และสายการบิน ส่งผลให้ช่วงเช้าตลาดต้องปิดทำการซื้อขายชั่วคราวตามเกณฑ์ Circuit Breaker ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้ -0.98% หลังรายงาน PMI ภาคการผลิตจีน ก.พ. ชะลอตัวอยู่ที่ 49.0 ต่ำกว่าคาดที่ 49.1 กอปรหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจีนถูกแรงขายทำกำไร โดยนักลงทุนรอผลการประชุมประจำปีของ 2 สภา วันที่ 4 – 11 มี.ค. เพื่อกำหนดเป้าหมายทางเศรษฐกิจจีนในระยะ 5 ปีข้างหน้า
- SET -5.58% ปริมาณการซื้อขาย 59 แสน ลบ. สถาบันขาย 5,423 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 9,565 ลบ. ต่างชาติซื้อ 1,023 ลบ. และรายย่อยซื้อ 13,964 ลบ. จากแรงชายกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ -10.4% ปรับบลดลงจามกลุ่มเทค ฯ ในตลาดเอเชียเหนือ ขณะที่กลุ่มท่องเที่ยว -9.5%, ปิโตรเคมี -8.1% และขนส่ง +6.2% ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มสูงขึ้น จากข่าวอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุช ล่งผลให้ดัชนี SET ในช่วงก่อนปิดภาคเช้า -8.0% ส่งผลให้ดัชนีถูกพัการซื้อขายเป็นเวลา 30 นาที ขณะที่ภาคบ่ายดัชนี SET เริ่มฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดที่ -8.5% รับข่าว ปธน.ทรัมป์สั่งคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุช และซาอุ ฯ หันไปใช้เส้นทางในทะเลแดงเพื่อส่งออกน้ำมัน ส่งผลให้ตลาดเริ่มคลายความกังวลต่อแนวโน้มราคาน้ำมันดิบที่สูงถึงระดับ $100/บาร์เรล หากมีการปิดช่องแคบฮอร์มุช ส่วน ธปท.คาดสถานการณ์นี้จะกระทบต่อ GDP ไทยในเบื้องต้นประมาณ -0.1 ถึง -0.2% และประเทศไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอใช้ได้ราว 2 เดือน ในกรณีที่ไม่มีการนำเข้าน้ำมันเพิ่มเติม ส่วนข้อเศรษฐกิจวันนี้ติดตาม CPI ก.พ. รวมถึงผลกระทบจากแนวโน้มราคาพลังงานที่สูงขึ้นต่ออัตราเงินเฟ้อไทยในปีนี้
Daily Strategy
- ประเมินแนวรับดัชนี 1,380 แนวต้าน 1,400 – 1,430 คาดดัชนีมีโอกาสปรับขึ้นเทรดบน F/PE กรณีฐานที่ 15.0 – 15.2 X หลังปัจจัยเสี่ยงกรณีราคาน้ำมันดิบพุ่งเกิน $100/บาร์เรล เริ่มลดลง และยังรอประเมินสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แนะนำซื้อกลุ่ม High Dividend ที่ปรับลดลงมา เช่น ADVANC, KBANK ,SCB ,KTB, GULF, TFG, SIRI, JMT และเก็งกำไร DELTA ที่เป็นหุ้น High Beta
- BANPU (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย 55 บาท)ได้รับ sentiment บวกจากสถานการณ์ในตะวันกลาง โดยบริษัทได้รับประโยชน์จากธุรกิจก๊าซธรรมชาติและโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ แนวโน้ม 1Q69 bottom line ดีขึ้นจากขาดทุน FX ลดลง ส่วนผลการดำเนินงานหลักมีปัจจัยกดดันจากการผลิตถ่านหินชะลอตัวตามสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย ส่วนธุรกิจก๊าซธรรมชาติราคาขายเฉลี่ยปรับตัวลดลงตามฤดูกาล โณงฟ้าในไทย-ลาวยังมีการปิดซ่อมตามแผน อย่างไรก็ดีธุรกิจไฟฟ้าในสหรัฐฯ จะกลับมาฟื้นตัวจากความต้องการใช้ไฟฟ้าในธุรกิจ Data Center คาดการณ์กำไรสุทธิในปี 69 อยู่ที่ 1.83 พันล้านบาท บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลงวด 2H68 ที่ 0.18 บาท/หุ้น คิดเป็น Div.Yield 3% ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 16 เม.ย. ส่วนการควบรวมกับ BPP เป็น NewCo ในช่วง 3Q69-4Q69 จะช่วยปลดล็อกมูลค่าในระยะยาวและทำให้ตัวเลขทางการเงินดีขึ้นตามลำดับ
KLINIQ (ซื้อ/ ราคาเป้าหมาย 33.00 บาท) กำไรสุทธิ 4Q68 อยู่ที่ 111 ลบ. (+12%YoY , +41%QoQ) มีแรงหนุนจากรายได้ที่ 1,014 ลบ. (+20%YoY , +16%QoQ) เติบโตได้เด่น YoY QoQ ทั้งจากปัจจัยตามฤดูกาล จำนวนสาขาที่สูงขึ้น พร้อมด้วย Format ใหม่ๆและ SSSG ลูกค้าเงินสด +15.3%YoY ส่งผลให้ปัจจัยบวกมีน้ำหนักมากกว่าปัจจัยกดดันในด้านค่าใช้จ่ายจากการเปิดสาขาใหม่ ส่วนการดำเนินงานช่วง 1Q69 นี้ คาดว่าจะ +YoY ได้ต่อ แต่ -QoQ จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มาใช้งานช่วงสิ้นปีมากกว่า ปัจจุบัน เราประเมินกำไรสุทธิ ปี69 และ ปี70 ของ kLINIQ อยู่ที่ระดับ 426 ลบ.( +17%YoY) และ 470 ลบ.(+10%YoY)
Daily Key Factors
Oil Update(+) WTI เม.ย. +$0.10 อยู่ที่ $74.66 / บาร์เรล, Brent พ.ค. ทรงตัวอยู่ที่ $81.40/บาร์เรล หลังมีข่าวเจ้าหน้นที่หน่วยข่าวกรองอิหร่านจะเปิดเจรจาเพื่อยุติสงครามกับ CIA สหรัฐ ขณะที่ EIA เผยสต็อคน้ำมันดิบสหรัฐสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 3.5 ล.บาร์เรล สูงกว่าคาดที่ 2.3 ล.บาร์เรล
Gold Update(-)Comex Gold เม.ย.+$11.0 อยู่ที่ $5,134.70 /ออนซ์ ได้แรงหนุนหลัง Dollar Index อ่อนค่า -0.28% อยู่ที่ 98.764 โดยทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงที่ยังมีความเสี่ยงสงครามในตะวันออกกลาง
Fund Flow(+) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ ซื้อสุทธิ +3.09 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยซื้อหุ้นไทย +32.50 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ขายหุ้นอินโด ฯ -6.98 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -22.43 ล.ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ค่าเงินบาทเช้านี้แข็งค่าอยู่ที่ 31.47 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.097 %
(-) ดัชนี BDI ปิด -9 จุด อยู่ที่ 2,233
(+) BitCoin เช้านี้ +6.60% อยู่ที่ 72,901 ดอลลาร์สหรัฐ
Economic Calendar
ในประเทศ
05 มี.ค. กระทรวงพาณิชย์ แถลงดัชนีเศรษฐกิจการค้า
สัปดาห์ที่2 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของไทย
สภาธุรกิจตลาดทุนไทย แถลงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนและอัพเดตสถานการณ์ลงทุน
ตลท. แถลงสรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์
ต่างประเทศ
02 มี.ค. US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต (ก.พ.)
04 มี.ค. EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (ก.พ.)
04 มี.ค. CN ดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีน (ก.พ.)
US การเปลี่ยนแปลงการจ้างงานภาคนอกภาคเกษตรกรรม(ADP)(ก.พ.)
US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการ (ก.พ.)
US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ
05 มี.ค. US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก
06 มี.ค. US ดัชนียอดขายปลีก (ม.ค.)
US การจ้างงานนอกภาคการเกษตร (ก.พ.)
US อัตราการว่างงาน (ก.พ.)
US รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง (ก.พ.)
Theme Strategy
เลือกหุ้นวงจรดอกเบี้ยโลกเป็นขาลง/ มี Earning momentum/ Seasonal 4Q68-1Q69/ หุ้น High Dividend Yield รวมถึงหุ้นที่จะได้ประโยชน์ในช่วงเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง
(1) กลุ่มค้าปลีก / บริโภค รับเงินสะพัดในช่วงเลือกตั้ง/ High Season/ กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เช่น CPAXT*, BJC, TNP*, KK*, MOTHER*, ICHI*, MOSHI*
(2) กลุ่มหุ้น High Dividend Yield ป้องกันความผันผวน เช่น อสังหาฯ, REIT และ ธนาคาร เช่น AP*,SPALI*,CPN*,CPNREIT*,DIF*, SCB, TTB*, KTB
(3) กลุ่มการเงิน / นอนแบงค์ ตามวงจรดอกเบี้ยขาลง เช่น SAWAD*, TIDLOR*, KTC*, NCAP*, SGC*
(4) กลุ่มรับเหมาก่อสร้างรับหลังเลือกตั้ง รวมถึงกลุ่มวัสดุก่อสร้างซ่อมแซม/น้ำท่วม เช่น STECON, CK, SEAFCO*, PYLON*,HMPRO*,GLOBAL*,TASCO*, TOA*
(5) กลุ่มท่องเที่ยว รับ High Season และ มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เช่น AOT, CENTEL*, ERW*,SHR*,AWC*, DUSIT*, MBK*
(6) กลุ่มไอซีที / ดิจิทัล ปราบปรามภัยไซเบอร์, การลงทุนด้าน Digital, Cyber Security, Data Center เช่น ADVANC, TRUE, DELTA*, GULF*, BGRIM*, SECURE*,NETBAY*,VCOM*
(7) กลุ่มปิโตรเคมี/ บรรจุภัณฑ์ คาดหวังการฟื้นตัวของ Demand ในปี69 เช่น IVL*,PTTGC*,SFLEX*
**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย
Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 35% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%
Today Fundamental Research: -
Monthly Portfolio March 2026: TFM*, CRC, GPSC*, PTTEP, KLINIQ
Analysts
Apichai Raomanachai
Fundamental and Technical Investment Analysis ID No. 002939
Tel 02-829-6999 Ext 2200
Email : apichai.ra@kfsec.co.th
Nopporn Chaykaew
Fundamental Analysis ID No. 043964
Tel 02-829-6999 Ext 2203
Email : noppoen.ch@kfsec.co.th
Nattawat Poosunthornsri
Fundamental Analysis ID No. 087077
Tel 02-829-6999 Ext 2204
Email : nattawat.po@kfsec.co.th