Company Note
Prima Marine
คาดแนวโน้มปี 2026 ยังดูดีแม้มีภาวะสงคราม
เรายังคงคาดกำไรปี 2026เติบโตต่อเนื่องจากเรือใหม่ตามแผนการลงทุนของบริษัทและ Utlization rate ที่เพิ่มขึ้น แม้มีสงครามระหว่างอิสราเอลและอิหร่านแต่ผลกระทบต่อธุรกิจของบริษัทยังจำกัด ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันเทรดที่ PER ปี 2026F เพียง 8.8 เท่า แต่ให้เงินปันผลสูงถึง 6.9% เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
ผลกระทบจากสงครามยังจำกัด
ปัญหาการสู้รบกันระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านอาจมีผลต่อธุรกิจ COC ที่มีการรับน้ำมันจาก UAE มายังประเทศไทย แต่ข้อมูลล่าสุดจากเรือที่ใกล้พื้นที่และประกันภัยตอนนี้เรือทุกลำที่รับน้ำมันที่ Loading จาก Fujairah, UAE ยังไม่มีปัญหาอะไร และสามารถเข้า load น้ำมันได้ตามปกติ (Fujairah อยู่นอกเขตช่องแคบฮอร์มุซ) และหากสงครามรุนแรงและยืดเยื้อจริงๆ บริษัทคาดว่าทางไทยออยล์ ซึ่งเป็นลูกค้าของบริษัทน่าจะเปลี่ยนไปซื้อน้ำมันจากแหล่งอื่น ซึ่งเรือ VLCC ของทาง PRM ที่ใกล้พื้นที่อ่าวเปอร์เซียเป็นสัญญา Time Charter แปลว่าบริษัทสามารถไปรับน้ำมันได้ทุกที่ไม่ว่าลูกค้าต้องการจะไปซื้อน้ำมันจากแหล่งไหน
แนวโน้มกำไรปี 2026 หนุนจากเรือใหม่และ Utilization rate ที่ฟื้นตัว
เราคาดกำไรใน 1Q26 จะดีขึ้น QoQ จากการไม่มีเรือ VLCC เข้าอู่ และการสลับเรือ FSU เสร็จสิ้นใน 4Q25 ซึ่งจะช่วยหนุน Utilization rate ให้ดีขึ้น ขณะที่ปัญหาน้ำท่วมในหาดใหญ่คลี่คลาย ทำให้ธุรกิจเรือ PCT กลับมาดำเนินงานได้ตามปกติ อีกทั้งบริษัทจะรับรู้อัตราค่าบริการเรือ AWB ใหม่เต็มทั้งไตรมาส สำหรับปี 2026 คาดกำไรยังเติบโตต่อเนื่องจากจำนวนเรือที่เพิ่มขึ้น โดยในปีนี้บริษัทจะรับเรือรวม 5 ลำ ได้แก่ เรือเคมี 2 ลำ (รับในเดือน ก.พ. และ มี.ค.) และเรือ PCT ที่สั่งต่อใหม่ 3 ลำ ซึ่งจะทยอยรับในเดือน ก.ค.–ก.ย. เพื่อทดแทนเรือที่จะปลดระวาง 3 ลำ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน อัตราค่าเช่า และขนาดเรือที่ใหญ่ขึ้น ส่งผลบวกต่อรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น นอกจากนี้ อัตราการใช้กำลังการผลิตของเรือที่ทยอยรับมาตลอดปี 2025 จะเพิ่มขึ้นจากการให้บริการเต็มปี อีกทั้งเรือ COC ปีที่แล้วมีเข้าอู่ 2 ลำ แต่ปีนี้ไม่มี
คงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยราคาเป้าหมายยังอยู่ที่ 9.10 บาท
เราคงประมาณการกำไรที่คาดว่ากำไรจากการดำเนินงานจริงของบริษัทจะเติบโตทำจุดสูงสุดใหม่ทุกปี ดังนั้นราคาเป้าหมายของเราจึงยังอยู่ที่ 9.10 บาท (อิง PER ปี 2026F ที่ 10.1 เท่า จากค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี) ยังมีอัพไซด์ 16% ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามคือภาวะสงคราม ความผันผวนของราคาพลังงาน ซึ่งอาจกระทบต่อดีมานด์การใช้เรือและต้นทุนดำเนินงาน และความเสี่ยงเงินบาทแข็ง โดยทุก 1 บาท/US$ ที่แข็งค่าขึ้นจะกระทบรายได้ประมาณ 45 ล้านบาทต่อไตรมาส