Today’s NEWS FEED

News Feed

HotNews: SAMART แกร่ง! ปี 68 กำไรโตสนั่น 260% มั่นใจปี69 พุ่งต่อตั้งเป้ากำไรโต 70-80% / SSP ผลงานปี 68 รายได้รวม 3,263.9 ล้านบาท ปันผล 0.205 บาท/หุ้น

687

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(27 กุมภาพันธ์ 2569)--------- กลุ่มสามารถ สะท้อนความแข็งแกร่งด้วยผลประกอบการปี 2568 เติบโตโดดเด่น โดยเฉพาะไตรมาส 4 ที่ทำกำไรสูงถึง 177 ล้านบาท หนุนภาพรวมทั้งปีมีรายได้รวม 10,957 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 8% จากปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 480 ล้านบาท เติบโตมากกว่า 260% จากระดับ 133 ล้านบาทในปี 2567 สะท้อนการฟื้นตัวของทุกสายธุรกิจควบคู่การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

 

นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกลยุทธ์องค์กรและพัฒนาธุรกิจใหม่ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของกลุ่มยังอยู่ในทิศทางที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะไตรมาส 4/2568 มีรายได้รวม 3,118 ล้านบาท กำไร 177 ล้านบาท โดยทุกสายธุรกิจสร้างรายได้เติบโตต่อเนื่อง ส่งผลให้ทั้งปี 68 กลุ่มสามารถ มีรายได้หลักจากการขาย งานตามสัญญา และรายได้จากการบริการ เป็นจำนวนทั้งสิ้น 10,816 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 8% จากปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิพุ่งจาก 133 ล้านบาท เป็น 480 ล้านบาท เติบโตถึง 260% และมี Backlog รวมทั้งกลุ่มอยูที่ 15,686 ล้านบาท เติบโตถึง 18% จากปี 2567 สะท้อนรายได้ในอนาคตที่มั่นคง และโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง


 

โดยมีรายละเอียดของแต่ละสายธุรกิจดังนี้


สายธุรกิจ Digital ICT Solution ภายใต้การดำเนินงานของ บมจ.สามารถเทลคอม หรือ SAMTEL เร่งรับรู้รายได้จากโครงการขนาดใหญ่ โดยไตรมาส 4 ทำรายได้สูงถึง 1,862 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 5 ปีนับตั้งแต่หลังโควิด จากการทยอยรับรู้รายได้โครงการที่เซ็นสัญญาเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการจากภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ


ปี 2568 SAMTEL มีรายได้รวมทั้งสิ้น 5,440 ล้านบาท เติบโต 28% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 100 ล้านบาท ซึ่งมีผลกระทบจากการตั้งสำรองคดีความ จำนวน 105 ล้านบาท แต่หากตัดรายการการตั้งสำรองออก กำไรสุทธิจะอยู่ที่ 205 ล้านบาท เติบโตประมาณ 78% จากปีก่อน ที่สำคัญยังมี Backlog เพิ่มขึ้นถึงประมาณ 54% จาก 4,361 ล้านบาท เป็น 6,694 ล้านบาท นอกจากนี้ ในไตรมาสแรกของปี 2569 ยังมีแผนเข้าประมูลงานเพิ่มเติมอีกหลักหลายพันล้านบาทด้วย


สายธุรกิจ Utilities and Transportations นำโดย บมจ.สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่น หรือ SAV มีรายได้จากการขาย งานตามสัญญาและบริการ รวม 4,972 ล้านบาท โดยเฉพาะจากธุรกิจการจัดการจราจรทางอากาศ ในเขตน่านฟ้าประเทศกัมพูชา ของบริษัท สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) มีการเติบโตสอดคล้องกับอุตสาหกรรมการบินในภูมิภาคที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 4 มีรายได้รวม 506 ล้านบาท และกำไร 146 ล้านบาท ส่วนภาพรวมทั้งปี 2568 มีจำนวนเที่ยวบินที่บริหารจัดการโดยส่วนธุรกิจการจัดการจราจรทางอากาศ จำนวนรวม 123,659 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 19,772 เที่ยวบิน หรือคิดเป็นร้อยละ 19 จากปีก่อนหน้า โดยเฉพาะเที่ยวบินประเภทบินผ่านน่านฟ้ากัมพูชาของเส้นทางเวียดนาม ไทย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และจีน ที่เติบโตถึง 23% ประกอบกับเที่ยวบินที่บินขึ้น-ลงระหว่างประเทศที่เติบโต ขึ้นประมาณ 12% ส่งผลให้ทั้งปี 2568 SAV มีรายได้รวม 2,075 ล้านบาท โดยเมื่อเทียบกับปีก่อน เติบโตประมาณ 18% และมีกำไร 546 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 18% นอกจากนี้ SAV ยังเตรียมเข้าประมูลงานใหม่มูลค่ากว่า 2,300 ล้านบาทในไตรมาสแรก และประกาศเพิ่มอัตราเงินปันผลจาก 0.80 บาทของปี 2024 เป็น 0.90 บาทต่อหุ้น ในปี 2025 ซึ่งมีการจ่ายไปแล้วในเดือนกันยายน 2025 อัตรา 0.40 บาทต่อหุ้น พร้อมจ่ายเพิ่มอีก 0.50 บาทต่อหุ้น สะท้อนฐานะการเงินและกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง


สายธุรกิจ Digital Communications นำโดย บมจ.สามารถดิจิตอล หรือ SDC แสดงทิศทางฟื้นตัวชัดเจน โดยเฉพาะไตรมาส 4 ที่มีกำไร 11 ล้านบาท แม้รายได้รวมทั้งปีอยู่ที่ 543 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน แต่บริษัทมีกำไรสุทธิเพิ่มจาก 5 ล้านบาท เป็น 62 ล้านบาท เติบโตถึง 1,122% จากการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นผู้ถือหุ้น


ปี 2568 ถือเป็นปีแรกที่ Samart จ่ายเงินปันผล โดยได้จ่ายไปแล้ว 0.10 บาทต่อหุ้นในเดือนกันยายน และเตรียมจ่ายเพิ่มอีก 0.14 บาทต่อหุ้นในรอบสิ้นปี ขณะที่ SAV เพิ่มอัตราปันผลต่อเนื่อง จาก 0.80 เป็น 0.90 สะท้อนฐานะการเงินและกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง โดยจะจ่ายเงินปันผลในช่วงเดือนพฤษภาคม พร้อมกันนี้ทางบริษัทยังมีซื้อหุ้นคืนจนถึงเดือนมิถุนายนอีกด้วย


นายวัฒน์ชัย กล่าวทิ้งท้ายว่า “ผลประกอบการปี 2568 ไม่เพียงสะท้อนการเติบโตเชิงตัวเลข แต่ยังตอกย้ำภาพลักษณ์ของกลุ่มสามารถ ในฐานะองค์กรเทคโนโลยีที่มีความพร้อมทั้งด้านศักยภาพโครงการ ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และวินัยทางการเงิน มาในปีนี้บริษัทจึงมั่นใจตั้งเป้ากำไรสุทธิเติบโตต่อเนื่อง 70-80% ของปีที่ผ่านมา สะท้อนความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มธุรกิจในทุกกลุ่ม พร้อมเดินหน้าขยายงานและต่อยอดโครงการใหม่ ๆ ตอกย้ำศักยภาพของเราในการกลับสู่เส้นทางการเติบโตอย่างมั่นคงอีกครั้ง”




 

ด้าน บมจ.เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น (SSP) โชว์ผลงานปี 68 มีรายได้รวม 3,263.9 ล้านบาท กำไรจากการดำเนินงาน (COP) 618.7 ล้านบาท บอร์ดอนุมัติจ่ายปันผลเป็นเงินสดในอัตรา 0.205 บาท/หุ้น ขึ้น XD วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ฟากบิ๊กบอส “วรุตม์ ธรรมาวรานุคุปต์” มั่นใจปี 69 รายได้เติบโตเพิ่มขึ้นกว่าปีก่อน จากการ Repowering โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ SPN ที่แล้วเสร็จ อีกทั้ง สามารถรับรู้รายได้ LEO 2 ญี่ปุ่นได้เต็มปี เตรียมพร้อม COD โรงไฟฟ้าขยะชุมชนอีก 2 โครงการ หนุนผลงานเติบโตแข็งแกร่ง



นายวรุตม์ ธรรมาวรานุคุปต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SSP) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ ในปี 2568 (สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568) มีรายได้รวม 3,263.9 ล้านบาท และมีกำไรหลักจากการดำเนินงาน (COP) 618.7 ล้านบาท

ขณะที่งวดไตรมาส 4/2568 มีรายได้รวม 895.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 126.2 ล้านบาท หรือ 16.4 % เทียบกับงวดไตรมาส 3/2568 และมีกำไรจากการดำเนินงาน (COP) อยู่ที่ 236.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 117.3 ล้านบาท หรือ 98.4% เทียบกับงวดไตรมาส 3/2568


โดยภาพรวมในปี 2568 ได้รับผลประกอบการเต็มปีจากการเข้าถือหุ้นวินชัย 100% ผนวกกับค่าความเร็วลมในประเทศไทยเพิ่มขึ้นกว่าปีก่อน เป็นผลให้ปริมาณการผลิตของโครงการร่มเกล้าวินฟาร์มเติบโตเพิ่มขึ้น โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น มีค่าความเข้มแสงที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต (Repowering) โครงการ SPN ที่ทยอยแล้วเสร็จตั้งแต่ไตรมาส 3 ได้เข้ามาช่วยลดผลกระทบต่อรายได้ adder ที่หมดลงไปของ SPN เป็นผลให้ปริมาณการผลิตไฟฟ้ารวมฟื้นตัวกลับมาดีขึ้น และคาดว่าจะเห็นปริมาณขายไฟของ SPN ที่เพิ่มขึ้นได้ตลอดทั้งปี 2569

ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติอนุมัติจ่ายปันผลสำหรับงวดผลการดำเนินงานในปี 2568 เป็นเงินสดในอัตรา 0.205 บาท/หุ้น เตรียมขออนุมัติจากผู้ถือหุ้นในงาน AGM วันที่ 27 เมษายน 2569 และขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 กำหนดจ่ายเงินวันที่ 21 พฤษภาคม 2569

ปัจจุบัน SSP มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 367 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะชุมชนอีก จำนวน 2 โครงการ ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งรวม 19.8 เมกะวัตต์ คาดว่าจะสามารถขายไฟเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ภายในไตรมาส 4 ปี 2569 นอกจากนี้ สำหรับปี 2570 เตรียมพร้อม COD โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยอีก 3 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 108.6 เมกะวัตต์ รวมถึงโรงไฟฟ้าพลังงานลม “บาโก” ในประเทศฟิลิปปินส์ ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 150 เมกะวัตต์


SSP มองว่าภายในกรอบแผน 5 ปี จากกลยุทธ์การ COD โครงการใหม่ ด้วยการขยายพอร์ตการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ด้วยรูปแบบพลังงานที่หลากหลาย อาทิ โซลาร์ฟาร์ม วินฟาร์ม โรงไฟฟ้าขยะชุมชน ตลอดจนธุรกิจติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป จะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของรายได้ มุ่งสู่เป้าหมายกำลังการผลิตติดตั้งในระยะ 5 ปีข้างหน้า ให้เติบโตอย่างต่อเนื่องแตะระดับ 1,000 เมกะวัตต์

“ในปี 2569 บริษัทฯ มีปัจจัยหนุนการเติบโตของรายได้ทั้งจากการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต (Repowering) โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ SPN ในประเทศไทย ที่แล้วเสร็จและฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ จากการรับรู้รายได้ของโครงการโซลาร์ฟาร์ม LEO 2 ในประเทศญี่ปุ่นที่ได้เริ่มจำหน่ายไฟฟ้าในช่วงไตรมาส 4/2568 ที่ผ่านมา นอกจากนั้นในไตรมาส 4/2569 การ COD โรงไฟฟ้าขยะชุมชนในประเทศไทยจำนวน 2 โครงการ ก็จะเข้ามาช่วยสนับสนุนรายได้จาการขายไฟฟ้ารวมในปี 2569 เติบโตเพิ่มขึ้นเช่นกัน” นายวรุตม์ กล่าวในที่สุด


----จบ----

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

รายงานพิเศษ : สหรัฐ-จีน พักรบการค้า 2 เดือน แค่สงบชั่วคราว...

สองมหาอำนาจเศรษฐกิจโลก “สหรัฐอเมริกา-จีน” ส่งสัญญาณลดอุณหภูมิสงครามการค้าอีกครั้ง หลังตกลงขยายเวลาพักรบทางการค้าออกไปอีก

สหรัฐ-จีน พักรบการค้า By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ ตอนนี้ ทั้งโลก จับตามอง ผลประชุมและการหารือ ระหว่าง 2 ผู้นำของโลก ทรัมป์ กับ สี จิ้นผิง ....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้