สำนักข่าวหุ้นอินไซด์( 25 กุมภาพันธ์ 2569 )------นายเดวิด แวน ดาว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอสจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) PSGC เปิดเผยว่าเห็นควรให้เสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ของบริษัทโดยการ รวมหุ้น และการลดทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว โดยการลดมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ของบริษัท เพื่อนำส่วนเกินทุนจากการ ลดทุนดังกล่าวไปล้างรายการส่วนต่ำกว่ามูลค่าหุ้น เป็นจำนวน 1,731,461,500 บาท ซึ่งปรากฏเป็นรายการหักในส่วน ของผู้ถือหุ้น
หลักการและเหตุผล
ตามที่ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2568 ของบริษัท ซึ่งประชุมเมื่อวันที่22 กันยายน 2568 ได้มีมติ อนุมัติการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้โดยการรวมหุ้น และอนุมัติการลดทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้วโดยการลด มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ของบริษัท เพื่อให้มีส่วนเกินทุนจากการลดทุนนำไปล้างรายการส่วนต่ำกว่ามูลค่าหุ้นของบริษัทให้ลดลง จากเดิม 13,528,034,179 บาท เหลือจำนวน 1,731,461,500 บาท นั้น บริษัทได้ดำเนินการตามมติที่ประชุมวิสามัญ ผู้ถือหุ้นในเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยบริษัทได้ดำเนินการจดทะเบียนลดทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้วของบริษัทต่อกรม พัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ (“กรมพัฒนาธุรกิจการค้า”) เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569
ปัจจุบัน บริษัทมีทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้วจำนวน 4,451,536,860 บาท มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วจำนวน 4,451,536,860 หุ้น และมีรายการส่วนต่ำกว่ามูลค่าหุ้นเหลืออยู่จำนวน 1,731,461,500 บาท
แนวทางการดำเนินการ
บริษัทมีความประสงค์จะล้างรายการส่วนต่ำกว่ามูลค่าหุ้นดังกล่าวทั้งจำนวน โดยใช้กระบวนการ “การรวม หุ้น” และ “การลดทุน” โดยที่กฎหมายและข้อบังคับของบริษัท กำหนดให้การลดทุนในแต่ละครั้งสามารถดำเนินการได้ สูงสุดไม่เกินสามในสี่ของทุนชำระแล้ว ดังนั้น เมื่อคำนวณจากทุนชำระแล้วในปัจจุบัน ซึ่งเท่ากับ 4,451,536,860 บาท บริษัทจะดำเนินการลดทุนเพื่อนำส่วนเกินทุนจากการลดทุนไปล้างรายการส่วนต่ำกว่ามูลค่าหุ้นได้จำนวนเท่ากับ 2,225,768,430 บาท ซึ่งไม่เกินจำนวนสูงสุดตามที่กำหนดในกฎหมายและข้อบังคับของบริษัท ทั้งนี้ ภายหลังการ ดำเนินการดังกล่าวเสร็จสิ้น บริษัทจะมีทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว จำนวน 2,225,768,430 บาท มูลค่าที่ตราไว้ หุ้นละ 1 บาท และไม่มีรายการส่วนต่ำกว่ามูลค่าหุ้นคงเหลือแล้ว
ทั้งนี้ ภายหลังการดำเนินการรวมหุ้นและการลดทุนดังกล่าวเสร็จสิ้น บริษัทจะไม่มีส่วนต่ำกว่ามูลค่าหุ้น คงเหลือ และจะมีส่วนเกินทุนจากการลดทุน จำนวน 494,306,930 บาท ซึ่งบริษัทจะไม่มีการจ่ายคืนส่วนเกินทุนจากการ ลดทุนดังกล่าวให้แก่ผู้ถือหุ้น
ผลกระทบต่อผู้ถือหุ้น การรวมหุ้นและการลดทุนดังกล่าว เป็นเพียงการดำเนินการด้านเทคนิคทางบัญชีเท่านั้น โดยที่การดำเนินการ ดังกล่าวจะ
• ไม่มีการคืนเงินจากการลดทุนให้แก่ผู้ถือหุ้น
• ไม่ส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์หรือส่วนของผู้ถือหุ้น
• ไม่มีผลกระทบต่อปัจจัยพื้นฐานของบริษัท
ทั้งนี้ บริษัทยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจตามแผนกลยุทธ์เพื่อสร้างผลตอบแทนแก่ผู่ถือหุ้นอย่างต่อเนื่องต่อไป
สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้โดยการรวมหุ้น และการลดทุนเพื่อนำส่วนเกิน ทุนจากการลดทุนดังกล่าวไปล้างรายการส่วนต่ำกว่ามูลค่าหุ้นนั้น จะกล่าวถึงในข้อ 6.1 และข้อ 6.2 ตามลำดับ
เห็นควรให้เสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ของบริษัทโดย การรวมหุ้น จากเดิมหุ้นละ 1 บาท เป็นหุ้นละ 2 บาท ซึ่งจะทำให้จำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วลดลงจำนวน 2,225,768,430 หุ้น จากเดิม 4,451,536,860 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เป็นจำนวน 2,225,768,430 หุ้น มูลค่าหุ้น ที่ตราไว้หุ้นละ 2 บาท โดยจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นแต่ละรายถืออยู่จะลดลงในอัตราส่วน 2 หุ้นสามัญเดิม ต่อ 1 หุ้นสามัญใหม่
อนึ่ง บริษัทจะมอบหมายให้บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (“TSD”) ซึ่งเป็น นายทะเบียนหุ้นของบริษัท เป็นผู้ดำเนินการคำนวณตามระบบงานของ TSD เพื่อเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ของบริษัท โดยการรวมหุ้นตามอัตราส่วนดังกล่าว โดยหากผู้ถือหุ้นมีเศษหุ้นเดิมในจำนวนไม่เพียงพอที่จะแปลงเป็นหุ้นใหม่ เศษหุ้นดังกล่าวจะถูกปัดทิ้ง
อย่างไรก็ดี เพื่อรักษาสิทธิของผู้ถือหุ้นบางรายที่จะได้รับผลกระทบจากการปัดเศษหุ้นภายหลังการ คำนวณดังกล่าว ผู้ถือหุ้นอาจซื้อหรือขายเศษหุ้น (Odd Lot) ในตลาดหลักทรัพย์เพื่อให้มีจำนวนหุ้นเพียงพอสำหรับการ คำนวณการรวมหุ้นให้ลงตัวก่อนวันที่การเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ของบริษัทจะมีผลบังคับใช้ ทั้งนี้ สำหรับผู้ถือหุ้นที่ มีจำนวนหุ้นไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงเป็นหุ้นใหม่ซึ่งโดนปัดเศษหุ้นทิ้งภายหลังจากการคำนวณนั้น บริษัทจะจ่าย เงินสดชดเชยค่าเศษหุ้นเดิมที่ถูกปัดทิ้งในอัตราเท่ากับราคาถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของหุ้นของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอไอ (MAI) ย้อนหลัง 7 วันทำการติดต่อกันก่อนวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2569 คือระหว่างวันที่ 17 - 27 เมษายน 2569 โดยผู้ถือหุ้นแต่ละรายที่ได้รับผลกระทบสามารถขอรับเงินชดเชยค่าเศษหุ้นเดิมที่ถูกปัดทิ้งได้ ด้วยวิธี ดังต่อไปนี้
(1) ขอรับเงินชดเชยค่าเศษหุ้นด้วยตนเอง ที่สำนักงานใหญ่ของบริษัท หรือ
(2) แจ้งความประสงค์ในการขอรับเงินชดเชยค่าเศษหุ้นโดยให้บริษัทโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของ ผู้ถือหุ้น โดยการแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรผ่านทางไปรษณีย์ถึงบริษัทตามที่อยู่สำนักงานใหญ่ของ บริษัท หรือทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ที่ Email: com.sec@psgcorp.co.th โดยแนบหลักฐาน แสดงจำนวนหุ้นที่โดนปัดเศษทิ้ง และเอกสารยืนยันตัวตนของผู้ถือหุ้นที่ยังไม่หมดอายุ (เช่น สำเนา บัตรประจำาตัวประชาชน สำเนาบัตรข้าราชการ สำเนาบัตรพนักงานรัฐวิสาหกิจ สำเนาหนังสือ เดินทาง หรือสำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคล เป็นต้น) พร้อมสำเนาบัญชีเงินฝากที่ประสงค์ใช้รับโอน เงิน โดยชื่อเจ้าของบัญชีเงินฝากดังกล่าวต้องตรงกับชื่อของผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ บริษัทจะโอนเงินชดเชย ค่าเศษหุ้น ภายใน 15 วัน ภายหลังจากการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่นำส่งแล้ว
ทั้งนี้ การขอรับเงินชดเชยค่าเศษหุ้นเดิมที่ถูกปัดทิ้งดังกล่าวนั้น ผู้ถือหุ้นจะต้องกระทำภายในระยะเวลา 1 เดือนนับแต่วันที่บริษัทได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ของบริษัทกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งคาดว่าจะอยู่ในช่วงสัปดาห์ที่ 1 ของเดือนพฤษภาคม - สัปดาห์ที่ 2 ของเดือนมิถุนายน 2569 โดยบริษัทจะประกาศรายละเอียดให้ ทราบผ่านทางระบบแจ้งข่าวของตลาดหลักทรัพย์ และเว็บไซต์ของบริษัทต่อไป ในการนี้ หากผู้ถือหุ้นที่ได้รับผลกระทบ รายใดไม่มารับเงินชดเชยหรือไม่แจ้งความประสงค์ในการขอรับเงินชดเชยด้วยวิธีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของผู้ถือหุ้นภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าวข้างต้น บริษัทจะถือว่าผู้ถือหุ้นรายนั้นสละสิทธิในการรับเงินชดเชยดังกล่าว
เห็นควรให้เสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติการลดทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว จำนวน 2,225,768,430 บาท จากทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้วเดิมจำนวน 4,451,536,860 บาท โดยการลดมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ ของบริษัท จากเดิมหุ้นละ 2 บาท เป็นหุ้นละ 1 บาท เพื่อนำส่วนเกินทุนจากการลดทุนดังกล่าวไปล้างรายการส่วนต่ำกว่า มูลค่าหุ้น ทั้งนี้ ภายหลังจากการลดทุนเพื่อล้างรายการส่วนต่ำกว่ามูลค่าหุ้นในครั้งนี้บริษัทจะมีทุนจดทะเบียนและทุน ชำระแล้วเป็นจำนวน 2,225,768,430 บาท โดยจำนวนหุ้นสามัญยังคงเท่าเดิม ทั้งนี้ บริษัทไม่มีรายการส่วนต่ำกว่ามูลค่า หุ้นคงเหลือแล้ว
คณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติกำหนดวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2569 ในวันที่ 28 เมษายน 2569 เวลา 10.00 น. โดยจัดการประชุมผู้ถือหุ้นในรูปแบบ Hybrid (มาประชุมด้วยตนเองและผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์) ซี่งมี สถานที่ประชุมหลัก ณ ห้องประชุม เมฆา 2 โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สุรวงศ์, 299 ถนนสุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500 และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิเข้าร่วมประชุม (Record Date) คือวันที่ 18 มีนาคม 2569
