สำนักข่าวหุ้นอินไซด์( 23 กุมภาพันธ์ 2569 )------นายพุทธชาติ รังคสิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีดับบลิวแซด คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)TWZ เปิดเผยว่าด้วยมติคณะกรรมการบริษัท ทีดับบลิวแซด คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)TWZ ได้มีมติอนุมัติให้ดำเนินการจัดซื้อที่ดิน เนื้อที่รวม 667 ไร่ 1 งาน 86.9 ตารางวา เพื่อประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หลักการและเหตุผลในการซื้อที่ดิน ที่ผ่านมา ทางบริษัทฯได้ตกลลงนามในบันทึกข้อตกลง ดังนี้
1. บันทึกข้อตกลงฉบับลงวันที่ 28 ธันวาคม 2565 กับบริษัท เบสท์ โอเชียนกอล์ฟ จำกัด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ โดยมีการร่วมกันพัฒนาโครงการสนามบิน ซึ่งการร่วมทุนดังกล่าวจะตกลง อยู่ในบนพื้นฐานหลักการในการแบ่งผลประโยชน์ของโครงการ
2. บันทึกข้อตกลงฉบับลงวันที่ 3 เมษายน 2567 มีการวางมัดจำจ านวน 70 ล้านบาทเพื่อขอสิทธิแต่เพียงผู้เดียว (Exclusivity) มีกำหนดระยะเวลาการร่วมทุนในการพัฒนาสนามบินภายใน 2 ปี โดยจะครบกำหนดในวันที่ 2 เมษายน 2569 ซึ่งถ้าผลการศึกษาไม่สามารถดำเนินการได้หรือคณะกรรมการไม่อนุมัติการเข้าร่วมทุน ทางผู้ขาย จะต้องคืนเงินมัดจำจำนวน 70 ล้านบาท
3. บันทึกข้อตกลงการยืมที่ดินเพื่อเป็นหลักประกันฉบับลงวันที่ 3 เมษายน 2567 ทางกลุ่มผู้ขายให้ทางบริษัทยืมที่ดิน จำนวน 31 แปลง เพื่อเป็นหลักประกันวงเงินธนาคารกรุงเทพประมาณ 900 ล้านบาท แต่ที่ดินดังกล่าวประเมินโดย ผู้ประเมินอิสระที่ผ่านความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) เท่ากับ 1,869 ล้านบาท โดยไม่คิดค่าตอบแทน เนื่องจากผู้ให้ยืมต้องการที่จะให้ที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นหลักประกันหุ้นกู้ให้กับ บริษัทเพื่อให้ได้เงินกู้ระยะยาวที่จะดำเนินโครงการสนามบินหรือโครงการอื่นๆ แต่ในปัจจุบันก็จะสนับสนุนให้เป็น หลักประกันในวงเงินระยะสั้นก่อน ดังนั้น จึงได้กำหนดสาระสำคัญของบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ดังนี้
1. ผู้ให้ยืมจะให้ยืมเป็นหลักประกันธนาคารกรุงเทพจำนวน 2 ปี
2. ภายใน 2 ปี บริษัท TWZ สามารถนำที่ดินแปลงดังกล่าวไปเป็นหลักประกันหุ้นกู้ได้ ซึ่งผู้ให้ยืมจะต้องอนุญาต ซึ่งเท่ากับผู้ให้ยืมก็จะให้ยืมที่ดินต่อไปอีกตลอดอายุหุ้นกู้
3. ถ้าครบ 2 ปี ( วันที่ 2 เมษายน 2569 ) บริษัท TWZ ยังออกหุ้นกู้ไม่ได้ จะต้องนำหลักประกันอื่นไปวางค้ำประกัน ทดแทนกับธนาคารกรุงเทพ หรือนำเงินสดไปวางค้ำประกันเหมือนเดิม เพื่อไถ่ถอนที่ดินดังกล่าว
แต่เนื่องจาก โครงการสนามบินทางบริษัทฯได้ศึกษาความเป็นไปได้ทางกฎหมายแล้ว เห็นว่า โครงการดังกล่าว มีข้อจำกัดทางกฎหมายค่อนข้างมาก ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ ทำให้ทางบริษัทต้องดำเนินการตามบันทึกข้อตกลง ยืมที่ดิน ซึ่งครบกำหนดในวันที่2 เมษายน 2569 ทางบริษัทฯต้องไถ่ถอนที่ดินดังกล่าว แต่ทางคณะกรรมการบริษัทฯ พิจารณาแล้วเห็นว่า ที่ดินดังกล่าวมีศักยภาพสามารถที่จะดำเนินโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ดังนั้นเพื่อเป็นการเพิ่ม ธุรกิจใหม่ที่จะสร้างรายได้และกำไรให้กับบริษัทฯในระยะยาว ทางบริษัทจึงเล็งเห็นโอกาสนี้ ประกอบกับที่ผ่านมาทาง บริษัทฯก็ได้ดำเนินการธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นโครงการ The Wiz รัชดา โครงการคอนโดพัทยา เป็นต้น มาโดยตลอด ดังนั้น ทางคณะกรรมการจึงพิจารณาอนุมัติซื้อที่ดินแปลงดังกล่าว ซึ่งทางบริษัทฯ จึงต้องนำส่งสารสนเทศ เกี่ยวกับการได้มาซึ่งสินทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียน โดยมีรายละเอียดดังนี้ ต่อไปนี้
1. วัน เดือน ปีที่ เกิดรายการ
บริษัทฯจะลงนามในสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินภายหลังจากได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทในครั้งนี้และคาดว่า จะสามารถโอนที่ดินได้ภายในไตรมาสที่ 4 ปี 2569
2. คู่กรณีที่ทำรายการพร้อมระบุความสัมพันธ์กับบริษัท
ผู้ซื้อ : บริษัท ทีดับบลิวแซด คอร์ปอเรชั่น จ ากัด(มหาชน)
ผู้ขาย :
บริษัท แลนด์แอนด์ลีฟวิ่ง จำกัด
บริษัท เบสท์โอเชี่ยนกอล์ฟ จำกัด
ความสัมพันธ์ระหว่างกัน : ไม่มี เนื่องจากผู้ถือหุ้นและกรรมการบริษัท แลนด์แอนด์ลีฟวิ่ง จำกัดและ บริษัท เบสท์ โอเชียนกอล์ฟ จำกัด มิได้เป็นกรรมการ ผู้บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่ รวมถึงผู้มีอำนาจ ควบคุมในบริษัทฯ จึงไม่เข้าข่ายเป็นรายการเกี่ยวโยงกันตามประกาศคณะกรรมการ กำกับตลาดทุนที่ทจ.21/2551
3. ประเภทและลักษณะรายการ
บริษัทฯจะเข้าซื้อที่ดินที่ดินจากบริษัทแลนด์แอนด์ลีฟวิ่ง จำกัดและ บริษัท เบสท์โอเชี่ยนกอล์ฟ จ ากัด รวม 31 โฉนด รวมเนื้อที่ทั้งสิ้น 667 ไร่ 1 งาน 86.9 ตารางวา โดยพอสรุปลักษณะทั่วไปของรายการ ดังนี้
หลักทรัพย์ที่จะทำการซื้อ ที่ดินเปล่า จำนวน 31 แปลง เนื้อที่ 667 ไร่ 1 งาน 86.9 ตารางวา หรือ 266,986.9 ตารางวา ตั้งอยู่ที่ ถนนเลียบคลองหลวงสหกรณ์ (ฝั่งคลองหลวงสหกรณ์) และติด คลองสหกรณ์สาย 2ถนนเจษฎาวิถี (สค.5031) ตำบลโคกขาม อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร
มูลค่าที่ดินที่จะซื้อ 1,600 ล้านบาท
วันโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน ภายในไตรมาสที่ 4 ปี 2569
ส่วนที่ดินมีราคาประเมินราชการเท่ากับ 540,000,000 บาท(ห้าร้อยสี่สิบล้านบาท) เป็นข้อมูลจากกรมที่ดิน แต่ที่ดินดังกล่าวมีราคาประเมินจากผู้ประเมินอิสระ คือ บริษัทสยามอิมพีเรียล แอฟเพรสซัล จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประเมินที่ผ่านความเห็นชอบจาก กลต. มีราคาประเมิน 1,869,000,000 บาท (หนึ่งพันแปดร้อยหกสิบเก้าล้านบาทถ้วน)
แหล่งเงินทุนที่ช้ มาจาก เงินทุนหมุนเวียนของกิจการ และเงินกู้สถาบันการเงิน
ทางบริษัทมีความจำเป็นที่จะต้องปรับโครงสร้างธุรกิจ โดยจะเพิ่มธุรกิจใหม่เพื่อสร้างรายได้และกำไรให้กับบริษัทฯ ในระยะยาว ซึ่งผลการศึกษาด้านศักยภาพที่ดินมีความเป็นไปได้ที่จะสามารถพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ได้เพื่อ มาเสริมธุรกิจซื้อขายโทรศัพท์มือถือที่ธุรกิจประสบภาวะการณ์แข่งขันที่สูง มีผู้ประกอบการมากราย และผลจาก เศรษฐกิจถดถอย ฟืดเคือง อำนาจซื้อประชาชนลดลง มีการจับจ่ายใช้สอยลดลง