สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(20 กุมภาพันธ์ 2569-------)บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน)BEC เปิดเผยว่า ปี 2569 ยังคงเป็นอีกปีหนึ่งที่มีความท้าทายสำหรับบริษัทฯ โดยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยมีแรงสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น การผ่อนคลายนโยบายทางการเงินโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้" เพื่อแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนต่ำกว่า 100,000 บาท โครงการ “SMEs Credit Boost" เพื่อสนับสนุนการปล่อยสินเชื่อให้กับ SMEs รวมถึงการฟื้นตัวต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ยังมีแรงกดดันจากความเปราะบางในภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจที่กระทบต่อกำลังซื้อและการลงทุนในประเทศ การส่งออกเสียงหดตัวจากผลกระทบภาษีสหรัฐอเมริกา รวมถึงกรณีความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชาที่ยังยืดเยื้อ นอกจากนี้ปัจจัยภายนอกจากเศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอนมากขึ้นจากผลกระทบมาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกา ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นในหลายภูมิภาค จากปัจจัยความไม่แน่นอนเหล่านี้ ทำให้อาจเป็นความเสี่ยงที่จะส่งผลให้หลายบริษัทมีการชะลอการใช้เม็ดเงินโฆษณาในกลุ่มอุตสาหกรรมสื่อในช่วงปี 2569
แม้ว่าจะเต็มไปด้วยสถานการณ์ต่างๆ ที่มีความไม่แน่นอนรอบด้าน
แต่บริษัทฯ ยังคงเล็งเห็นโอกาสในการดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง พร้อมพัฒนาศักยภาพองค์กรแบบเชิงรุก สร้างองค์กรให้มีความคล่องตัว (Lean Organization) ตลอดจนมีช่องทางในการเผยแพร่คอนเทนต์ที่หลากหลายเพื่อให้เข้าถึงผู้ชมกลุ่มใหม่ให้มากที่สุด รวมทั้งขยายธุรกิจใหม่ที่นอกเหนือจากธุรกิจโทรทัศน์ที่เป็นธุรกิจหลัก ตามวิสัยทัศน์ “ผู้น่าทางด้านคอนเทนต์และธุรกิจบันเทิงของประเทศไทย"ภายใต้กลยุทธ์ "Single Content, Multiple Platforms"
โดยตั้งเป้าการเติบโตจากทุกกลุ่มธุรกิจของบริษัทฯ ดังต่อไปนี้
กลุ่ม บีอีซี ดำเนินธุรกิจในฐานะผู้นำตลาดโทรทัศน์มาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งรักษาฐานผู้ชมเดิมควบคู่กับการขยายไปสู่กลุ่มผู้ชมใหม่ พร้อมทั้งบริหารจัดการผังรายการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการ
พัฒนาผลิตละครที่มีศักยภาพในการต่อยอดเชิงพาณิชย์ สามารถจำหน่ายลิขสิทธิ์ไปยังช่องทางต่างๆ รวมถึงการใช้ศิลปินภายใต้สังกัดเพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้าง ซึ่งจะช่วยสนับสนุนและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจด้านการบริหารศิลปิน
ของบริษัทฯ ต่อไป
การจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ไปยังต่างประเทศ (Global Content Licensing) ให้ขยายไปยังพื้นที่ใหม่และเพิ่มการซื้อจากประเทศที่เป็นลูกค้าอยู่แล้ว
สำหรับดิจิทัลแพลตฟอร์ม 3Plus ของกลุ่มบีอีซี มีการขยายฐานผู้ชมไปยังกลุ่มที่มีอายุน้อยลงซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่ยังคงรับชมคอนเทนต์ของช่อง 3 แต่อาจไม่ได้รับชมรายการผ่านเครื่องรับโทรทัศน์เป็นหลัก รวมทั้งการจัดกิจกรรม
ทางการตลาดเพื่อเพิ่มยอดผู้ชมที่สมัครเป็นสมาชิก (Subscription Video on Demand หรือ SVOD) นอกจากนี้ ยังใช้ 3Plus เป็นช่องทางในการโปรโมทนักแสดงในสังกัดของช่อง 3 เพื่อขยายฐานผู้ชม 3Plus และนำไปสู่การขายโฆษณาสินค้าและบริการของลูกค้าในหลากหลายช่องทางมากขึ้น เช่น การรับชมละครที่ชื่นชอบแบบชำระเงินเป็นรายครั้ง (Transactional Video on Demand: TVOD) การรับชมการถ่ายทอดสดกิจกรรมต่าง ๆ (Live Streaming)เป็นต้น
ต่อยอดความสำเร็จจากธุรกิจจัดกิจกรรมและบริหารศิลปิน (Events & Artist Management) บริษัทตั้งเป้าจัดกิจกรรมให้เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ตั้งแต่งานพบประกับดารานักแสดง (Fan Meeting) ไปจนถึงการจัดกิจกรรม (Event)และงานแสดงคอนเสิร์ต ตลอดจนการขยายการจัดกิจกรรมในรูปแบบงานเสวนาและกิจกรรมพิเศษที่ต่อยอดจากรายการข่าว ควบคู่กับการพัฒนาธุรกิจจำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับศิลปินภายใต้สังกัด (Merchandising) ในขณะเดียวกันยังมุ่งเน้นพัฒนาธุรกิจบริหารศิลปิน ด้วยการเพิ่มจำนวนนักแสดงในสังกัด เพื่อสร้างโอกาสในการขยายฐานรายได้มากขึ้น
จากความสำเร็จของธุรกิจภาพยนตร์ “หยด 3" ในปี 2569 บริษัทฯ มีแผนที่จะนำลิขสิทธิ์ภาพยนตร์เรื่องนี้ไปจำหน่ายต่อยังแพลตฟอร์มอื่นๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงมีแผนที่จะผลิตภาพยนตร์ 2-3 เรื่อง ในปีหน้า
ผ่านการร่วมทุนกิจการร่วมค้า เมเจอร์ จอยน์ ฟิล์ม และ บีอีซี เวิลด์