Today’s NEWS FEED

News Feed

พาณิชย์ เผย มกราคม69 ต่างชาติลงทุนในไทย มูลค่าเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 33,779 ล้านบาท จีน อันดับ1 ญี่ปุ่น อันดับ2 และสหรัฐ อันดับ3

56

 

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(17 กุมภาพันธ์ 2569)---------------นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เปิดเผยว่า การลงทุนเดือนแรกของปี 2569 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวน 113 ราย โดยเป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 24 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) 89 ราย มูลค่าเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 33,779 ล้านบาท โดยมีจำนวนชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุน 5 อันดับแรก ได้แก่

 

1. จีน 26 ราย คิดเป็น 23% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 5,390 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

- ธุรกิจแปรรูปไม้เพื่อทำผลิตภัณฑ์ไม้และชิ้นส่วนอุปกรณ์สำหรับงานเฟอร์นิเจอร์

- ธุรกิจค้าส่งสินค้า เช่น เครื่องพิมพ์บาร์โค้ด และสายสวนบอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจ เป็นต้น

- ธุรกิจบริการสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า

- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ชิ้นส่วนสำหรับผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร และอุปกรณ์จับยึด และชิ้นส่วนโลหะสำหรับอุตสาหกรรม เป็นต้น

 

2. ญี่ปุ่น 25 ราย คิดเป็น 22% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 15,315 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

- ธุรกิจจัดหาจัดซื้อวัตถุดิบ ชิ้นส่วน และส่วนประกอบ สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตต่างๆ

- ธุรกิจบริการตรวจรับรองคุณภาพสินค้าที่ใช้แล้ว

- ธุรกิจบริการพัฒนาซอฟต์แวร์

- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น มอเตอร์ไฟฟ้า ชิ้นส่วนแม่พิมพ์ และชิ้นส่วนโลหะ เป็นต้น

 

3. สหรัฐอเมริกา 16 ราย คิดเป็น 14% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 420 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

- ธุรกิจบริการทางวิศวกรรม

- ธุรกิจโฆษณา

- ธุรกิจขายอาหารหรือเครื่องดื่ม

- ธุรกิจบริการออกแบบ พัฒนา ติดตั้ง และบำรุงรักษาซอฟต์แวร์แพลตฟอร์ม

 

4. สิงคโปร์ 12 ราย คิดเป็น 11% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 5,513 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

- ธุรกิจจัดหาจัดซื้อวัตถุดิบ ชิ้นส่วน และส่วนประกอบสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตต่างๆ

- ธุรกิจบริการ Cloud Service

- ธุรกิจบริการศูนย์กระจายสินค้าด้วยระบบที่ทันสมัย

- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์

 

5. ฮ่องกง 10 ราย คิดเป็น 9% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 587 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

- ธุรกิจบริการทางวิศวกรรมและเทคนิค เช่น การตรวจสอบและทดสอบการทำงานของเครื่องจักร เป็นต้น

- ธุรกิจบริการติดตั้ง ซ่อมแซม และบำรุงรักษาสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

- ธุรกิจบริการปรับปรุงซอฟต์แวร์เพื่อจำหน่ายและ/หรือให้บริการ

- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ให้แสงสว่าง เครื่องใช้ไฟฟ้า และชิ้นส่วนโลหะหล่อขึ้นรูป เป็นต้น

 

เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2568 พบว่า การอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย เพิ่มขึ้น 10 ราย (10%) (เดือน ม.ค. 2569 อนุญาต 113 ราย / เดือน ม.ค. 2568 อนุญาต 103 ราย) และมีมูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้น 10,619 ล้านบาท (46%) (เดือน ม.ค. 2569 ลงทุน 33,779 ล้านบาท / เดือน ม.ค. 2568 ลงทุน 23,160 ล้านบาท) รวมถึง มีการจ้างงานคนไทยจากนักลงทุนที่ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวรวม 262 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 35 คน (15%) (เดือน ม.ค. 2569 จ้างงาน 262 คน / เดือน ม.ค. 2568 จ้างงาน 227 คน)

 

นอกจากนี้ การลงทุนของต่างชาติที่เข้ามาส่วนใหญ่มาจากการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สูงถึง 55 ราย คิดเป็น 49% ของจำนวนการอนุญาตทั้งหมด 113 ราย มูลค่าลงทุน 17,226 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติของรัฐบาล ที่มุ่งเน้นอุตสาหกรรมอนาคต (Future Industries) เช่น เทคโนโลยีขั้นสูง ดิจิทัล AI ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด และเกษตรอาหาร โดยประเภทธุรกิจที่ได้รับอนุญาตผ่านช่องทาง BOI สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่

 

1. ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์โลหะ/พลาสติก ชิ้นส่วนยานยนต์ เป็นต้น ซึ่งสนับสนุนการพัฒนา การผลิตที่มีมูลค่าเพิ่มสูง

 

2. ธุรกิจบริการที่มีมูลค่าสูง อาทิ กิจการสนับสนุนการค้าและการลงทุน (Trade and Investment Support Office: TISO) กิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business Center: IBC) และกิจการศูนย์จัดหาจัดซื้อวัตถุดิบ ชิ้นส่วนและส่วนประกอบระหว่างประเทศ (International Procurement Office: IPO) ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีส่วนสำคัญในการยกระดับประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนในระดับภูมิภาค

 

3. ธุรกิจบริการด้านคอมพิวเตอร์ เช่น พัฒนาซอฟต์แวร์/แพลตฟอร์ม เป็นต้น ซึ่งตรงกับเป้าหมายเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) และ AI Services

 

อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการลงทุนในจังหวัดพื้นที่ EEC ของนักลงทุนต่างชาติ เดือนมกราคม 2569 มีนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุนในพื้นที่ EEC 38 ราย คิดเป็น 34% ของจำนวนนักลงทุนต่างชาติในไทย เพิ่มขึ้นจากปี 2568 จำนวน 9 ราย (31%) (เดือน ม.ค. 2569 ลงทุน 38 ราย / เดือน ม.ค. 2568 ลงทุน 29 ราย) โดยมีมูลค่าการลงทุนในพื้นที่ EEC 14,637 ล้านบาท คิดเป็น 43% ของเงินลงทุนทั้งหมด โดยเป็นนักลงทุนจาก *จีน 19 ราย ลงทุน 5,293 ล้านบาท
*สิงคโปร์ 5 ราย ลงทุน 4,310 ล้านบาท *ญี่ปุ่น 5 ราย ลงทุน 1,306 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ 9 ราย ลงทุน 3,728 ล้านบาท โดยธุรกิจที่ลงทุน อาทิ

 

- ธุรกิจบริการออกแบบ ติดตั้ง และทดสอบระบบอัตโนมัติที่ใช้ในการบริหารจัดการและควบคุมในกระบวนการผลิต

- ธุรกิจบริการสร้างแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่มีคุณภาพ โดยเป็นการให้บริการแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ด้านการแสดงแสงสีเสียงผ่านระบบมัลติมีเดีย

- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น Compressor และ Motor สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์โลหะ/ชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูป และชิ้นส่วนยางสำหรับยานพาหนะ เป็นต้น

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

ฝ่า1,600จุด By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง มองหุ้นไทย คงใช้หุ้นใหญ่ ไม่กี่ตัว ตีฝ่า วงล้อม ให้ ฝ่าดัชนีตลาดไปที่ 1,600 จุด.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้