สำนักข่าวหุ้นอินไซด์( 16 กุมภาพันธ์ 2569 )------บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) BTS เปิดเผยว่า ในไตรมาส 3 ปี 2568/69 บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (บีที เอส กรุ๊ป หรือบริษัทฯ) มีรายได้รวมจำนวน 7,614 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 27.7 หรือ 2,911 ล้านบาทจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนใหญ่เป็นผลมาจาก
-ไม่มีการบันทึกกำไรที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวจำนวน 3,368 ล้านบาท จาก การเปลี่ยนสถานะของบริษัท แรบบิท โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (RABBIT) และบริษัท ร็อคเทค โกลบอล จำกัด (มหาชน) (ROCTEC) จากบริษัทร่วม เป็นบริษัทย่อยของบีทีเอส กรุ๊ป ในไตรมาส 3 ปี 2567/68
- การลดลงของรายได้ดอกเบี้ยจำนวน 638 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจากการ ไม่มีการรับรู้รายได้ดอกเบี้ยจากยอดหนี้คงค้างที่เกี่ยวข้องกับงานค่าจ้าง เดินรถและซ่อมบำรุง (O&M) หลังจากที่ได้รับชำระหนี้ทั้งหมดจาก กรุงเทพมหานคร (กทม.) แล้วในวันที่ 30 ตุลาคม 2568 อย่างไรก็ตาม การลดลงของรายได้รวม ถูกชดเชยบางส่วนด้วย
- การเพิ่มขึ้นของรายได้ของ RABBIT และ ROCTEC จำนวนรวม 916 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2568/69 ภายหลังการเปลี่ยนสถานะมาเป็น บริษัทย่อย
กำไรจากการดำเนินงานที่เกิดขึ้นเป็นประจำก่อนค่าเสื่อมราคา ค่าตัด จำหน่าย ดอกเบี้ยและภาษี (Recurring EBITDA) จำนวน 1,979 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 27.8 หรือ 761 ล้านบาทจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนใหญ่มา จากการลดลงของ EBITDA ในธุรกิจ MOVE และ MIX อย่างไรก็ตาม การลดลง ในภาพรวมของ Recurring EBITDA ถูกชดเชยบางส่วนด้วยการปรับตัวดีขึ้นของ EBITDA ในธุรกิจ MATCH
ในส่วนของธุรกิจ MOVE ที่มี EBITDA ลดลง ส่วนใหญ่เกิดจากการลดลง ของรายได้ดอกเบี้ยรับที่เกี่ยวกับโครงการรถไฟฟ้า และผลการดำเนินงาน ของรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสายสีชมพูที่ยังคงอ่อนตัว
EBITDA ของธุรกิจ MIX ปรับตัวลดลง โดยมีสาเหตุหลักจากผลการดำเนินงาน ที่อ่อนตัวลงของบริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) (VGI)
นอกจากนี้ บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและ การร่วมค้าจำนวน 207 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 183.1 หรือ 456 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุน จากธุรกิจโรงเรียนนานาชาติ และบริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (JMART)
บริษัทฯ ขาดทุนสุทธิสำหรับงวดจำนวน 1,270 ล้านบาท และมีผลขาดทุน สุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ จำนวน 958 ล้านบาท สาเหตุหลักมา จาก (i) การลดลงของ EBITDA และ (ii) ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น