Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

28

Market Wrap-Up

  • SET วันที่ 13 ก.พ.69 ปิด +1.12 จุด อยู่ที่ 1,430.41 จุด มูลค่าการซื้อขาย 66,146 ลบ.ลบ. ต่างชาติขาย 1,417 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 394 ลบ. สถาบันซื้อ 803 ลบ. และรายย่อยซื้อ 219 ลบ. NVDR ขายสุทธิ 640 ลบ. ซื้อ BCP,TRUE,PTTEP,TOP,GULF และขาย KBANK,DELTA,ADVANC,BDMS,BBL มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,531 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น CN23,AAPL01,TISCO โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 19,695 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 52,730 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 3,570 ลบ

 Market View

  • DJIA +0.1%, S&P500 +0.05%, Nasdaq -0.22% ได้แรงหนุนจากกลุ่มสาธารณูปโภค +2.7%, อสังหา +1.48% หลัง ก.แรงงานสหรัฐรายงาน US CPI ม.ค. อยู่ที่ 4% & คาด 2.5% ต่ำสุดนับตังแต่ พ.ค. ปีก่อน ส่งผลให้ CME FedWatch ชี้มีโอกาส 52.3% ที่เฟดจะลดดอกเบี้ย 0.25% ใน มิ.ย. สัปดาห์ที่ผ่านมา DJIA -1.23%, S&P500 -1.39%, Nasdaq -2.1% WoW ปรับลดลงจากความกังวลต่อเทคโนโลยี AI จะมาทดแทนธุรกิจแบบดั้งเดิม เช่น ซอฟต์แวร์, ประกันภัย และบริษัทขนส่งสินค้า ซึ่งอาจส่งผลให้บริษัทต่าง ๆ ลดการจ้างแรงงาน กอปรกลุ่มเทค ฯ ขนาดใหญ่ เช่น Alphabet, Amazon, Meta, MSFT จำเป็นต้องใข้เงินลงทุนสูงถึง $6.5 แสน ล. ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ซึ่งอาจส่งผลลบต่อกำไรบริษัทเหล่านี้ในระยะสั้น สัปดาห์นี้วันจันทร์ตลาดหุ้นสหรัฐปิดในวัน Presidents Day, วันพฤหั้สติดตาม Fed Minutes ม.ค., วันศุกร์ US PMI ภาคผลิต & บริการ ก.พ., US PCE ธ.ค. และ US GDP Q4/68
  • Stoxx600 ยุโรป -0.13% ผันผวนจากความกังวลต่อเทค ฯ AI ที่กำลังจะเข้าทดแทนธุรกิจแบบเดิม สัปดาห์ที่ผ่านมา Stoxx600 +0.09% WoW ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มสินค้าหรูหรา เช่น Hermes ตอบรับยอดขายในสหรัฐ & ญี่ปุ่นที่ดีกว่าคาด และกลุ่มกลาโหมปรับขึ้น นำโดยหุ้น Safran +8.3% ทำจุดสูงสุด จากคาดการณ์กำไรปีนี้ปรับสูงขึ้น ขณะที่กลุ่มธนาคารยุโรป -5.4% WoW นำโดย HSBC, Banco Santander ปรับลดลง -2% ในช่วงวันพฤหัส โดยนักลงทุนรอการรายงานกำไร Q4/68 ของ บจ.ใน Stoxx600 ซึ่ง LSEG คาด -1.1% ดีกว่าเดิมคาด -4% YoY  
  • MSCI Asia Pacific X Japan +3.6% WoW นำโดย Kospi เกาหลีใต้ +8.2% WoW นำโดย Samsung Electronics +14.2% WoW หลังบริษัทเตรียมเพิ่มกำลังการผลิตชิป HBM4 เพื่อรับรองชิป AI รุ่นใหม่ Vera Rubin ของ Nvidia ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าชิป Blackwell ถึง 3 เท่า ขณะที่นิเกอิ +4.96% WoW รับข่าวพรรค LDP ของนายก ฯ ซานาเอะชนะการเลือกตั้งด้วยเสียง 2/3 ในสภาผู้แทน ฯ ส่งผลให้สามารถดำเนิน ม.การคลังแบบผ่อนคลายได้ตามแผน ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้ +0.41% WoW หลัง CPI จีน ม.ค. ชะลอตัวอยู่ที่ 2% & ธ.ค. 0.8% YoY และ PPI จีน ม.ค. -1.4% & ธ.ค. -1.9% YoY บ่งชี้ภาวะเงินฝืดในจีน ซึ่งยังต้องรอ ม.กระตุ้นเศรษฐกิจจีนในการประชุม NPC มี.ค. สัปดาห์นี้ตลาดหุ้นเอชียหลายแห่งปิดทำการในช่วงเทศกาลตรุษจีน
  • SET +5.64% WoW ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ย/วัน 5 หมื่น ลบ. +46.4% WoW ต่างชาติซื้อ 31,514 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 1,847 ลบ.สถาบันซื้อ 4,094 ลบ. และรายย่อยขาย 37,455 ลบ. WoW โดยดัชนีปรับขึ้นหลังทราบผลการเลือกตั้งพรรคภูมิใจไทยชนะด้วยคะแนน 193 เสียง ส่งผลให้การฟอร์มรัฐบาลชุดใหม่คาดจะมีเสียงสนับสนุนเกิน 300 เสียง ส่งผลให้รัฐบาลภูมิใจไทยสามารถดำเนิน ม.กระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ เช่น คนละครึ่งพลัส, ม.ช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย และ ม.ส่งเสริมการลงทุนผ่าน Thailand FastPass กอปรกับ Fund Flow ของต่างชาติคาดจะไหลออกจากตลาดหุ้นอินโด ฯ หลังถูก MSCI & FTSE ปรับลดสถานะการลงทุนในช่วง พ.ค. จากปัญหาด้าน Free Float ส่งผลให้น้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นไทย & ฟิลิปปินส์มีโอกาสปรับเพิ่มขึ้น โดยดัชนีได้แรงหนุนจากกลุ่มพลังงาน, ขนส่ง, ไฟแนนท์, ไอซีที และท่องเที่ยว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม Domestic Play ที่คาดจะได้ประโยชน์จาก ม.กระตุ้นเศรษฐกิจ ประเด็นสำคัญเช้านี้สภาพัฒน์จะรายงาน GDP ไทย Q4/68 คาด +1.4% & Q3/68 +1.2% YoY, วันพฤหัสติดตาม FTSE รีบาลานท์ รวมถึงการรายงานกำไร บจ. เช่น TU, ICT, MTC, BH, PTT, TRUE, CPAXT

   Daily Strategy

  • ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,410 – 1,420 แนวต้าน 1,450 คาดดัชนียังได้แรงหนุนจาก Fund Flow ต่างชาติ เนื่องจากหุ้นไทยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่ม Value Stock กอปรกับยังเทรดอยู่บน P/E ในโซนน่าสนใจลงทุน แนะนำทยอยซื้อเมื่อดัชนีอ่อนตัว GULF,ADVANC,TRUE,AMATA,WHA คาดจะได้ประโยชน์จากการลงทุนด้าน Data Center / กลุ่มท่องเที่ยว AOT,CENTEL,ERW,AWC คาดนักท่องเที่ยวจีนจะเพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษจีน          
  • GPSC* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมายIAA Consensus 46.00 บาท) บริษัทรายงานกำไรสุทธิ 4Q68 ที่5 พันล้านบาท -14%QoQ, +50%YoY กำไรลดลง QoQ จากฐานสูงที่มีกำไรพิเศษ แต่ถ้าดูที่กำไรปกติจะเติบโตทั้ง QoQ, YoY เป็นผลจากผลการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรของโครงการ CFXD เพิ่มขึ้นตามฤดูกาลและรับค่าประกันความเสียหาย ส่วนแนวโน้ม 1Q69 คาดกำไรจะเติบโตขึ้น QoQ, YoY มีแรงหนุนจากต้นทุนก๊าซของโรงไฟฟ้า SPP ที่ลดลงมากกว่าอัตราค่าไฟฟ้า ปริมาณขายไฟฟ้าของ IPP, SPP เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล และรับส่วนแบ่งกำไรของ Avaada และ RPCL เพิ่มขึ้น ทั้งนี้บริษัทกำลังหาทางขยายเข้าสู่ธุรกิจ Data Center ตั้งงบลงทุน 1.1-1.2 หมื่นล้านบาท ในประเทศไทยจะขายไฟฟ้าและน้ำให้ลูกค้าหรือหา partner ร่วมลงทุนทำ Data Center ในเขต EEC ส่วนต่างประเทศศึกษาที่อินเดียโดยร่วมกับพันธมิตร เบืองต้นอิงจาก consensus คาดกำไรปี 69-70 ที่ 5.98 พันล้านบาท -7%YoY และ 6.44 พันล้านบาท +8%YoY
  • MOSHI* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 58 บาท) แนวโน้มผลประกอบการ 4Q68 มีโอกาสบวกได้เด่น YoY และQoQ โดยการเติบโตที่ดี้มาจากฝั่งรายได้ที่โตตามจำนวนสาขาที่สูงขึ้น และ SSSG ที่คาดว่าจะพอประคองตัวได้ผ่านการออกสินค้าใหม่ๆ Collection ลิขสิทธิ์ยอดนิยม อาทิ Care Bears, Zootopia, Stitch เป็นต้น ขณะที่ฝั่งต้นทุนค่าใช้จ่ายได้ประโยชน์จากบาทที่แข็งค่า สำหรับการดำเนินงานช่วงถัดไป ทาง MOSHI* เองวางเป้ารายได้ปี69 เติบโต 15-20% และยังเน้นกลยุทธ์ออกสินค้าใหม่ๆรวมถึงขยายสาขา ซึ่งวางแผนเปิดสาขาใหม่ปีนี้อีก 40 สาขา ทั้งนี้ ตลาดคาดกำไรสุทธิของ MOSHI* ปี69 จะเติบโตได้ต่ออยู่ที่ 756 ลบ.

 

Daily Key Factors

Oil Update(+) WTI มี.ค. +$0.05 อยู่ที่ $62.89 / บาร์เรล, Brent เม.ย. +$0.23 อยู่ที่ $67.55/บาร์เรล สัปดาห์ที่ผ่านมา WTI -1%, Brent -0.5% WoW หลังข้อมูล US CPI ม.ค. +2.4% YoY เพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาด สาเหตุมาจากราคาน้ำมันเบนซิน & ค่าเช่าปรับลดลง กอปรกลุ่มโอเปกคาดจะเพิ่มกำลังการผลิตใน เม.ย. และรอดูสถานการณ์ระหว่างสหรัฐ - อิหร่าน

 

Gold Update(+) Comex Gold เม.ย.+$97.90 อยู่ที่ $5,046.30/ออนซ์ หลังข้อมูล US CPI ม.ค. เพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาด ส่งผลให้เฟดมีโอกาสปรับลดดอกเบี้ยใน มิ.ย.

 

Fund Flow(+) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP สัปดาห์ที่ผ่านมา ซื้อสุทธิ +711.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยซื้อหุ้นไทย +1,014.12 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ขายหุ้นอินโด -325.33 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และซื้อหุ้นฟิลิปปินส์ +22.79 ล.ดอลลาร์สหรัฐ

 

(0) ค่าเงินบาทเช้านี้แข็งค่าอยู่ที่ 31.02 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ลดลงอยู่ที่ 4.049 %

(-) ดัชนี BDI ปิด -12 จุด อยู่ที่ 2,083

(-) BitCoin เช้านี้ -1.06% อยู่ที่ 69,021 ดอลลาร์สหรัฐ

(-)GDP ญี่ปุ่น Q4/68 +0.2% & Q3/68 -2.6% ต่ำกว่าคาด +1.6% YoY

 

 Economic Calendar

 

ในประเทศ

16 ก.พ.     สภาพัฒน์ แถลงตัวเลข GDP ไตรมาส 4/68

18 ก.พ.     ส.อ.ท. แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม 

25 ก.พ.     ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 1/256

27 ก.พ.     ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย

สัปดาห์ที่4 กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ

                ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วน

ยานยนต์

สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค

สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม

 

ต่างประเทศ

16 ก.พ.     JP ดัชนีจีดีพี (GDP) ญี่ปุ่น (ไตรมาส 4)

19 ก.พ.     US รายงานการประชุมของ FOMC

US ดัชนีภาคการผลิตจากธนาคารกลางรัฐฟิลาเดลเฟีย (ก.พ.)

US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก 

20 ก.พ.     US ดัชนีราคาด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE Price Index) (ธ.ค.)

                US ดัชนีจีดีพี (ไตรมาส 4)

                US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต (ก.พ.)

US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการ (ก.พ.)

US ยอดขายบ้านใหม่ (ธ.ค.)

 

Theme Strategy

เลือกหุ้นวงจรดอกเบี้ยโลกเป็นขาลง/ มี Earning momentum/ Seasonal 4Q68-1Q69/ หุ้น High Dividend Yield รวมถึงหุ้นที่จะได้ประโยชน์ในช่วงเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง

 

(1) กลุ่มค้าปลีก / บริโภค รับเงินสะพัดในช่วงเลือกตั้ง/ High Season/ กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เช่น CPAXT*, BJC, TNP*, KK*, MOTHER*, ICHI*, MOSHI*

 

(2) กลุ่มหุ้น High Dividend Yield ป้องกันความผันผวน เช่น อสังหาฯ, REIT และ ธนาคาร เช่น AP*,SPALI*,CPN*,CPNREIT*,DIF*, SCB, TTB*, KTB

 

(3) กลุ่มการเงิน / นอนแบงค์ ตามวงจรดอกเบี้ยขาลง เช่น SAWAD*, TIDLOR*, KTC*, NCAP*, SGC*

 

(4) กลุ่มรับเหมาก่อสร้างรับหลังเลือกตั้ง รวมถึงกลุ่มวัสดุก่อสร้างซ่อมแซม/น้ำท่วม เช่น STECON, CK, SEAFCO*, PYLON*,HMPRO*,GLOBAL*,TASCO*, TOA*

 

(5) กลุ่มท่องเที่ยว รับ High Season และ มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เช่น AOT, CENTEL*, ERW*,SHR*,AWC*, DUSIT*, MBK*

 

(6) กลุ่มไอซีที / ดิจิทัล ปราบปรามภัยไซเบอร์, การลงทุนด้าน Digital, Cyber Security, Data Center เช่น ADVANC, TRUE, DELTA*, GULF*, BGRIM*, SECURE*,NETBAY*,VCOM*

 

(7) กลุ่มปิโตรเคมี/ บรรจุภัณฑ์ คาดหวังการฟื้นตัวของ Demand ในปี69 เช่น IVL*,PTTGC*,SFLEX*

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 35% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio February 2026: PYLON*, GULF*, ERW*, PTTEP, KLINIQ

 

Analysts

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri  

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

คลายกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ หุ้นไทย ปรับตัวขึ้น ตามตลาดต่างประเทศ บน นักลงทุน คลายความกังวล เฟด.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้