Today’s NEWS FEED

News Feed

TOP วางงบลงทุนปี 69 -72 รวม 1,709 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เน้นโครงการพลังงานสะอาด พร้อมคาดค่าการกลั่นช่วง Q1/69 อยู่ในระดับที่ดีหลังอุปสงค์ยังคงแข็งแกร่ง

80

 


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ ( 2 กุมภาพันธ์ 2569 )---บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) TOP เปิดเผยว่า บริษัทฯ และบริษัทในกลุ่มมีงบประมาณสําหรับการลงทุนโครงการในอนาคตที่ได้รับอนุมัติตั้งแต่ปี 2569 ถึงปี 2572 เป็นจํานวนรวมทั้งสิ้น1,709 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเป็นโครงการพลังงานสะอาด (Clean Fuel Project) 1,651 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และโครงการอื่นของบริษัทฯ ที่อยู่ระหว่างดําเนินการ 57 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

ทั้งนี้ โครงการ CFP มีวัตถุประสงค์สําคัญเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของบริษัทฯ ด้วยการปรับปรุงประสิทธิภาพกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มคุณค่าผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและขยายกําลังการกลั่นนํ้ามันเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นทําให้สามารถกลั่นนํ้ามันดิบได้มากและหลากหลายชนิดขึ้นก่อให้เกิดการประหยัดด้านขนาด (Economies of Scale) และลดต้นทุนวัตถุดิบ นอกจากนี้ ยังช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวอีกด้วย


หากการดําเนินโครงการ CFP ให้แล้วเสร็จจะทําให้บริษัทฯ มีหน่วยกลั่นนํ้ามันดิบใหม่ที่มีขนาดกําลังการกลั่นสูงทดแทนหน่วยกลั่นเดิม ส่งผลให้กําลังการกลั่นนํ้ามันดิบของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นจากเดิม 275,000 บาร์เรลต่อวันเป็น 400,000 บาร์เรลต่อวัน ก่อให้เกิดการประหยัดด้านขนาด(Economies of Scale) อีกทั้งด้วยการออกแบบให้ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยทําให้สามารถกลั่นนํ้ามันดิบที่มีความหลากหลาย รวมทั้งนํ้ามันดิบชนิดหนักที่โดยทั่วไปมีราคาตํ่ากว่าราคานํ้ามันดิบชนิดอื่น ทําให้สามารถผลิตนํ้ามันสําเร็จรูปที่มีมูลค่าสูงและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้มากยิ่งขึ้น รวมทั้งเพิ่มโอกาสในการใช้ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ที่ได้ในการเติบโตในธุรกิจปิโตรเคมีในอนาคต เพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับบริษัทฯ และสร้างความมั่นคงและยั่งยืนในธุรกิจการกลั่นนํ้ามันปิโตรเลียมในอนาคต นอกจากนี้ ยังมีส่วนสําคัญในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยในระยะยาว

 

สำหรับภาวะตลาดนํ้ามันดิบและผลิตภัณฑ์ ประเมินราคานํ้ามันดิบใน Q1/69 และ 1H/69 มีแนวโน้มปรับลดลงเมื่อเทียบกับ Q4/68 และ 1H/68 ตามลําดับ โดยได้รับแรงกดดันจากภาวะอุปทานนํ้ามันล้นตลาด โดยระดับนํ้ามันดิบคงคลังทั่วโลกยังอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง โดยรายงานของสํานักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA)ประจําเดือนมกราคม 2569 คาดการณ์ว่าปริมาณสต็อกนํ้ามันดิบทั่วโลกใน Q1/69 จะอยู่ที่ระดับ 3.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของปีที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่ระดับ 2.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน เป็นผลมาจากอุปทานที่ปรับเพิ่มขึ้นจากการขยายกําลังการผลิตของ OPEC+ ตามมติการปรับเพิ่มกําลังการผลิตนํ้ามันดิบในเดือนตุลาคม - ธันวาคม 2568 ในอัตราเดือนละ 137,000 บาร์เรลต่อวัน แม้ว่าทางกลุ่มจะมีมติให้ชะลอการปรับเพิ่มกําลังการผลิตใน Q1/69 แล้วก็ตาม รวมถึงอุปทานนํ้ามันดิบจากผู้ผลิตนอก OPEC+ ที่ยังคงปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับอุปสงค์นํ้ามันที่อ่อนตัวลงตามปัจจัยทางฤดูกาลในช่วง Q1/69 อย่างไรก็ดี ตลาดนํ้ามันยังคงเผชิญความผันผวนจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความไม่แน่นอนในเวเนซุเอลาภายหลังสหรัฐฯ ประกาศเข้าควบคุมกิจการนํ้ามันในเวเนซุเอลา สถานการณ์ความขัดแย้งภายในอิหร่านที่ตึงเครียดขึ้น ตลอดจนมาตรการควํ่าบาตรจากสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปต่อรัสเซีย ท่ามกลางการเจรจาบรรลุข้อตกลงหยุดยิงระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยังคงไม่สามารถบรรลุผลสําเร็จได้ ล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงต่ออุปทานนํ้ามันโลกอย่างมีนัยสําคัญ


ค่าการกลั่นในช่วง Q1/69 มีแนวโน้มอยู่ในระดับที่ดีหลังอุปสงค์นํ้ามันดีเซล และนํ้ามันก๊าด/นํ้ามันอากาศยานสําหรับทําความร้อนในช่วงฤดูหนาวยังคงแข็งแกร่ง ส่งผลให้ปริมาณสต็อคนํ้ามันดีเซลสหรัฐฯ เขต PADD 1 ในช่วงต้นปี 2569 อยู่ในระดับที่ตํ่ากว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ประกอบกับญี่ปุ่ นคาดการณ์ว่าจะนําเข้านํ้ามันก๊าดสําหรับทําความร้อนในช่วงต้นปี 2569 เพิ่มขึ้น ขณะที่อุปทานนํ้ามันสําเร็จรูปอาจได้รับแรงกดดันในช่วงQ1/69 จากมาตรการควํ่าบาตรของยุโรปในการนําเข้านํ้ามันสําเร็จรูปที่ผลิตจากนํ้ามันดิบจากรัสเซียโดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 21 มกราคม 2569 เป็นต้นไป โดยล่าสุดสหภาพยุโรปประกาศมาตรการเบื้องต้นระบุให้นํ้ามันที่จะขายไปยังยุโรปต้องพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้ผลิตจากนํ้ามันดิบจากรัสเซีย เช่นจําแนกการเดินหน่วยกลั่นที่ใช้นํ้ามันดิบที่ไม่ได้มาจากรัสเซียได้ หรือยืนยันว่าโรงกลั่นที่ผลิตนํ้ามันสําเร็จรูปนี้ไม่ได้กลั่นนํ้ามันดิบจากรัสเซียเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 60 วัน ก่อนสูบถ่ายนํ้ามันเข้าท่าเรือ อย่างไรก็ดี คาดการณ์หลัง Q1/69 เป็นต้นไป อุปทานนํ้ามันดีเซลจะกลับสู่ภาวะสมดุลหลังอินเดียคาดการณ์ว่าจะส่งออกนํ้ามันดีเซลไปยังประเทศในภูมิภาคแอฟริกามากขึ้น ขณะที่ยุโรปคาดการณ์ว่าจะนําเข้านํ้ามันดีเซลจากตะวันออกกลางมากขึ้น อย่างไรก็ตาม รัสเซียประกาศขยายระยะเวลาการระงับส่งออกนํ้ามันดีเซลและนํ้ามันเบนซินบางส่วนออกไปจากเดือนธันวาคม 2568สิ้นสุดในเดือนกุมภาพันธ์2569 หลังโรงกลั่นรัสเซียยังคงได้รับความเสียหายจากการถูกโจมตีโดยโดรนยูเครนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามความคืบหน้า การเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ภายใต้การผลักดันโดยสหรัฐฯ โดยล่าสุดยูเครนได้รับร่างแผนสันติภาพจากสหรัฐฯ และประธานาธิบดีเซเลนสกี ตกลงที่จะร่วมทํางานบนร่างแผนดังกล่าว ในขณะที่รัสเซียยังคงไม่ยอมรับเงื่อนไขในบางประการ เช่น การคืนพื้นที่ในยูเครนที่ยึดไว้ และไม่ต้องการให้ยูเครนเข้าร่วม NATO สําหรับค่าการกลั่นในช่วง 1H/69 มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ 1H/68 หลังโรงกลั่นในยุโรป และสหรัฐฯ ยังคงปิดตัวลงอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการทยอยเปิดดําเนินการของโรงกลั่นขนาดใหญ่ในจีน อินเดีย เม็กซิโก และไนจีเรีย ในQ2/69 ขณะที่เศรษฐกิจภาพรวมฟื้นตัวดีขึ้นนําโดยอินเดียที่มีการเติบโตในภาคอุตสาหกรรมและก่อสร้างมากขึ้น ขณะที่จํานวนเที่ยวบินคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทําให้คาดการณ์ว่าอุปสงค์นํ้ามันสําเร็จรูปในช่วง 1H/69 จะเพิ่มขึ้นสูงกว่าช่วง 1H/68

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความล่าสุด

คลายกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ หุ้นไทย ปรับตัวขึ้น ตามตลาดต่างประเทศ บน นักลงทุน คลายความกังวล เฟด.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้