วันอังคารที่ผ่านมาดัชนีเคลื่อนไหวในแดนบวกติดต่อกัน 2 วันท าการ โดยมีแรงหนุนจาก Fund Flowที่ไหลเข้ามาต่อเนื่อง หลังมีแนวโน้มได้รัฐบาลเสียงข้างมาก ทำให้การเมืองมีเสถียรภาพมากขึ้น แรงซื้อหลักมาจากหุ้นกลุ่ม Big-Cap น าโดย ไอซีที พลังงาน และค้าปลีก ขณะที่มีแรงขายนำโดยหุ้น DELTA และ AOTส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,410.44 จุด +9.55 จุด +0.68% มูลค่าการซื้อขาย 72,261.36 ลบ.Program Trading +2,661.2 ลบ. ต่างชาติ+4,791.6 ลบ. TFEX -5,997 สัญญา ตราสารหนี้+5,181.1 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 52.27 จุด หรือ +0.10% ขณะที่ดัชนี S&P500และ Nasdaq ปิดลบ หลังมีรายงานตัวเลขยอดค้าปลีกที่น่าผิดหวังขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันนี้ เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
+ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ แสดงความเชื่อมั่นว่า เควิน วอร์ชผู้ที่เขาเสนอให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ คนใหม่จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตสูงถึง 15%
+ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักในการคาดการณ์ว่า FED จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนเม.ย. เป็น 36.9%จากเดิมเพียง 32.2%
+ จีนสนับสนุนให้ไทยเดินหน้าตามแนวทางการพัฒนาที่สอดคล้องกับเงื่อนไขของประเทศ รวมทั้งรักษาเสถียรภาพและการพัฒนา
+ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า เดือนมกราคม-พฤศจิกายน 2568มูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA)ของไทยยังขยายตัวต่อเนื่อง มูลค่ารวม 82,943 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2.60 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.74%YoY
ปัจจัยลบ
-สัญญาน้ำมันดิบ WTI ลดล ง 40 เซนต์ ห รือ 0.62% ปิดที่63.96 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่นักลงทุนจับตาการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ รวมทั้งติดตามความพยายามในการยุติสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูข้อมูลเศรษฐกิจและสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ
- สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกทรงตัวในเดือนธ.ค. 2568 เมื่อเทียบรายเดือนสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 0.4% เนื่องจากภาคครัวเรือนลดการใช้จ่ายในการซื้อสินค้าที่มีราคาสูงซึ่งรวมถึงรถยนต์ บ่งชี้ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจและการใช้จ่ายของผู้บริโภคอยู่ในทิศทางที่ชะลอตัวลงเมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2569
- ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ ยืนยันว่า นโยบายกำแพงภาษีของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจน้อยกว่าที่หลายฝ่ายวิตกพร้อมโต้แย้งว่าผู้ที่แบกรับภาระภาษีที่เพิ่มขึ้นชาวต่างชาติและบริษัทต่างชาติไม่ใช่ชาวอเมริกัน
- สหรัฐฯ จะเริ่มเจรจากับแคนาดาทันที เพื่อเรียกร้องค่าชดเชยจากโครงการก่อสร้างสะพานที่เชื่อมระหว่างรัฐออนแทรีโอของแคนาดากับรัฐ มิชิแกนของสหรัฐฯ
- ผลการศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) พบว่าปัญหาการทะลักของสินค้าราคาถูกจากจีนเข้าไทย มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมากกว่าผลจากภาษีสหรัฐถึง 3 เท่าตัว
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีมีโอกาสแกว่งตัว Sideway ออกข้าง หลังปรับตัวขึ้นแรงต่อเนื่อง โดยมีแรงหนุนจากเม็ดเงิน Fund Flowจากลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้ามาต่อเนื่อง ขณะที่นักลงทุนยังติดตามการจัดตั้งรัฐบาลอย่างใกล้ชิด มองกรอบดัชนี1,400-1,420 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
- หุ้นเข้าคำนวณ SET50-SET100 รอบ 1H26 : SET50 เข้า CENTEL SAWAD ออก BCP VGI SET100 เข้า GFPT PTGSTECON ออก ITC MBK WHAUP
- หุ้นที่คาดว่าผลประกอบการ 4Q68 จะออกมาดี : TRUE TACC TASCO STECON CK WHA
- หุ้นรับวาเลนไทน์: TNR AU MAGURO ZEN M
- หุ้นที่ได้ประโยชน์จาการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ : STECON CK CPALL CPAXT CRC BJC
- MSCI Rebalance (ใช้ราคาปิด 27 ก.พ.) : MSCI Thailand เข้า – ออก CPAXT MSCI Global Small Cap เข้าCRC IVL JTS ออก HANA JMT M PLANB