Today’s NEWS FEED

News Feed

Update ASW ตั้งเป้าปีนี้ ยอดขาย 18,500 ล้านบาท และเป้าหมายรายได้รวม 12,500 ล้านบาท เติบโต 19% จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ปีก่อน

66


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(4 กุมภาพันธ์ 2569)----------“แอสเซทไวส์” ประกาศวิสัยทัศน์ปี 2569 ภายใต้แนวคิด “EMPOWERING THE FUTURE” เสริมศักยภาพเพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน เดินหน้าเปิด 11 โครงการใหม่ในกรุงเทพฯและภูเก็ต มูลค่ารวม 17,555 ล้านบาท พร้อมเปิดตัวแนวราบแบรนด์ใหม่ และสานต่อความสำเร็จในตลาดภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง หลัง TITLE ย้ายเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ตั้งเป้ายอดขายรวมปีนี้ 18,500 ล้านบาท และรายได้รวม 12,500 ล้านบาท หรือเติบโต 19% พร้อมโชว์ฐานะการเงินแข็งแกร่ง เตรียมโอนโครงการใหม่ปีนี้ 11 โครงการ และมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) กว่า 32,861 ล้านบาท รองรับการเติบโตระยะยาว

นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW กล่าวว่า ปี 2568 ที่ผ่านมาเป็นปีที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์เต็มไปด้วยความท้าทาย แต่แอสเซทไวส์ยังรักษาการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยสามารถทำยอดขายรวมปี 2568 ได้ 23,407 ล้านบาท สูงกว่าเป้ายอดขายที่ตั้งไว้ 19,500 ล้านบาท ราว 20% และเติบโตขึ้น 21% (YoY) เมื่อเทียบกับปี 2567 จากการบริหารจัดการสต๊อกโครงการพร้อมอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ และการเพิ่มสัดส่วนการเปิดตัวโครงการใหม่ในจังหวัดภูเก็ตที่พัฒนาโดยบริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE บริษัทย่อยในเครือ จนสามารถสร้างยอดขายในภูเก็ตได้ถึง 13,015 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 69%

“ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 ยังอยู่ในภาวะทรงตัวต่อเนื่องจากปีก่อน แต่เราเห็นสัญญาณบวกจากสมดุลของตลาดที่ปรับตัวดีขึ้น ดีเวลอปเปอร์เน้นบริหารจัดการสต๊อกและศึกษาตลาดก่อนเปิดโครงการใหม่อย่างรอบคอบ ส่งผลให้การแข่งขันด้านราคาลดความรุนแรงลง ขณะที่กำลังซื้อฝั่งเรียลดีมานด์ฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป ส่วนปัจจัยภายนอกประเทศ ราคาน้ำมันโลกปรับลดลงถือเป็นแรงหนุนสำคัญต่อการควบคุมต้นทุนวัสดุก่อสร้างและค่าขนส่ง เช่นเดียวกับในประเทศ สถานการณ์ภัยธรรมชาติและภูมิรัฐศาสตร์เริ่มคลี่คลาย อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องในปีนี้ ซึ่งช่วยเพิ่มกำลังซื้อและทำให้ผู้ประกอบการวางแผนได้มีประสิทธิภาพ ในสภาวะที่ตลาดมีความเฉพาะตัวสูง ดีเวลอปเปอร์ที่มองเห็นโอกาสและเข้าใจตลาดอย่างแท้จริง จะยังสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง” นายกรมเชษฐ์ กล่าว

ในปี 2569 แอสเซทไวส์ตั้งเป้าหมายยอดขาย 18,500 ล้านบาท และเป้าหมายรายได้รวม 12,500 ล้านบาท เติบโต 19% จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ปีก่อน (YoY) โดยมีโครงการสร้างเสร็จใหม่พร้อมโอนจำนวน 11 โครงการ มูลค่ารวม 26,760 ล้านบาท ขณะเดียวกัน บริษัทยังมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) มูลค่ารวมกว่า 32,861 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องถึงปี 2570 สะท้อนความสามารถในการสร้างรายได้และการเติบโตในระยะยาว

ทั้งนี้ แอสเซทไวส์มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 11 โครงการ มูลค่ารวม 17,555 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการในกรุงเทพฯและปริมณฑล จำนวน 5 โครงการ มูลค่ารวม 7,455 ล้านบาท โดยในช่วงครึ่งปีแรกจะทยอยเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียม “เคฟ คานิเวิล รังสิต” (Kave Carnival Rangsit) รวมถึงโครงการแนวราบแบรนด์ใหม่ “เบลสซินี่ รังสิต” (Blessini Rangsit) บ้านเดี่ยว 2 ชั้น และโครงการช็อปเฮาส์ภายใต้แบรนด์ “ไวส์ เฮาส์ รังสิต” (Wise House Rangsit) บนทำเลใกล้มหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งทั้งหมดตั้งอยู่ภายใต้โครงการมิกซ์ยูส “ไวส์พาร์ค รังสิต” (Wise Park Rangsit) ที่พัฒนาบนพื้นที่กว่า 60 ไร่ ผสานทั้งคอมมูนิตี้มอลล์ที่เปิดให้ลูกบ้านและคนในพื้นที่โดยรอบสามารถเข้ามาใช้ชีวิตและทำกิจกรรมร่วมกัน ควบคู่กับโครงการที่อยู่อาศัยทั้งแนวราบและคอนโดมิเนียมของแอสเซทไวส์ โดยออกแบบพื้นที่ส่วนกลางและฟังก์ชันการใช้งานให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้คนทุกช่วงวัย บนทำเลศักยภาพที่เชื่อมต่อเมือง เพื่อรองรับการใช้ชีวิตของผู้บริโภคทุกเจเนอเรชันอย่างสมดุล

ขณะเดียวกัน บริษัทฯยังคงเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งบน Strategic Location ในหัวเมืองท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่มองหาที่อยู่อาศัยเพื่อการพักผ่อนและการลงทุนในฐานะบ้านหลังที่สอง (Second Home) โดยมีแผนเปิดตัวโครงการ Leisure Residence ในภูเก็ตจำนวน 6 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 10,100 ล้านบาท ครอบคลุมทำเลศักยภาพทั้งหาดราไวย์ ในยาง และกมลา รวมถึงการขยายพอร์ตโฟลิโอสู่ทำเลใหม่อย่างหาดสุรินทร์ และเกาะแก้ว โดยโครงการไฮไลท์ที่จะเปิดขายในเร็วๆ นี้ ได้แก่ “เบียงกาน่า สุรินทร์” (Biancana Surin), “คาซ่า เดอ มอนเต้” (Casa de Monte) โครงการพูลวิลล่าระดับลักชัวรีในโซนเกาะแก้ว และ “เดอะ ไทเทิล วิวาน่า กมลา” (THE TITLE Vivana Kamala) บนทำเลหาดกมลา ซึ่งเตรียมเปิดตัวในช่วงไฮซีซันนี้ รองรับดีมานด์จากทั้งลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ

นอกจากนี้ บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE บริษัทย่อยในเครือ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ Leisure Residence เพื่อการพักอาศัยและการลงทุนอย่างยั่งยืน ได้ย้ายหลักทรัพย์จากตลาดหลักทรัพย์ mai เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา สะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งตามแผน พร้อมเปิดโอกาสให้กลุ่มนักลงทุนสถาบันเข้ามาลงทุนมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเสริมเสถียรภาพของราคาหุ้น และสนับสนุนการขยายการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

แอสเซทไวส์ยังมุ่งสร้างรายได้ต่อเนื่อง (Recurring Income) ผ่านบริษัทย่อยในเครือ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในระยะยาวและเชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ทั้งธุรกิจซื้อขายฝากเช่าครบวงจร สำหรับโครงการที่อยู่อาศัยของแอสเซทไวส์ ผ่าน Asset A Plus ธุรกิจ Health & Wellness ผ่าน WHB เช่น Rocket Fitness และคลินิกกายภาพบำบัด Vitala ธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์ ผ่าน Wisejai และ ZAAP World ในการจัดคอนเสิร์ตและอีเวนต์ต่างๆ ธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์ ผ่าน Treasure M พัฒนา Mingle Mall ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภูเก็ต รวมถึงธุรกิจ Hospitality ผ่าน TITLE โดยเปิดตัว เดอะ ซาลูท (The Salute) Beach Restaurant ริมหาดในยาง และโรงแรมโวโค ภูเก็ต บางเทา (voco Phuket Bangtao) เป็นแห่งแรกในภูเก็ต ซึ่งคาดว่าจะให้บริการในปี 2569 และ 2572

ในปี 2569 แอสเซทไวส์มุ่งดำเนินธุรกิจภายใต้วิสัยทัศน์ “EMPOWERING THE FUTURE” โดยวางกรอบกลยุทธ์เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและการเติบโตอย่างยั่งยืน ครอบคลุม 4 มิติหลัก ดังนี้ 1.Product Excellence มุ่งยกระดับคุณภาพโครงการในทุกมิติ ทั้งการออกแบบฟังก์ชันและดีไซน์ เพื่อส่งมอบที่อยู่อาศัยรวมถึงบริการที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริงของลูกค้าบนทำเลศักยภาพ สะท้อนมาตรฐานคุณภาพที่แข็งแกร่งและความใส่ใจในทุกรายละเอียดของแอสเซทไวส์ 2.Business Transformation ขับเคลื่อนองค์กรด้วยการปรับกระบวนการดำเนินงาน การยกระดับศักยภาพบุคลากร และการบริหารจัดการธุรกิจและกลยุทธ์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผ่านการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ รองรับการเติบโตในระยะยาว และสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กรในทุกสภาวะตลาด

3.Exceeding Stakeholders’ Expectations ยกระดับการสร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้า นักลงทุน พันธมิตรทางธุรกิจ พนักงาน และสังคม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน 4.Diversification & Partnership เดินหน้าสร้างการเติบโตผ่านการกระจายพอร์ตธุรกิจและการลงทุนในโครงการบนทำเลที่หลากหลาย พร้อมผนึกความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีศักยภาพ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ (New S-Curve) เสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างรายได้ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง

โดยภายใต้กรอบกลยุทธ์ทั้ง 4 มิตินี้ แอสเซทไวส์เชื่อมั่นว่าแผนธุรกิจปี 2569 จะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งตามเป้าหมายที่วางไว้ทั้งในด้านยอดขาย รายได้ และการขยายพอร์ตโฟลิโอในทำเลศักยภาพ พร้อมสร้างคุณค่าให้กับนักลงทุน ลูกค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ และเสริมศักยภาพการแข่งขันในระยะยาวอย่างยั่งยืน

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

ตัวใหญ่คึก ก่อนเลือกตั้ง By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ มีแรงซื้อเข้ามาในหุ้นตัวใหญ่ การซื้อขายเต็มไปด้วยความคึกคัก หลัง ADVANC ประกาศ....

มัลติมีเดีย

พูด คุยสบายๆ... EKH ปี 70-71 จะดีกว่าปี 69 - หุ้นอินไซด์ ทอล์ค

พูด คุยสบายๆ... EKH ปี 70-71 จะดีกว่าปี 69 - หุ้นอินไซด์ ทอล์ค

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้