Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.บัวหลวง : รอบด้านตลาดหุ้น

83

 

 

แนวโน้มสินทรัพย์ต่างประเทศ ประเด็นสำคัญจากรายงาน Cross Asset เดือนมกราคม | Part 5
Megatrend: พลังงานนิวเคลียร์กับเศรษฐกิจยุค AI

ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจยุคใหม่ แต่เบื้องหลังการเติบโตของเทคโนโลยีนี้ กลับมีความท้าทายใหญ่รออยู่ นั่นคือความต้องการพลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และอาจเกินขีดความสามารถของระบบพลังงานเดิมที่จะรองรับได้

ปริมาณการใช้ไฟฟ้าจาก AI และศูนย์ข้อมูล (Data Center) กำลังพุ่งทะยาน ประเมินว่าการใช้ไฟฟ้าในภาคส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่าภายใน 10 ปีข้างหน้า เทียบเท่ากับการใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศอินเดียในปัจจุบัน ซึ่งเป็นผู้ใช้พลังงานอันดับ 3 ของโลก ซึ่งสะท้อนชัดว่าพลังงานกำลังกลายเป็นคอขวดใหม่ของเศรษฐกิจยุค AI

เมื่อความต้องการพุ่งสูง โลกจึงเริ่มตั้งคำถามว่าแหล่งพลังงานใดจะตอบโจทย์อนาคตนี้ พลังงานฟอสซิล แม้ยังครองสัดส่วนหลัก แต่กลับเผชิญความเสี่ยงจากสงคราม ภูมิรัฐศาสตร์ และราคาที่ผันผวน ส่วนพลังงานหมุนเวียนอย่างแสงอาทิตย์และลม แม้จะสะอาด แต่ผลิตไฟฟ้าได้ไม่สม่ำเสมอ ต้องใช้พื้นที่ขนาดใหญ่ และยังต้องพึ่งพาระบบกักเก็บพลังงานที่มีต้นทุนสูง

ท่ามกลางข้อจำกัดเหล่านี้ พลังงานนิวเคลียร์ จึงเริ่มกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง ด้วยคุณสมบัติในการผลิตไฟฟ้าจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง มีเสถียรภาพสูง และปล่อยคาร์บอนต่ำ ซึ่งเหมาะสมกับระบบเศรษฐกิจยุค AI ที่ต้องทำงาน 24 ชั่วโมงอย่างไม่สะดุด

ที่น่าสนใจคือ การกลับมาของนิวเคลียร์ครั้งนี้ ไม่ได้มาในรูปแบบโรงไฟฟ้าขนาดยักษ์แบบเดิม แต่คือเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า Small Modular Reactors (SMRs) หรือเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูล ที่สามารถผลิตเป็นชิ้นส่วนสำเร็จรูปจากโรงงาน แล้วนำไปประกอบที่หน้างาน ช่วยลดต้นทุนได้ถึง 3–4 เท่า และย่นระยะเวลาก่อสร้างลงอย่างมาก ด้วยขนาดที่เล็กและยืดหยุ่นกว่า SMRs สามารถติดตั้งได้ในพื้นที่หลากหลาย รวมถึงใกล้ศูนย์ข้อมูลโดยตรง อีกทั้งยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยแบบ Passive Safety ที่สามารถปิดตัวเองโดยอัตโนมัติหากเกิดความผิดปกติ ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับสาธารณชนและภาคธุรกิจ

แม้ SMRs จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการใช้งานเชิงพาณิชย์ แต่โครงการนำร่องหลายแห่งกำลังเดินหน้าอย่างจริงจัง เช่น Linglong One ในจีนที่เตรียมเชื่อมต่อสายส่งภายในปี 2026 รวมถึงโครงการจากฝั่งตะวันตก เช่น GE Hitachi BWRX-300 ในแคนาดา NuScale ในโรมาเนีย และ Rolls-Royce SMR ในสหราชอาณาจักร โดยมีการสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อผลักดันเทคโนโลยีนี้ให้เข้าสู่ระบบพลังงานหลักหลังปี 2030

นอกจาก SMRs แล้ว โลกยังจับตาเทคโนโลยีพลังงานสะอาดในระยะยาวอย่าง นิวเคลียร์ฟิวชัน ซึ่งเคยเป็นเพียงแนวคิดในห้องทดลอง แต่กำลังใกล้ความเป็นจริงมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะหลังจาก National Ignition Facility ในสหรัฐฯ สามารถสร้างปฏิกิริยาฟิวชันที่ให้พลังงานมากกว่าที่ใช้ไปได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในปี 2022 จุดเปลี่ยนครั้งนั้น จุดประกายให้บริษัทเอกชนหลายแห่ง เช่น CFS, Helion Energy และ Tokamak Energy เร่งพัฒนาเครื่องปฏิกรณ์ต้นแบบ ขณะเดียวกันก็ได้รับแรงสนับสนุนจากภาครัฐผ่านโครงการระดับนานาชาติอย่าง ITER นอกจากนนั้น บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง Microsoft รวมถึงนักลงทุนชื่อดังอย่าง Sam Altman ก็กำลังเดิมพันกับพลังงาน ฟิวชัน โดยตั้งเป้าจะเริ่มส่งมอบไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ให้ได้ภายในปี 2028



สรุปภาพตลาดวานนี้
SET รีบาวด์ หลังลงมาต่อเนื่องก่อนหน้า โดยกลุ่มพลังงานนำขึ้น คู่มากับกลุ่มไอทีซีทีที่ยังมีแรงซื้อต่อ กลุ่มถูกซื้อกลับ รพ, อิเล็กทรอนิกส์ และค้าปลีก เป็นต้น ส่วนแรงขายหนักที่กลุ่มท่องเที่ยว


แนวโน้มตลาดวันนี้
เพิ่ม หุ้นปิโตรเคมี
กลุ่มเด่นที่เราแนะให้เพิ่มน้ำหนัก (ซื้อเพิ่ม/สะสม) ในรอบนี้ คือ หุ้นกลุ่มพลังงาน น้ำมัน โรงกลั่น และเราจับตาการเล่นตามโมเมนตั้มของกลุ่ม ปิโตรเคมี มาถึงวันนี้ เราคิดว่าต้องเริ่มเพิ่มหุ้นปิโตรเคมี เข้าพอร์ต

และวันนี้ เราออกรายงานกลยุทธ์อัพเดท ติดตามทิศทางราคาหุ้นในกลุ่มที่เราชอบ แนะนำห้ซื้อเล่นรอบ (สินค้าโภภัณฑ์) และ กลุ่มที่เราแนะนำให้ ขึ้นทยอยขาย (ธนาคาร ฯลฯ)ว่า ทิศทางราคาหุ้นหลังจากนี้ ตัวไหนที่คาดว่า จะมีแนวโน้มได้ไปต่อ และหุ้นตัวไหนที่ ดิ้นเด้ง เป็นแค่ Dead Cat bounce…คาดว่ายังไม่ใช่จังหวะเข้าซื้อหุ้น (Wait and see)
กลยุทธ์รอบนี้ เรายังคงเน้นไปที่การ ซื้อแล้วถือ และคอยเฝ้าพฤติกรรมราคาหุ้นที่เราแนะนำอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งติดตามประเด็นที่มีผลบวกหรือลบ ต่อราคาหุ้นที่เราแนะนำ เพื่อตัดสินใจที่จะถือต่อ หรือ ขายตัดขาดทุน

โดยเราจะรอดูจังหวะหาหุ้นเพิ่มเข้าพอร์ตเมื่อเชื่อว่า ราคาหุ้นตั้งรับกับสถานการณ์ ความผันผวนของตลาดได้แล้ว และ เห็นโมเมนตั้มเริ่มทำงาน ผลักดันราคาขึ้น
ด้านปัจจัยในต่างประเทศ ติดตามนโยบายต่างประเทศสหรัฐฯ ต่อจากเคส บุกจับอดีต ปธน.เวเนซุเอลา, กรีนแลนด์ และอิหร่าน เราคาดเรื่องเหล่านี้จะมีอิทธิพลเชิงบวกต่อ ราคาหุ้นวัฏจักรกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ (พลังงาน น้ำมัน โรงกลั่น ปิโตรเคมี ส่งออกอาหาร) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้ดีกว่าตลาดในรอบนี้ และเป็นไปตามที่เราคาด


กลยุทธ์การลงทุน
กลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้ “รอ” สะสมหุ้นเมื่อราคาย่อลง ไม่ไล่ราคา เน้นไปที่หุ้นผลตอบแทนเงินปันผลสูง, หุ้นที่มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไร และ เพิ่มการเล่นหุ้นตามกระแสการเก็งกำไร


วิเคราะห์ทางเทคนิค
SET Index ฟื้นภายหลังจากร่วง! หลุดแนวรับ นอกจากการทำจุด low ในรอบ 3 เดือน จุดที่อาจต้องระวังสัญญาณ “Dead cross” การตัดกันของ EMA 25 & 200 วัน บ่งชี้จุดเปลี่ยนเป็นรอบขาลง ขณะที่ MACD alert! + Corrective wave C (ปลายทางคลื่นขาลง) แนวโน้มดัชนีหากหลุด 1,230 มีโอกาสลงมาตั้งหลักที่ 1,200 ในทางตรงกันข้ามหากเด้งยังต้องระวังจุดต้านที่เส้น EMA 200 วัน 1260 จุด ...จับตาภาพใหญ่ Sectors rotation ซื้อขายเปลี่ยนกลุ่ม! หุ้นตัวไหนบ้างที่ต้องระวัง ในทางตรงกันข้ามหุ้นที่แข็งแกร่ง เราลุยกันมาถูกทางหรือไม่…..ติดตามในหน้าถัดไปครับ
ไฮไลท์หุ้น: ประกาศงบ 4Q นี้ แบงค์จะผ่อนคันเร่งก่อนหรือไม่!/ DELTA กับจังหวะวัดใจที่เส้น EMA 200 วัน/ BAM “signal alert! / SCC ใหญ่สาย real Sector/ CCET: จิ๊กซอว์สำคัญของ Tech โลก / Global DR01: สะพานเชื่อมการลงทุนสู่บริษัทชั้นนำระดับโลก

 

 




What to watch
ตลท.กาง 3 กลยุทธ์ขับเคลื่อนแผน 3 ปี (69-71) เพิ่มสภาพคล่อง-ผนึกกำลังหนุนโต-เสริมแกร่งโครงสร้างพื้นฐาน
1) รุกสร้างโอกาส เสริมสภาพคล่อง เพิ่มความเชื่อมั่น (Exciting Markets with Confidence)
2) ผนึกกำกำลัง ขยายการเติบโต (Grow Business with Stakeholders)
3) เสริมแกร่งโครงสร้างพื้นฐาน ขับเคลื่อนพัฒนาคน (Great Process and People)
นอกจากนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีแผนที่จะลงทุนจ้าง Market Maker เข้ามาช่วยเพิ่มสภาพคล่อง ซึ่งจากศึกษาจากตลาดในต่างประเทศหลายตลาดที่จะมี Market Maker ที่มาช่วยสร้างสภาพคล่องทั้งหุ้นขนาดใหญ่และหุ้นขนาดเล็กอย่างเหมาะสม
เพนตากอนกางแผนโจมตีอิหร่านชุดใหญ่ให้ทรัมป์พิจารณา เล็งเป้าทั้งฐานนิวเคลียร์และขีปนาวุธ กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือ เพนตากอน กำลังนำเสนอ "ทางเลือกในการโจมตีที่หลากหลายขึ้น" เพื่อให้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ พิจารณาใช้รับมือกับอิหร่าน ซึ่งเป็นแผนที่ครอบคลุมกว่าที่มีรายงานออกมาก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม ทางเลือกในวงจำกัดอย่างการโจมตีทางไซเบอร์ หรือการโจมตีหน่วยงานด้านความมั่นคงภายในของอิหร่าน มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้มากกว่า
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน ยอมรับว่า ประเด็นอิหร่าน และสหรัฐฯจัดเก็บภาษี 25% สำหรับประเทศคู่ค้าอิหร่าน จะส่งผลกระทบกับราคาน้ำมัน ทั้งในเรื่องของภูมิรัฐศาสตร์ จากพัฒนาการที่เข้มข้นเรื่อย ๆ ของสหรัฐฯ ซึ่งอาจจะทำให้ราคาน้ำมันในช่วงนี้ปรับไปในทิศทางขึ้น แต่ราคาของประเทศไทยไม่ต้องห่วง ไม่ได้มีการปรับขึ้นแน่นอน แต่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด


หุ้นแนะนำวันนี้ PTTGC Valuation ยังเทรดอยู่ในโซนถูก PBV 0.34x รอบนี้เล่นเกาะไปกับโมเมนตั้ม หุ้นสินค้าโภคภัณฑ์ได้ดี, อานิสงส์ผลิตผลพลอยได้จากปิโตรเลียมผ่านการเพิ่มการกลั่นในสหรัฐฯจากวัตถุดิบเวเนซุเอลา คาดกดดัน ซัพพลายฝั่งเอเชีย
แนวรับ 22 ต้าน 24 Stop loss 20

Tactical port เพิ่ม PTTGC

 

รายงานพื้นฐานวันนี้

Beverage Sector
แนวโน้มตลาดน้ำตาล ส่งสัญญาณต่อกลุ่มเครื่องดื่มอย่างไร?
แนวโน้มราคาน้ำตาลโลกปี 2026 ยังทรงตัวถึงอ่อนตัว จากอุปทานที่เพียงพอต่อความต้องการ โดย USDA คาดการผลิตน้ำตาลโลกปี 2025/26 เพิ่มขึ้น 8.3 ล้านตัน เป็น 189.3 ล้านตัน พร้อมการส่งออกที่สูงจากประเทศหลัก ด้วยราคาที่ไม่กระโดด ช่วยจำกัดความเสี่ยงด้านต้นทุนของกลุ่มเครื่องดื่ม
สำหรับไทย แม้ผลผลิตอ้อยปี 2026 มี downside risk จากโรคพืชและปัญหาการเก็บเกี่ยว อาจต่ำกว่าคาดเหลือราว 95 ล้านตัน (จาก 100 ล้านตัน) แต่ยังเพิ่มขึ้น YoY และที่สำคัญ ราคาน้ำตาลในประเทศยังอยู่ภายใต้การกำกับดูแล ทำให้โอกาสปรับขึ้นราคาจำกัดในบริบทค่าครองชีพและการบริโภคที่ยังเปราะบาง
แม้ราคาน้ำตาลปรับขึ้น ผลกระทบต่อกำไรกลุ่มเครื่องดื่มยังต่ำ เนื่องจากต้นทุนน้ำตาลคิดเป็นเพียง ~6% ของ COGS ขณะที่ความเสี่ยง El Niño (ที่อาจรุนแรงขึ้นใน 2H26) มีแนวโน้มกระทบฤดูเพาะปลูกถัดไปมากกว่าปี 2026
Investment action: ปี 2026 เป็นปีที่กลุ่มเครื่องดื่มได้ประโยชน์จากต้นทุนที่ไม่กดดันและ catalyst ด้านปริมาณขายจากฤดูร้อน อีเวนต์ใหญ่ และ sentiment ทางการเมือง
เราแนะนำซื้อ CBG (และเป็น Top pick) จาก momentum ที่ดี และกำไรที่เป็นไปได้ รองลงมา OSP จากการปรับปรุงต้นทุนและสินค้าใหม่ ขณะที่ ICHI ได้ประโยชน์เชิงกลยุทธ์จากอุปสงค์ตามฤดูกาล

 


รายงานผลประกอบการวันนี้

TISCO
ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป

 

(0) TISCO รายงานกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 1.6 พันล้านบาท ลดลง 4% YoY และ 5% QoQ เป็นไปตามที่เราและตลาดคาด แนวโน้มกำไร 1Q26 คาดจะทรงตัว YoY และ QoQ เรายังคงมองว่า Valuation ของ TISCO แพงกว่าคู่เทียบอื่นๆ มาก จึงยังแนะนำเลี่ยงในเวลานี้

KTC
บัตรกรุงไทย

(+) KTC รายงานกำไรสุทธิ 4Q25 ที่ 2.1 พันล้านบาท เติบโต 10% YoY และ 6% QoQ จาก credit cost ปรับลดลง ด้านคุณภาพสินทรัพย์ค่อนข้างทรงตัว QoQ สูงกว่าที่เราคาด 9% (และสูงกว่าที่ตลาดคาด 10%) จาก credit cost ต่ำกว่าคาด 5 ในไตรมาสนี้ NPLs/loans ratio อ่อนตัวลงเล็กน้อย และ loan-loss coverage ratio ก็ปรับลงเล็กน้อย ขณะที่สินเชื่อ ทรงตัว YoY แต่เพิ่มขึ้น 4% QoQ ตามฤดูกาล
แนวโน้ม 1Q26 เราคาดกำไรจะปรับเพิ่มขึ้น 6% YoY จาก NIM ขยายตัวและ credit cost ลดลง แต่คาดกำไรจะลดลง 5% QoQ จากแนวโน้ม credit cost สูงขึ้น QoQ
เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2026 ขึ้น 5% จากการปรับลดสมมติฐาน credit cost ลงและรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น มองราคาหุ้น KTC ปรับฐานลงมา จนปัจจุบันมี valuation ถูกแล้ว คาดหวัง dividend yield ได้ ราว 5-6% ทำให้เราปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น ซื้อ ที่ ราคาเป้าหมายใหม่ 30 บาท


วิกิจ ถิรวรรณรัตน์ Tel. (662) 618-1336
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน/ปัจจัยทางเทคนิค
นภนต์ ใจแสน นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน
ภูวดล ภูสอดเงิน, AISA นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

มัลติมีเดีย

หุ้นอินไซด์ทอลค์ : บุกขุมทรัพย์ PCE

หุ้นอินไซด์ทอลค์ : บุกขุมทรัพย์ PCE

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้