Today’s NEWS FEED

News Feed

InnovestX คาดวันนี้ SET รีบาวด์จำกัด ระวังอย่าหลุด Low

85


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์( 12 มกราคม 2569 )------ InnovestX บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX ออกบทวิเคราะห์ประจำวันที่ 12 มกราคม 2569 คาดตลาดแกว่งไซด์เวย์/พักตัว หุ้นพลังงานมีโอกาสหนุนตลาด แต่อย่างไรก็ตาม คาดการปรับตัวขึ้นยังจำกัด ปัจจัยภายนอก ตัวเลข NFPs ออกมาแย่กว่าที่คาด แต่ไม่ได้แย่รวดเร็ว ตลาดคงประเมินความเป็นไปได้ในการคงดอกเบี้ยปลายเดือนนี้ที่ 95% ในขณะที่ ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ยังไม่ตัดสิน"ภาษีทรัมป์" ลดความผันผวน ทางเทคนิค คาดหากการรีบาวด์ยังไม่สามารถยืนเหนือแนวต้าน 1265/1270 ได้ยังต้องระวังว่าในที่สุดมีโอกาสทดสอบ 1250/1244 หรือลงต่ำกว่า และเปิดทางลงรอบใหม่ได้


ประเด็นสำคัญ
• ศาลฎีกาสหรัฐฯ ยังไม่ตัดสินคดีภาษีศุลกากรของ ปธน. ทรัมป์ แต่ตลาดติดตามกำหนดครั้งต่อไปในวันที่ 14 ม.ค. ขณะที่ ม. มิชิแกนเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ม.ค. เพิ่มขึ้นสู่ 53.5 สูงกว่าตลาดคาด และแบบจำลอง GDPNow ชี้ GDP 4Q68 จะขยายตัว 5.1%QoQ
• เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent ปรับขึ้นกว่า 2% จากความกังวลอุปทานในตะวันออกกลางจะชะงักงันจากเหตุการณ์ประท้วงรุนแรงในอิหร่านหลังประสบวิกฤติเศรษฐกิจ ส่วน ปธน. ทรัมป์ ขู่ว่าสหรัฐฯ พร้อมแทรกแซงหากอิหร่านสังหารผู้ประท้วง
• รมว. พาณิชย์เผยหากศาลฎีกาสหรัฐฯ ตัดสินยกเลิกภาษีศุลกากร ไทยอาจพิจารณาขอภาษีคืนจากสหรัฐฯ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าสหรัฐฯ อาจใช้มาตรา 232 เรียกเก็บภาษีเฉพาะหมวดสินค้าได้ แต่คงมองเป็นประโยชน์ เนื่องจากประเมินว่ากลุ่มสินค้าส่วนใหญ่จะไม่ถูกเรียกเก็บ สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้พิจารณาเก็งกำไรหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯ, เกษตร, ยาง และนิคมฯ
• วันที่ 11 ม.ค. 69 เกิดเหตุระเบิดสถานีบริการน้ำมันใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งหมด 11 แห่ง และไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเรามองมีผลกระทบระยะสั้นเล็กน้อยต่อ OR ด้านกระทรวงพลังงานได้ประสานฝ่ายความมั่นคงให้เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและได้เตรียมแผนสำรองน้ำมันไว้เพียงพอแล้ว
• ททท. ตั้งเป้าจำนวน นทท. ต่างชาติเดินทางเข้าไทยในปี 2569 ที่ 36.7 ล้านคน เพิ่มขึ้น 11%YoY และสร้างรายได้ราว 2 ล้านลบ. พร้อมมุ่งเน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในรูปแบบ Holistic Travel ซึ่งเป็นมากกว่า Wellness Tourism และกระตุ้นการใช้จ่ายสินค้ามูลค่าสูง

 


กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวในกรอบ 1230–1300 จุด ปัจจัยในประเทศติดตานโยบายหาเสียงด้านเศรษฐกิจของพรรคการเมืองซึ่งจะมีผลต่อความคาดหวังเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมและหุ้นที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเริ่มเข้าสู่ช่วงประกาศงบ 4Q68 ของกลุ่มธนาคาร ส่วนปัจจัยภายนอกที่ต้องติดตามซึ่งอาจมีผลต่อจิตวิทยาการลงทุนระยะสั้น ได้แก่ ศาลฎีกาสหรัฐฯอาจมีคำตัดสินคดีภาษีทรัมป์ในวันที่ 14 ม.ค. , ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ อาทิ ปฏิบัติการในเวเนซุเอลาและเหตุการณ์ประท้วงในอิหร่านที่มีผลต่อความผันผวนของราคาน้ำมัน, กรณี ปธน. ทรัมป์ส่งสัญญาณต้องการให้สหรัฐฯ ครอบครองกรีนแลนด์ที่อาจกดดันความสัมพันธ์สหรัฐฯ-ยุโรปตึงเครียดเพิ่มขึ้น รวมทั้งจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ อาทิ CPI, PPI และยอดค้าปลีก ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”

 

แนวรับ – แนวต้าน : 1250/1244 – 1265/1270

 

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
ช่วงสั้นมอง SET จะเคลื่อนไหวในกรอบ ติดตามปัจจัยภายนอก ทั้งประเด็นภูมิรัฐศาสตร์และตัวเลขเศรษฐกิจ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลักและ 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. หุ้น Earning Play ซึ่งคาดกำไร 4Q68 จะเติบโตเด่นเกิน 10%YoY และเราแนะนำ Outperform จากพื้นฐานธุรกิจมั่นคงและมีโมเมนตัมกำไรที่ดี แนะนำ ADVANC BGRIM CHG GPSC GULF OR PRM TRUE
2. หุ้นปันผลคุณภาพดีเพื่อสร้างกระแสเงินสดและลดความผันผวนให้แก่พอร์ตลงทุน แบ่งเป็น 1) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะยาว (กำไรแต่ละปีมั่นคง, ผันผวนต่ำ, ฐานะการเงินแข็งแกร่ง, มี SET ESG Ratings A-AAA และจ่ายปันผลสม่ำเสมอ โดยคาดให้ Div. Yield สูงเกินปีละ 5%) แนะนำ AP DIF KTB PTT TISCO และ 2) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะสั้น 6 เดือน (กำไรปี 68 มั่นคง, ผันผวนต่ำ, คาดมีเงินปันผลจากกำไรปี 2568 ที่เหลือจ่ายหลังหักเงินปันผลที่ประกาศจ่ายระหว่างกาลไปแล้ว ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5%) แนะนำ BAM KBANK SAT THANI TLI
3. หุ้นที่คาดได้ประโยชน์จากเข้าสู่วัฏจักรดอกเบี้ยขาลง โดยเราคาด กนง. จะมีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้ 2 ครั้ง อาทิ หุ้นที่จะมีต้นทุนการเงินลดลงตามภาระหนี้สินซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยลอยตัวสูง แนะนำ CENTEL GPSC TRUE และหุ้นที่จะมีต้นทุนการดำเนินการลดลง หรือ กำลังซื้อผู้บริโภคดีขึ้น แนะนำ AP MTC รวมทั้งหุ้นกลุ่ม REITs แนะนำ DIF FTREIT LHHOTEL
4. Trading Idea: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ 1) หุ้นที่คาดได้อานิสงส์จากเหตุประท้วงในอิหร่านซึ่งกดดันตลาดกังวลอุปทานน้ำมันในตะวันออกกลางชะงักงัน แนะนำ PTTEP PTT และหุ้นที่คาดได้ประโยชน์หากสหรัฐยกเลิกคว่ำบาตรน้ำมันเวเนซุเอลาทำให้มีโอกาสกลับมานำเข้าน้ำมันเวเนซุเอลา แนะนำ TASCO 2) หุ้นที่คาดได้ Sentiment บวกเชิงจิตวิทยาระยะสั้น หากศาลสูงสุดตัดสิน ปธน. ทรัมป์ผิดในกรณีเรียกเก็บภาษีศุลกากร แนะนำ กลุ่มนิคม (AMATA WHA FTREIT) กลุ่มเกษตร (TU ITC) กลุ่มยาง (STA STGT NER) กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA HANA KCE) และ 3) หุ้นที่คาดจะได้ประโยชน์จาก Election Rally เพราะมีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง อาทิ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL TNP) กลุ่มอาหาร (GFPT CBG OSP) และกลุ่มท่องเที่ยว (CENTEL ERW)


Daily Top Picks
PTTEP: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นจากความกังวลเหตุประท้วงในอิหร่านจะกดดันอุปทานในตะวันออกกลาง ใน 4Q68 คาดจะเป็นไตรมาสที่กำไรสุทธิแข็งแกร่งที่สุดของปี 2568 จากกำไรพิเศษจากประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน Fx และการต่อรองราคาซื้อโครงการก๊าซฯ Touat ในแอลจีเรีย เป้าหมายระยะสั้น 114 บาท

OSP: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากเม็ดเงินช่วงหาเสียงเลือกตั้งช่วยหนุนบรรยากาศจับจ่ายใช้สอยและต้นทุนน้ำตาลที่ปรับลงดีต่อศักยภาพทำกำไร ใน 4Q68 คาดกำไรปกติจะเติบโตดีทั้ง YoY และ QoQ จากการฟื้นตัวการบริโภคในประเทศและยอดขายต่างประเทศ รวมทั้งการคุมต้นทุนได้ดี เป้าหมายระยะสั้น 17 บาท

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

หาเสียง By : นายกล้วยหอม

นายกล้วยหอม ตอนนี้ การเมืองไทยเข้มข้น แต่ละพรรคการเมือง หาเสียง นโยบายหาเสียง ยังคงเน้นหนักไปทางประชานิยม ส่วน.....

มัลติมีเดีย

หุ้นอินไซด์ทอลค์ : บุกขุมทรัพย์ PCE

หุ้นอินไซด์ทอลค์ : บุกขุมทรัพย์ PCE

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้