สำนักข่าวหุ้นอินไซด์( 8 มกราคม 2569 )-----นายอิศรา เรืองสุขอุดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคลีด เอ็นพีเอ็น จำกัด (มหาชน) TL เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งพิเศษที่ 1/2569 ของบริษัท เทคลีด เอ็นพีเอ็น จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 เวลา 14.00 น. โดยคณะกรรมการมีมติที่สำคัญที่จะต้องแจ้งต่อตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (“ตลำดหลักทรัพย์ฯ”) ดังนี้
1. อนุมัติการกำหนดราคาหุ้นสามัญเพิ่มทุนเพื่อเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) ตามที่ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2/2568 เมื่อวันที่12 กันยายน 2568 (“ที่ประชุมวิสำมัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2/2568”) ได้มีมติอนุมัติการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทจำนวน 1,051,974,636 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท เพื่อเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) จำนวน 3 ราย ได้แก่ นายคีรีภัทร์ ศุภสินประภาพงศ์ , บริษัท เพียร์ ฟอร์ ยู จำกัด (มหาชน) และ นางสาวมิเกว วิภาณุรัตน์ (รวมเรียกว่า “ผู้ลงทุน PP”) ในราคาเสนอขายหุ้นละ 0.41 บาท รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 431,309,600.76 บาท (“รายการ PP”)
บริษัทประสงค์จะขยายการลงทุนของบริษัทและบริษัทย่อยดังมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 2/2568 เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2568 โดยมีจำนวนเงินทุนคาดการณ์ที่จะต้องใช้สำหรับการเข้าลงทุนดังกล่าวประมาณ 533,500,000 บาท โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. การลงทุนซื้อหุ้นสามัญของบริษัท เนสท์ติฟลาย จำกัด (Nestifly) จำนวนเงินทุนโดยประมาณ ที่จะใช้ในการลงทุน 113,500,000 บาท ระยะเวลาการใช้เงิน ภายในไตรมาส 1 ปี 2569
2. การลงทุนซื้อหุ้นสามัญของบริษัท อินเวนท์เทค ซิส เท็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด (Inventech) จำนวนเงินทุนโดยประมาณ ที่จะใช้ในการลงทุน ไม่เกิน 420,000,0001 บาท ระยะเวลาการใช้เงิน ภายในไตรมาส 1 ปี 2569
บริษัทมีความประสงค์ที่จะเข้าลงทุนใน Nestifly เพื่อขยายขอบเขตการดำเนินธุรกิจไปยัง ธุรกิจ Tech ซึ่ง สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์การขยายธุรกิจของบริษัทในระยะยาว โดยธุรกิจ Tech เป็นธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตใน การสร้างรายได้ และมีความสามารถในการขยายตัวอย่างรวดเร็ว (Scalability) และมีต้นทุนในการดำเนินงานค่อนข้างต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับธุรกิจอื่น อีกทั้งเป็นธุรกิจที่สอดคล้องกับทิศทางเมกะเทรนด์ (Mega Trend) ซึ่งได้แก่ การเปลี่ยนแปลง ทางดิจิทัล (Digital Transformation) ซึ่งช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัทใน อนาคต
Nestifly เป็นผู้ประกอบธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (Peer-to-Peer Lending Platform) รายแรกของประเทศไทยที่ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลังและอยู่ภายใต้การ กำกับโดยธนาคารแห่งประเทศไทย โดยได้รับใบอนุญาตและดำเนินงานตั้งแต่ ปี 2565 ภายใต้ชื่อ “StockLend by Nestifly” โดย Nestifly ทำหน้าที่เป็นตัวกลางสนับสนุนการก่อให้เกิดการกู้ยืมระหว่างผู้กู้และผู้ให้กู้ โดยจับคู่ระหว่างผู้ที่ ต้องการกู้เงิน (“ผู้ขอสินเชื่อ” หรือ “ผู้กู้”) และผู้ที่ต้องการให้กู้ (“นักลงทุน” หรือ “ผู้ให้กู้”) รวมถึงอำนวยความสะดวกใน การทำสัญญาสินเชื่อ การนำส่งและจ่ายคืนเงินกู้ และการติดตามหนี้ โดยผู้ขอสินเชื่อสามารถนำหุ้นที่จดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์ มาใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อให้แก่นักลงทุน และนักลงทุนที่ประสงค์ในการให้กู้ยืมเงินสามารถใช้ช่องทางผ่านแอปพลิเคชัน StockLend by Nestifly ในการลงทุนได้ โดยการขอสินเชื่อผ่านแอปพลิเคชัน StockLend by Nestifly เป็นการดำเนินการผ่านออนไลน์ทั้งหมด โดยสามารถทราบผลอนุมัติภายใน 1 วันท าการ เมื่อระบบจับคู่ระหว่างผู้กู้และนักลงทุนสำเร็จ
ฝ่ายบริหารได้พิจารณาและพบว่าธุรกรรมการเข้าลงทุนใน Nestifly ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างมูลค่า ทางธุรกิจ (Value Creation) และเสริมสร้างสร้างความสามารถในการแข่งขันระยะยาวให้กับบริษัท
การลงทุนใน Nestifly ดังกล่าว บริษัท Techlead X และ ผู้ขายหุ้น Nestifly และ/หรือ คู่สัญญาที่เกี่ยวข้อง จะร่วมกันลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้น ภายในเดือนมกราคม ปี 2569 ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าธุรกรรมการเข้าลงทุนใน Nestifly จะเสร็จสมบูรณ์ภายในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 หรือวันอื่นใดตามที่คู่สัญญาอาจตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษร