Today’s NEWS FEED

News Feed

HotNews: HYDRO ดิ้น เพิ่มธุรกิจกำจัดขยะ

ผู้ชม 932

 

 

 

 

 

HotNews: HYDRO ดิ้น
เพิ่มธุรกิจกำจัดขยะ


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์( 4 เมษายน 2561)-------- HYDRO ยอมทุกอย่าง เปิดทาง เอสยูที โฮลดิ้ง จำกัด(SUTGH)ถือหุ้นใหญ่ หวังเข้าสู่ธุรกิจกำจัดขยะ โดยจะเข้าซื้อ-รับโอนกิจการเอสยูที โกลบอล มูลค่า 460 ลบ. คาดเสร็จในพ.ค.61

HYDRO ใช้เครื่องมือทางการเงิน ยอมทุกอย่าง เปิดทางSUTGH ถือหุ้นใหญ่ หวังเข้าสู่ธุรกิจกำจัดขยะ ฝั่งSUTGH ไม่มีแผนที่จะเพิกถอนหุ้นของกิจการออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ อีกทั้ง ยังไม่มีนโยบายที่จะเปลี่ยนแปลงแผนการบริหารจัดการ โครงสร้างองค์กรและโครงสร้างทางการเงินของกิจการอย่างมีนัยสำคัญ


นายสลิบ สูงสว่าง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไฮโดรเท็ค จำกัด (มหาชน)HYDRO เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 6/2561 เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2561 ได้มีมติที่สำคัญดังต่อไปนี้


1) มีมติให้เสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติการซื้อและรับโอนกิจการทั้งหมดตามแผนการโอนกิจการทั้งหมดของบริษัทฯกับ บริษัทจำกัดที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่ชื่อ บริษัท เอสยูที โฮลดิ้ง จำกัด(“SUTGH”) โดยจะมีผู้ถือหุ้น จำนวน 3ราย ได้แก่ นายศุภฤกษ์ ณ สงขลา นายอินธิเดชน์ พลอินทร์และนางสาวนิตยา ภูติวัตร ซึ่งเป็นบุคคลที่กระทำการร่วมกัน (Concert Party) (“ผู้ถือหุ้นของ SUTGH”)ซึ่งจะถือหุ้นใน SUTGH จำนวน 132,000 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 100.00 ของจำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของ SUTGH โดย ณวันโอนกิจการ SUTGH จะถือหุ้น ใน บริษัท เอสยูที โกลบอล จำกัด(“SUTG”) จำนวน 132,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 66.00ของจำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของSUTG ที่ประกอบธุรกิจให้บริการรับเหมาก่อสร้าง การให้บริการในลักษณะของผู้รับเหมาเชิงดำเนินการและบำรุงรักษาและการให้คำปรึกษาโครงการจัดการขยะเชิงวิศวะกรรม (“แผนการโอนกิจการทั้งหมด”)
ทั้งนี้ บริษัทฯ จะซื้อและรับโอนกิจการทั้งหมดของ SUTGH ซึ่งหมายถึง ทรัพย์สินและหนี้สินทั้งปวงของ SUTGHรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงสิทธิ หน้าที่ ภาระข้อผูกพันต่าง ๆ และความรับผิดใด ๆ ที่ SUTGH มีหรือพึงมี ณวันรับโอนกิจการ รวมถึงหุ้นทั้งหมดใน SUTG ที่ SUTGH ณ วันโอนกิจการ จะถือจำนวน 132,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ถือหุ้นโดย SUTGH หรือคิดเป็นสัดส่วนร้ อยละ 66.00
ของจำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของ SUTG (“ธุรกรรมการรับโอนกิจการทั้งหมด”)เมื่อเปรียบเทียบมูลค่ายุติธรรม (Fair Value) ของ SUTGH และบริษัทฯ ซึ่งประเมินโดยที่ปรึกษาทางการเงินของบริษัทฯ ซึ่งได้แก่ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) คณะกรรมการบริษัทมีมติเห็นควรกำหนดให้บริษัทฯ เข้าทำธุรกรรมการรับโอนกิจการทั้งหมดโดย(1) จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ จำนวน 195,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ในราคาหุ้นละ1 บาท คิดเป็นมูลค่า195,000,000 บาทให้แก่ SUTGH (“ธุรกรรมการจัดสรรหุ้น”) และ


(2) ออกและเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพที่ออกใหม่และให้สิทธิแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญของบริษัทฯ(“หุ้นกู้แปลงสภาพ”) คิดเป็นมูลค่า 265,000,000 บาท ให้แก่ SUTGH (รายละเอียดของหุ้นกู้แปลงสภาพ ปรากฏตามสรุปสาระสำคัญของข้อกำหนดและเงื่อนไขของหุ้นกู้แปลงสภาพที่ออกใหม่และให้สิทธิแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญของ บริษัท ไฮโดรเท็ค จ ากัด (มหาชน) ให้ แก่บุคคลในวงจำกัด อย่างไรก็ดี ธุรกรรมการรับโอนกิจการทั้งหมดและจัดสรรหลักทรัพย์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นต่อเมื่อเงื่อนไขบังคับก่อนตามที่ระบุไว้ในสัญญาโอนกิจการทั้งหมด ระหว่างบริษัทฯ และ SUTGH (“สัญญาโอนกิจการทั้งหมด”) รวมถึงข้อตกลงและสัญญาอื่น ๆ และเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมดังกล่าวเสร็จสมบูรณ์ โดยในเบื้องต้นคาดว่าธุรกรรมการรับโอนกิจการทั้งหมดและจัดสรรหลักทรัพย์จะสามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30พฤษภาคม 2561 หรือวันอื่นใดที่บริษัทฯ และ SUTGH ตกลงร่วมกัน


2.มีมติอนุมัติให้ เสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จำนวน380,314,690 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจำนวน 589,968,760 บาท เป็นทุนจดทะเบียนจำนวน 970,283,450บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 380,314,690 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เพื่อจัดสรรดังต่อไปนี้


(1) หุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 195,000,000 หุ้ น มูลค่าที่ตราไว้หุ้ นละ 1 บาท เพื่อเสนอขายและจัดสรรในคราวเดียวให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) ในราคาหุ้นละ 1 บาทคิดเป็นมูลค่า 195,000,000 บาทและ(2) หุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวน 185,314,690 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เพื่อรองรับการใช้สิทธิแปลงสภาพของหุ้นกู้แปลงสภาพที่มีมูลค่าการเสนอขาย จำนวน 265,000,000 บาท ที่เสนอขายในคราวเดียวให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) เพื่อใช้ชำระเป็นค่าตอบแทนธุรกรรมการรับโอนกิจการทั้งหมดให้แก่ SUTGH ซึ่งผู้ถือหุ้นของ SUTGH ทั้ง 3 รายนั้น เป็นบุคคลที่กระทำการร่วมกัน (Concert Party) โดย ณ วันโอนกิจการSUTGH จะนำหุ้นทั้งหมดใน SUTGที่ SUTGH จะถือจำนวน 132,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 66.00 ของจำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของ SUTG มาชำระเป็นค่าหุ้นสามัญเพิ่มทุนและหุ้นกู้แปลงสภาพของบริษัทฯ ที่SUTGH ได้รับจัดสรรแทนการชำระด้วยเงินสด (Payment in Kind)


จากการที่บริษัทฯ จะเสนอขายและจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ ให้แก่ SUTGH โดย SUTGH จะถือหุ้นจำนวน 195,000,000 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 24.84ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทฯ(ภายหลังการจดทะเบียนเพิ่มทุนชำระแล้วของบริษัทฯ แต่ก่อนมีการใช้สิทธิแปลงสภาพหุ้นกู้แปลงสภาพทั้งจำนวน)และSUTGH จะถือหุ้นกู้แปลงสภาพของบริษัทฯ จำนวน 265,000 หน่วย ซึ่งคิดเป็นร้อยละ19.10ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทฯ รวมเป็นร้อยละ39.20ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทฯ (ภายหลังการจดทะเบียนเพิ่มทุนชำระแล้วของบริษัทฯ บนสมมุติฐานว่ามีการใช้สิทธิแปลงสภาพหุ้นกู้แปลงสภาพทั้งจำนวน) ตามรายละเอียดที่ปรากฏในข้อ 4)และข้อ 5) ส่งผลให้ SUTGH ต้องทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของบริษัทฯ


อย่างไรก็ตาม SUTGH ไม่ประสงค์ที่จะทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของบริษัทฯ และมีความประสงค์ที่จะขอผ่อนผันการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของบริษัทฯ โดยอาศัยมติที่ประชุมผู้ ถือหุ้นของบริษัทฯ(Whitewash)


นายสลิบกล่าวว่า SUTGH ไม่มีแผนที่จะเพิกถอนหุ้นของกิจการออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ อีกทั้ง ยังไม่มีนโยบายที่จะเปลี่ยนแปลงแผนการบริหารจัดการ โครงสร้างองค์กรและโครงสร้างทางการเงินของกิจการอย่างมีนัยสำคัญ เว้นแต่เป็นการดำเนินการ ซึ่งเป็นไปตามแผนของบริษัทฯ อย่างไรก็ตาม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและศักยภาพการแข่งขันทางธุรกิจของบริษัทฯSUTGH อาจพิจารณาทบทวนและปรับแผนการบริหารจัดการโครงสร้างองค์กรและโครงสร้างทางการเงินในอนาคตของบริษัทฯ ให้ เหมาะสมกับสภาวะธุรกิจและฐานะการเงินของบริษัทฯ ที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงเวลา


SUTG ก่อตั้งขึ้นเมื่อ วันที่ 30 ตุลาคม 2557 โดยกลุ่มผู้ก่อตั้งเล็งเห็นถึงเทคโนโลยีที่ล้าสมัยและหยุดนิ่งมาเป็นระยะเวลานาน จึงมีแนวคิดและวิสัยทัศน์ที่ต้องการจะพัฒนาระบบการจัดการขยะให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยนำเอาผลผลิตเชิงวิชาการมาเข้าสู่ตลาดผ่านการบริการรับเหมาก่อสร้างให้หน่วยงานราชการต่าง ๆ


ที่ผ่านมา SUTG ได้รับงานและสร้างรายได้ผ่านการเป็นผู้รับจ้างเหมาช่วงให้กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีเป็นหลัก โดยมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าที่เป็นหน่วยงานภาครัฐ อย่างไรก็ดี ในช่วงปี2560 SUTG ได้เริ่มรับงานตรงกับภาคเอกชนด้วยเช่นกันเพื่อเพิ่มฐานลูกค้าและความสามารถในการทำกำไรของ SUTG


SUTG มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นหน่วยงานภาครัฐที่เป็นหน่วยงานการปกครองพื้นที่ที่ขึ้นกับองค์กรการปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) และ เทศบาลต่าง ๆ ซึ่งรวมถึง เทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล อย่างไรก็ตาม SUTG ไม่ได้จกัดแต่เพียงการรับงานจากภาครัฐเท่านั้น เนื่องจากงานภาครัฐนั้นมีความเสี่ยงเรื่องการอนุมัติงบประมาณ และการเบิกใช้ต่าง ๆ SUTG จึงรับงานผ่านภาคเอกชนที่ต้องการการจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพด้วยเช่นกัน


การดำเนินธรุกิจการจัดการขยะของ SUTG นั้นสอดคล้องกับและตอบสนองกับนโยบายการบริหารจัดการขยะในชุมชนของภาครัฐภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11ซึ่งได้กำหนดให้มีการจัดการขยะในรูปแบบของการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยมุ่งเน้นให้มีระบบการบริหารจัดการขยะในชุมชนแบบครบวงจร ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการเกิดขยะจนถึงการกำจัดขั้นสุดท้าย และให้ความสำคัญต่อการนำขยะที่มีศักยภาพกลับมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด ลดปริมาณขยะที่จะต้องนำกลับไปจัดการให้น้อยที่สุด โดยระบบการบริหารจัดการที่กล่าวข้างต้นจะมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของภาครัฐ เอกชน และประชาชน


SUTG เป็นผู้ได้รับสิทธิการใช้เทคโนโลยีระบบจัดการ SUT-MBT ในเชิงพาณิชย์ ซึ่งระบบจัดการดังกล่าวได้ขึ้นทะเบียนใน “บัญชีนวัตกรรมไทย” กับสำนักงานงบประมาณ และ SUTG เป็นผู้ได้รับการถ่ายทอดอย่างถูกต้องในการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้เพื่อการพาณิชย์
นายสลิบกล่าวว่า บริษัทฯ เล็งเห็นถึงโอกาสในการเข้าดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการจัดการขยะ เนื่องด้วยประเทศไทยยังขาดการจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพประกอบกับงานภาครัฐที่ได้รับการสนับสนุนต่อไปจะเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับขยะเช่นกัน


ดังนั้น บริษัทฯ คาดว่าการเข้าทำธุรกรรมการรับโอนกิจการทั้งหมดจะเกิดประโยชน์ต่อบริษัทฯ ดังต่อไปนี้
(1) โอกาสในการเข้าประมูลและเพิ่มช่องทางการทำธุรกิจของบริษัทฯ ในการทำธุรกิจรับเหมาที่เกี่ยวข้องกับการจัดการขยะ
(2) โอกาสในการเพิ่มรายได้ และอัตราผลตอบแทนที่เหมาะสมต่อเนื่องในระยะยาว ผ่านการเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างเชิงดำเนินการและบำรุงรักษาระบบจัดการขยะ
(3) บริษัทฯ สามารถร่วมงานกับกลุ่มนักวิจัยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีซึ่งสามารถช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์และประสิทธิภาพในการรับเหมาก่อสร้างมากขึ้น
(4) บริษัทฯ จะมีสถานะทางการเงินที่มั่นคงขึ้นจากผลประกอบการของ SUTG
พร้อมกำหนดวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2561 ในวันที่ 10 พ.ค.61 เพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าว


---จบ---

สุกัญญา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้