Today’s NEWS FEED

News Feed

HotNews:GUNKUL ผนึกCPF-แบล็คแคนยอน พัฒนาผลิตภัณฑ์พืชกัญชง /NCL โชว์Q1/65 กำไรท็อปฟอร์ม มั่นใจปี65 พุ่งNew High

2,663

 


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (18 พฤษภาคม 2565)-----บมจ.กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL) เดินหน้าโชว์สตอรี่ร้อนแรง ส่งบริษัทย่อย “จี.เค.เฮมพ์ กรุ๊ป” เซ็น MOU กับ “แบล็คแคนยอน (ประเทศไทย) เพื่อปลูก ผลิต จำหน่ายจัดส่งกัญชาและกัญชง ต่อยอดธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม พร้อมจับมือ บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส์ จำกัด ร่วมวิจัยผลิตภัณฑ์จากพืชกัญชงครบวงจร เตรียมพัฒนาเป็นสินค้าที่มีคุณภาพสู่ผู้บริโภค ฟาก “ดร.สมบูรณ์ เอื้ออัชฌาสัย”เผยตอกย้ำความมั่นใจการปลูกกัญชง ได้มาตรฐานทุกขั้นตอน และมีคุณภาพดีเยี่ยมทำให้ได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ สนับสนุนธุรกิจกัญชงกัญชาอนาคตสดใส

 

ดร.สมบูรณ์ เอื้ออัชฌาสัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) (GUNKUL) เปิดเผยว่า บริษัท จี.เค.เฮมพ์ กรุ๊ป จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ GUNKUL ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับบริษัท แบล็ค แคนยอน (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อซื้อขายกัญชาและกัญชง สำหรับธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม โดยบริษัทย่อยของ GUNKUL จะทำหน้าที่ปลูก ผลิต จำหน่าย จัดส่งส่วนของกัญชาและส่วนของกัญชง รวมถึงผลิต จำหน่าย จัดส่งผลิตภัณฑ์จากพืชกัญชาและกัญชงให้แบล็ค แคนยอน เพื่อนำไปใช้ในการต่อยอดดำเนินธุรกิจการบริการด้านอาหาร และเครื่องดื่มในร้านอาหารทั้งในและต่างประเทศ
ขณะเดียวกัน บริษัท จี.เค.เฮมพ์ กรุ๊ป จำกัด ยังได้ลงนามบันทึกข้อตกลงกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือCPF และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด เพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากพืชกัญชงครบวงจร ทั้งในเรื่องการเพาะปลูกพืชกัญชงและการสกัดสารสำคัญ เพื่อพัฒนาเป็นสินค้าที่มีคุณภาพสู่ผู้บริโภค รวมไปถึงการเริ่มต้นศึกษาและขยายผลการเพาะปลูกพืชกัญชงเมล็ดที่มีศักยภาพในอุตสาหกรรมโปรตีนทดแทน (Alternative Protein) และอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่จะเห็นชอบร่วมกันในอนาคต

 

ทั้งนี้กลุ่มบริษัทฯ เชื่อว่าผู้ร่วมดำเนินงานได้มองเห็นถึงโอกาสในอุตสาหกรรมพืชกัญชงที่มีศักยภาพในการจะเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ของประเทศไทย ที่จะมีการเติบโตในความต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก โดยปัจจัยที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจและอุตสาหกรรมของพืชกัญชงคือ แหล่งวัตถุดิบพืชกัญชงและสารสกัดที่มีคุณภาพ สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ซึ่งบริษัทฯ เชื่อมั่นว่าจากรูปแบบการปลูกของบริษัทฯ ที่เป็นระบบโรงเรือนที่ได้มาตรฐาน เป็นพื้นที่เพาะปลูกของบริษัทฯ เอง และปลูกโดยใช้ระบบ Hydroponic ไม่ใช้ดิน แต่ใช้น้ำ RO ในการปลูก เพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากสารพิษตกค้างต่างๆ และไม่มีการใช้ยาฆ่าแมลงใดๆ ทำให้มั่นใจได้ว่าผลผลิตกัญชงที่ออกมาจะมีคุณภาพสูงอยู่ในเกณฑ์ที่ดี จึงได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มลูกค้า


“จากกระแสความนิยมกัญชงทำให้มีการนำสารสกัดจากกัญชงไปเป็นวัตถุดิบและสารตั้งต้น เพื่อใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอาง อาหาร ยา เครื่องดื่ม ซึ่งส่งผลให้กลุ่มบริษัทฯ ได้รับความสนใจเข้ามาขอเป็นพันธมิตรทางธุรกิจในการร่วมพัฒนาวิจัยในธุรกิจกัญชง จากความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญที่จะปักธงขยายตลาดตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำได้อย่างสมบูรณ์ นับตั้งแต่การจัดหาเมล็ดพันธุ์กัญชง – การเพาะปลูก – รับซื้อกัญชง – การสกัด และผลิตผลิตภัณฑ์สู่ตลาด และเชื่อว่าจะสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับธุรกิจของทั้ง 2 บริษัทได้”ดร.สมบูรณ์กล่าว

 


** GUNKUL ลุยเซ็น MOU ต่อเนื่องอีก 4-5 ราย **

นายสมบูรณ์ เอื้ออัชฌาสัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อจำหน่าย CBD โดยคาดว่าในช่วงไตรมาส 2/65 จะมีการเซ็น MOU เพิ่มเติมอีก 4-5 ราย ขณะที่ก่อนหน้านี้ก็มีการ MOU กับทางแบล็คแคนยอน อีกด้วย

ทั้งนี้บริษัท จี.เค.เฮมพ์ กรุ๊ป จำกัด ซึ่งเป็น บริษัทย่อยของกันกุล ได้รับใบอนุญาตผลิตสารสกัดสำคัญจากพืชกัญชง (CBD) เพื่อใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ โดยควบคุมการผลิตทุกขั้นตอนตั้งแต่การปลูกในระบบโรงเรือนปิดที่ได้มาตรฐาน ด้วยวิธีปลูกแบบไม่ใช้ดิน ใช้น้ำที่กรองด้วยระบบ RO ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง ปราศจากการปนเปื้อนและสารตกค้าง สกัดสารจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน ตรวจสอบย้อนกลับได้ พร้อมทั้งทำงานร่วมกับ ซีพีเอฟ และซีพีพีอย่างใกล้ชิด เรื่องการพัฒนาสายพันธุ์ เทคนิคการปลูกที่ดี การสกัดสารสำคัญจากพืชกัญชง เพื่อการนำต่อยอดอาหารและเครื่องดื่มอย่างเหมาะสม ปลอดภัย เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดต่อผู้บริโภค

นอกจากนี้ บริษัทฯคาดว่าทิศทางแนวโน้มธุรกิจในไตรมาส 2/65 จะเห็นการเติบโตที่ดีขึ้นจากไตรมาสก่อน และไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากได้รับปัจจัยบวกจากธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน โดยเฉพาะโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม ได้รับอานิสงส์จากกระแสลมที่พัดแรง ทำให้ปริมาณการผลิตไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้นด้วย ประกอบกับช่วงปลายไตรมาสนี้จะมีรายได้จากกัญชงทยอยเข้ามาเพิ่มเติมอีกด้วย ดังนั้นยังคงเป้าปีนี้รายได้เพิ่มขึ้นระดับ 15-20% จากปีก่อน

ขณะเดียวกันบริษัทฯยังมีแผนเข้าร่วมประมูลโรงไฟฟ้าพลังงานลม ตามแผน PDP ฉบับบใหม่ที่จะออก PPA ราว 1,800 MW ใน 2 ปี ซึ่งบริษัทเตรียมพื้นที่เข้าร่วมประมูล 7 แห่ง เบื้องต้นคาดว่าจะทราบเงื่อนไขช่วงเดือนสิงหาคม และเปิดประมูลช่วงเดือน ต.ค.นี้ ซึ่งคาดรู้ผลภายในปีนี้ โดยเชื่อว่ากำไรในการดำเนินธุรกิจเพียงพอต่อการลงทุน และคาดว่าจะใช้เงินกู้ราว 70%

นอกจากนี้ บริษัทฯยังมีแผนนำธุรกิจก่อสร้าง เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เบื้องต้นคาดว่าภายในเดือน ม.ค.66 เพื่อระดมทุนรองรับเงินทุนหมุนเวียนในการเข้าประมูลงานใหม่ต่อเนื่อง


ด้านนายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) กับ นายสมบูรณ์ เอื้ออัชฌาศัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ กันกุล และนายสุเมธ ภิญโญสนิท ประธานคณะผู้บริหาร

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากพืชกัญชงครบวงจร เพื่อเพิ่มมูลค่าอาหารและเครื่องดื่ม สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงต้นทาง ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยมี ดร.กัลกุล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานกรรมการ นายโศภชา ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นายพงษ์สกร ดำเนิน ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ สายงานธุรกิจพลังงานและกัญชงกัญชา กันกุล พร้อมด้วย ดร.สมหมาย เตชะศิรินุกูล รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ด้านวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซีพีเอฟ และนายสายัณห์ หงษา ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามครั้งนี้ ณ อาคารซีพี ทาวเวอร์สีลม

นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ กล่าวว่า ในฐานะผู้นำในด้านการผลิตอาหารครบวงจร ซีพีเอฟให้ความสนใจพืชกัญชง ซึ่งมีศักยภาพเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ นำมาต่อยอดเป็นสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่มีมูลค่าสูงขึ้น รองรับความต้องการที่มีแนวโน้มเติบโตทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งความร่วมมือของ 3 องค์กรพันธมิตรในครั้งนี้ นำไปสู่การพัฒนาห่วงโซ่อุตสาหกรรมสินค้าจากพืชกัญชงตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ก้าวสู่การเป็น ครัวของโลก และช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับธุรกิจ รวมทั้งอุตสาหกรรมอาหารของไทยในภาพรวม

ดร.สมหมาย เตชะศิรินุกูล กล่าวเสริมว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ ช่วยสนับสนุนพันธกิจของซีพีเอฟในการพัฒนาอาหารและเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมจากสารสกัดของพืชกัญชง ด้วยการควบคุมคุณภาพตลอดทั้งห่วงโซ่การผลิตตามมาตรฐานสากล และสามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงต้นทาง ตั้งแต่สายพันธุ์ เทคนิคการปลูก การเก็บเกี่ยว การสกัดสาร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้บริโภคทั้งเรื่องคุณภาพและความปลอดภัย ตั้งเป้าผลิตภัณฑ์ตัวแรกจะเป็นเครื่องดื่มประเภท Functional Drink ที่ให้ความสดชื่นและผ่อนคลาย คาดว่าจะวางจำหน่ายภายในปีนี้


ด้านนายสุเมธ ภิญโญสนิท กล่าวว่า ซีพีพี มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านการผลิตต้นน้ำ จะเป็นผู้ดำเนินการจัดหาและพัฒนาสายพันธุ์กัญชงที่มีเอกลักษณ์ และใช้ระบบการเพาะปลูกที่เหมาะสม โดยได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย อย่าง มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อวิจัยการปลูกกัญชง ตั้งแต่การพัฒนาสายพันธุ์ที่ดี วิธีการปลูก เทคนิคการดูแลที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้ ซีพีพีจะส่งมอบผลผลิตจากพืชกัญชงที่ปลูกในโรงเรือน Greenhouse ตามมาตรฐานการผลิตทางการเกษตรที่ดี (Good Agriculture Practices: GAP) เพื่อให้ผลผลิตที่ได้มีความปลอดภัย และร่วมมือกับ GUNKUL แปรรูปเป็นสารสกัด CBD ที่เหมาะสมสำหรับการใช้ในอาหารและเครื่องดื่มต่อไป

ด้วยมูลค่าตลาดสินค้ากัญชงมีแนวโน้มเติบโตที่ดี โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ตลอดจนสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศของไทยที่เอื้ออำนวย ทำให้มีศักยภาพด้านการเพาะปลูกและการผลิตสูง รวมถึงเป็นศูนย์กลางในการผลิตอาหารและเครื่องดื่มคุณภาพ ปลอดภัย มาตรฐานสากล เป็นที่ยอมรับของคนทั่วโลก ดังนั้น ความร่วมมือของ 3 องค์กรในครั้งนี้ จะช่วยตอบโจทย์ความต้องการอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง สร้างโอกาสให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการในห่วงโซ่การผลิต ยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมอาหารของไทยบนเวทีตลาดโลก และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

NCL ไตรมาส 1/65 โชว์กำไรท็อปฟอร์ม 30.97 ลบ.


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(18 พฤษภาคม 2565)------NCL เผยไตรมาส 1/65 โชว์กำไรสุทธิท็อปฟอร์ม 30.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.72% จากงวดเดียวกันปีก่อนทำได้ 20.02 ล้านบาท หลัง “ชีส ดิจิตอล เน็ตเวิร์ค” ช่วยหนุน-สถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย พร้อมมั่นใจผลงานทั้งปี 65 ทำ New High โตไม่ต่ำกว่า 50-60% จากปี 64 ทำได้ 1,923.89 ล้านบาท

 

นายพงษ์เทพ วิชัยกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ NCL ผู้ให้บริการจัดการระบบโลจิสติกส์ ครบวงจร (Logistics Solution Provider) เปิดเผยว่าผลการดำเนินงานของบริษัทไตรมาส 1/2565 สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.2565 มีรายได้อยู่ที่ 589.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 250.54 ล้านบาท หรือ 73.94% จากงวดเดียวกันปีก่อนทำได้ 338.86 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 20.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.95 ล้านบาท หรือ 54.72% จากงวดเดียวกันปีก่อน เนื่องจากบริษัทฯ และบริษัทย่อย มีรายได้จากการให้บริการขนส่งเพิ่มขึ้น


ประกอบกับบริษัทฯ เริ่มรับรู้กำไรจากการลงทุนใน บริษัท ชีส ดิจิตอล เน็ตเวิร์ค จำกัด (CDN) ผู้ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับ Digital Marketing Services ซึ่งถือเป็นผู้ให้บริการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศครบวงจร ด้วยประสบการณ์ด้าน IT solution และ digital content มากว่า 10 ปี และมีผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่องโดยมีรายได้สูงถึง 390 ล้านบาทต่อปี และมีอัตรากำไรขั้นต้นกว่า 43% ในปี 2562 โดยบริษัทฯ เล็งเห็นว่าเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง ตลอดจนสามารถสร้างแหล่งที่มาของรายได้ให้แก่กลุ่มบริษัทฯ ได้อย่างมั่นคงและต่อเนื่องในระยะยาว ทำให้เชื่อมั่นว่าจะเข้ามาช่วยหนุนให้เครือธุรกิจของ NCL เติบโตอย่างมีศักยภาพมากยิ่งขึ้น


ส่วนแนวโน้มผลประกอบการในไตรมาสที่ 2/2565 บริษัทฯ คาดว่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้น หลังธุรกิจการขนส่งระหว่างประเทศเติบโตโดดเด่น เพราะได้รับปัจจัยบวกจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เริ่มคลี่คลายและมีการผ่อนคลายในหลายๆ มาตรการ ส่งผลให้เศรษฐกิจในหลายๆ ประเทศดีขึ้น ประกอบกับการบังคับใช้ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership) ที่เริ่มเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2565 ที่ผ่านมา ทำให้การนำเข้าส่งออกไปยังประเทศสมาชิกอาเซียน 14 ประเทศคล่องตัวมากขึ้น บริษัทฯ จึงคาดว่ารายได้ในปีนี้มีโอกาสทำ New High เติบโตไม่ต่ำกว่า 50-60% จากปี 2564 ที่ทำได้ 1,923.89 ล้านบาท


“ผลประกอบการในไตรมาส 1 ถือว่าออกมาตามที่บริษัทฯ คาดการณ์ไว้ ด้วยปัจจัยบวกหลายๆ อย่างทั้งสถานการณ์โควิด-19 ที่เริ่มดีขึ้น ค่าระวางเรือยังทรงตัวสูงเมื่อเทียบกับอดีต บวกกับสถานการณ์ขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ที่ถึงแม้จะคลี่คลายลงไปแต่ก็ไม่กลับสู่จุดปรกติ ทำให้ แอล จี คอนเทนเนอร์ ไลน์ บริษัทย่อย มีลูกค้าทยอยเข้ามาใช้บริการมากขึ้นและ LG ก็มีแผนเพิ่มเส้นทางการขนส่งและเพิ่มตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นด้วย” นายพงษ์เทพ กล่าวในที่สุด


อนึ่งบริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาความเชี่ยวชาญในการเป็นผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์แบบครบวงจร ได้มาตรฐานสากล โดยจะเป็นทางเลือกแรกและทางเลือกที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าและคู่ค้าของบริษัท เพื่อเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจ คือการเป็นมืออาชีพในการช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์เพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าให้มากที่สุด

---จบ--

 

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

เก็งกำไร By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ หุ้นไทย วันนี้ เขียวเหมือนตลาดต่างประเทศ หลัง เมื่อคืนที่ผ่านมาสหรัฐ รายงานเงินเฟ้อ ออกมา....

SETตามต่างประเทศ By : นายกล้วยหอม

นายกล้วยหอม เชื่อว่า วันนี้ ตลาดหุ้นไทยหรือSET คงเคลื่อนไหว ตามทิศทางตลาดหุ้นประเทศ หลัง กนง.ลงมติขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ...

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้