Today’s NEWS FEED

News Feed

HotNews : COTTO ฝ่าวิกฤตโควิด โชว์กำไรโค้ง 2 โตแรง 95%

2,826

HotNews : COTTO ฝ่าวิกฤตโควิด โชว์กำไรโค้ง 2 โตแรง 95%

 

 

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(22กรกฎาคม 2563) COTTO โชว์กำไรโค้ง 2 โตแรง 95% แม้วิกฤตโควิดฉุดยอดขายลดลงทั้งในประเทศและส่งออกต่างประเทศ หลังสามารถบริหารจัดการช่องทางจัดจำหน่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดค่าใช้จ่ายในการบริหารลง ปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานเป็นออนไลน์มากขึ้น ปรับตัวได้รวดเร็วตามพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของลูกค้า ตลอดจนต้นทุนพลังงานที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา หนุนผลประกอบการในไตรมาสนี้ดีกว่าที่คาดไว้

 


นายนำพล มลิชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ COTTO ผู้ผลิตและจำหน่ายกระเบื้องภายใต้แบรนด์คอตโต้ (COTTO) โสสุโก้ (SOSUCO) และ คัมพานา (CAMPANA) เปิดเผยงบการเงินรวมก่อนสอบทาน ของ COTTO ในไตรมาสที่ 2 ปี 2563 ว่า บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 2,369 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 15 แต่บริษัทฯ มีกำไรสำหรับงวด 41 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 95 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

 

 

สำหรับผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี 2563 ถึงแม้ว่าสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงจากปัญหา COVID-19 จะทำให้บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 4,892 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 16 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่บริษัทฯ ยังสามารถทำกำไรสำหรับงวดได้ถึง 166 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ซึ่งดีกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก

 

 

นายนำพล เปิดเผยว่า บริษัทฯ มียอดขายทั้งในประเทศและต่างประเทศลดลงจากปีก่อน โดยเฉพาะในช่วงที่มีมาตรการล็อคดาวน์ซึ่งมีการปิดช่องทางจัดจำหน่ายหลัก คือ ร้านโมเดิร์นเทรดทุกแห่ง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากบริษัทฯ มีช่องทางจัดจำหน่ายที่หลากหลาย และมีการบริหารจัดการช่องทางจัดจำหน่ายแต่ละรูปแบบ อย่างมีประสิทธิภาพจึงทำให้ได้รับผลกระทบบ้างแต่ไม่มากจนเกินไป

 

 

เนื่องจากผู้บริโภคยังสามารถเข้าถึงสินค้าของบริษัทฯ ได้จากหลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นร้านผู้แทนจำหน่าย คลังเซรามิค และช่องทางออนไลน์ นอกจากนี้ เรายังได้ร่วมมือกับร้านโมเดิร์นเทรดเพื่อช่วยกระตุ้นการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ด้วยในช่วงที่หน้าร้านปิดทำการ ทำให้ยอดขายผ่านทางช่องทางนี้โดยรวมโตขึ้นถึง 300% ด้านคลังเซรามิคมียอดขายสูงกว่าเป้าหมายทุกเดือน ในขณะที่ร้านผู้แทนจำหน่ายส่วนใหญ่ยังมียอดขายทรงตัว

 

 

 

 

ในส่วนของการส่งออกไปยังตลาด CLM อเมริกา ยุโรป และโอเชียเนีย ได้รับผลกระทบแตกต่างกันไปตามสถานการณ์ความรุนแรงของการระบาดของโควิด-19ในแต่ละพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ในช่วงไตรมาสที่ผ่านมาบริษัทฯ สามารถดำเนินการผลิตและขนส่งสินค้าอย่างต่อเนื่องไม่หยุดชะงัก จึงทำให้ผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก และขณะนี้ตลาดส่งออกเริ่มดีขึ้นบ้างในกลุ่มประเทศที่กำลังฟื้นตัวโดยเฉพาะกลุ่มประเทศ CLM

 

 

สำหรับแผนงานของบริษัทฯ ภายหลังจากนี้ นายนำพลเปิดเผยว่า ผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้วิถีชีวิตของคนเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใช้ชีวิตอยู่บ้านมากขึ้นและมีความตระหนักถึงเรื่องความสะอาดและความปลอดภัยภายในบ้านเพิ่มขึ้น เป็นโอกาสดีของบริษัทฯที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ ในกลุ่ม Health and Clean เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการปรับแต่งพื้นที่อยู่อาศัย

 

 


ให้เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดี ปลอดภัย สะอาดไร้กังวลและสร้างความอุ่นใจในการอยู่อาศัย โดยในช่วงไตรมาสที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้เร่งออกสินค้าเพื่อตอบสนองลูกค้ากลุ่มนี้ อาทิ กระเบื้อง Hygienic Tile หรือ กระเบื้องยับยั้งแบคทีเรีย จาก COTTO ที่ใช้เทคนิคในการผสมสารซิลเวอร์นาโนในเนื้อกระเบื้อง ทำให้สามารถยับยั้งการเกิดเชื้อแบคทีเรียได้ตลอดอายุการใช้งานซึ่งแตกต่างจากการใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่ออกฤทธิ์ขณะใช้งานและจะหมดประสิทธิภาพลงอย่างรวดเร็ว

 

 

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ขยายพอร์ทสินค้าเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนยุคนี้ที่ให้ความสำคัญไม่เพียงแต่ความสะอาด แต่ยังต้องคำนึงถึง ความสะดวก ปลอดภัย และสวยงาม อีกด้วย บริษัทฯจึงมุ่งเน้นพัฒนาออกสินค้าและบริการเพื่อตอบโจทย์ลูกค้า เช่น แผ่นปูพื้น LT แบบ Smart Flexible by COTTO ซึ่งเป็นวัสดุปูพื้นที่มีดีไซน์สวยงาม ติดตั้งง่าย รวดเร็ว และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และล่าสุด กระเบื้องรุ่น 4D+ จาก CAMPANA และ SOSUCO ที่เพิ่มประสิทธิภาพในการกันลื่นเพื่อความปลอดภัยได้ดียิ่งขึ้น โดยยังคงให้ผิวสัมผัสที่่นุ่มละมุนสบายแตกต่างจากเดิม

 

 

 

 

ที่สำคัญ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่ ต้องการปรับปรุงที่พักอาศัย (รีโนเวต) บริษัทฯ ได้มีการขยายธุรกิจให้บริการติดตั้ง ภายใต้ชื่อ C’TIS (Certified Tile Installation Service) เพื่อให้บริการสร้างซ่อม ตกแต่ง ต่อเติม ติดตั้งกระเบื้องและวัสดุกรุผิว ด้วยทีมช่างมืออาชีพที่ผ่านการรับรองคุณภาพมาตรฐานกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน

 

 

“เราเริ่มต้นจากธุรกิจติดตั้งกระเบื้องเมื่อประมาณปลายปีที่แล้ว ได้รับการตอบรับที่ดีมากจากลูกค้าหลากหลาย ทั้งกลุ่มที่ต้องการปรับปรุงบ้านที่อยู่อาศัย หน่วยงานราชการ โรงพยาบาล จากนี้ จึงคาดว่าจะต่อยอดเป็น ธุรกิจสร้างซ่อม ตกแต่ง ต่อเติม ติดตั้งวัสดุกรุผิว ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นนอกเหนือจากกระเบื้องเซรามิก ไม่ว่าจะเป็นอลูมิเนียมคอมโพสิตสำหรับอาคารสูงและอาคารทั่วไป หรือวัสดุกลุ่ม Resilient Flooring ได้แก่แผ่นปูพื้น LT แบบ Smart Flexible by COTTO เพื่อเจาะตลาดงานต่อเติมบ้านและอาคารขนาดเล็ก โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ บ้านในโครงการต่าง ๆ ที่ผ่านมาลูกค้าส่วนใหญ่นิยมใช้บริการของ C’TIS ในการต่อเติมโรงจอดรถ ปูกระเบื้องสระว่ายน้ำ ปูพื้นห้องคอนโดมิเนียม คงานตกแต่งอาคารสถานที่ด้วยกระเบื้องขนาดใหญ่ ลูกค้าที่สนใจใช้บริการติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ทาง เฟซบุ๊กเพจ C’TIS หรือ COTTO Life และร้านผู้แทนจำหน่ายในพื้นที่ต่าง ๆ ขณะนี้ มีจุดให้บริการที่กรุงเทพ เชียงใหม่ ระยอง และชลบุรี โดยมีแผนที่จะเปิดเพิ่มอีก 30 จุดทั่วประเทศ ภายใน 2 ปีนี้" นายนำพล กล่าว

 

 

ปัจจุบัน C’TIS มีทีมช่างประมาณ 100 คนที่ให้บริการด้านสร้าง ซ่อม ตกแต่ง ต่อเติม ติดตั้ง และยังคงเปิดรับสมัครทีมช่างจำนวนมากเข้ามาร่วมงาน โดยจะมีการอบรมให้ความรู้ตามมาตรฐานของ C’TIS พร้อมกับมอบหมายงานให้ทีมช่างอย่างสม่ำเสมอ

 

 

“คาดว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นจะยังคงส่งผลต่อทั้งระบบเศรษฐกิจไปอีกระยะหนึ่ง โดยมีหลายปัจจัยที่ควรเฝ้าระวัง เช่น แนวโน้มตัวเลขผู้ติดเชื้อ ความชัดเจนของการผลิตวัคซีนป้องกัน และสภาพคล่องของระบบเศรษฐกิจ ในส่วนของตลาดกระเบื้องเซรามิกอาจจะได้รับผลกระทบจากภาคอสังหาริมทรัพย์และกำลังซื้อที่ลดลงของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าหลังจากนี้ไปสถานการณ์ตลาดในประเทศจะค่อย ๆ คลี่คลายลงตามลำดับ ตามที่ภาครัฐมีแนวทางและมาตรการต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาคาดว่าจะมีส่วนช่วยให้ตลาดมีความต้องการใช้กระเบื้องเซรามิกและวัสดุก่อสร้างดีกว่าในไตรมาสก่อน โดยบริษัท ฯ ได้มีการเตรียมความพร้อมในการวางแผนการผลิตเพื่อบริหารสต๊อกสินค้าให้สอดรับกับความต้องการของตลาดและจับตาดูพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างใกล้ชิดด้วย ทั้งนี้ ยังต้องรอดูทิศทางของ COVID-19 หากไม่มีการระบาดระลอก 2 มั่นใจว่าจะเป็นไปตามแผนงานระยะฟื้นฟูตามที่บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายไว้” นายนำพล กล่าว

 

 

 

 

 

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯคาดว่ารายได้รวมปี2563 จะปรับตัวลดลง 15-20% จากปีก่อนที่ทำได้ 11,291.82 ล้านบาทจากเดิมตั้งเป้ารายได้โต 3-5% เนื่องจาก การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจชะลอตัว โดยครึ่งปีแรกที่ผ่านมา บริษัทฯมีรายได้จากการขายปรับตัวลดลงถึง 16% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนจาก จากการปิดช่องทางจัดจำหน่ายหลักร้านโมเดิร์นเทรดทุกแห่ง

 

 


ส่วนภาพรวมครึ่งปีหลังบริษัทฯคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก แต่ยังคงเห็นรายได้หดตัวอยู่แต่ไม่ถึง 10% หลังเริ่มเห็นการก่อสร้างกลับมาดำเนินการอีกครั้ง ทั้งจากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์และจากผู้บริโภคทั่วไป จากที่ชะลอตัวในช่วงล็อคดาวน์ 2 เดือนกว่าๆ แต่อย่างไรก็ตามยังคงมีปัจจัยเรื่องการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะกลับมาระบาดระรอก2-3 หรือไม่ ซึ่งผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นลูกค้าหลักของบริษัทฯยังคงชะลอเปิดโครงการใหม่ๆอย่างเห็นได้ชัด

 

 


นายนำพล กล่าวเพิ่มเติมว่า ช่วงที่มีการล็อคดาวน์ส่งผลให้บริษัทฯใช้กำลังการผลิตลดลงมาอยู่ที่ 50% แต่ปัจจุบันได้กลับมาเพิ่มเป็น 60-70% แล้ว ซึ่งหากแนวโน้มตลาดกลับมาฟื้นตัวดีขึ้นเรื่อยๆมองว่ากำลังการผลิตจะค่อยๆกลับมาเพิ่มขึ้นตาม และบริษัทก็ยังต้องมีการควบคุมต้นทุนต่างๆอย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าจะได้รับผลบวกจากต้นทุนราคาก๊าซที่ลดลง ช่วยหนุนมาร์จิ้นของบริษัทได้ส่วนหนึ่งในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา

 

 

 


“จากสถานการณ์ในปัจจุบันเรายอมรับว่าต้องมีการปรับเป้ารายได้ ครึ่งปีแรกภาพรวมตลาดกระเบื้องที่ออกมาก็ติดลบกว่า 10% แล้ว ครึ่งปีหลังเราก็มองว่ายังคงต่ำกว่าปีก่อนด้วย ซึ่งทั้งปีเราก็เลยประเมินว่ารายได้จากการขายจะลดลง 10-15% ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาด พร้อมมองว่ามูลค่ารวมของตลาดกระเบื้องในปี 63 จะลดลงเหลือ 2.8-3.2 หมื่นล้านบาท จากปีก่อนที่ 3-3.5 หมื่นล้านบาท” นายนำพล กล่าว

 

 

ด้านการส่งออกไปยังต่างประเทศได้รับผลกระทบเช่นเดียวกันไม่ว่าจะเป็นอเมริกา, ยุโรป และโอเชียเนีย และ CLM ซึ่งถือเป็นตลาดหลักในการส่งออกของบริษัทฯหลังจากทีการล็อคดาวน์ และถึงแม้ปัจจุบันตะมีการเปิดประเทศบ้างแล้ว แต่ด่านตามชายแดนยังคงปิดอยู่ ส่งผลให้การค้าชายแดนชะลอตัวด้วย

 

 

สำหรับงบลงทุนในปีนี้ ของบริษัทฯยังคงไว้ที่ 350-400 ล้านบาท ใช้รองรับปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักร บริหารจัดการต้นทุนด้านพลังงาน และใช้ในการขยายสาขาโมเดิลเทรด

 

 

COTTO

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความล่าสุด

ยังไหว By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ มองตลาดหุ้นไทย ยังไหว ยังเอาอยู่ แม้จะเจอหุ้นDELTA ร่วง เพราะนักลงทุน กังวลหุ้นใหญ่DELTA...

TPCH ปลื้ม! รับประกาศนียบัตรฯ Carbon Neutral

TPCH ปลื้ม! รับประกาศนียบัตรฯ Carbon Neutral

PTG ผนึก ศิริราช รับบริจาคโลหิต "โรงเรียนแม่พระฟาติมา"

PTG ผนึก ศิริราช รับบริจาคโลหิต "โรงเรียนแม่พระฟาติมา"

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้