Today’s NEWS FEED

สัมภาษณ์/รายงานพิเศษ

รายงานพิเศษ : ล้วงลึก IPO " ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์" Flagship ธุรกิจอาหารสัตว์น้ำกลุ่ม TU

6,500

 

 

 

 

รายงานพิเศษวันนี้ จะพาคุณผู้อ่านทุกท่าน ไปเจาะลึก บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM   หุ้นไอพีโอ น้องใหม่ที่น่าจับตามอง กับโอกาสการเข้ามาระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)  ที่จะต่อยอดการเติบโตของธุรกิจให้แข็งแกร่ง  และก้าวสู่ผู้ผลิตอาหารสัตว์น้ำที่มีคุณภาพดีที่สุดเพื่อการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืน  ขอเชิญติดตามพร้อมๆ กัน.......

 

 

" ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์" เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์เศรษฐกิจ และบริษัทฯ เป็นหนึ่งในผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์น้ำที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย โดยผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทฯ ได้แก่ อาหารกุ้ง อาหารปลา (รวมอาหารกบและอาหารปู)  และอาหารสัตว์บก บริษัทฯ ก่อตั้งโดยบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กลุ่มครอบครัวบุญมีโชติ และกลุ่มผู้ถือหุ้นรายอื่น เนื่องจากกลุ่มผู้ถือหุ้นได้เล็งเห็นถึงโอกาสในธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ ซึ่งมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมสัตว์น้ำ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ  รวมถึงคุณภาพชีวิตของประชาชนไทย จึงได้ร่วมลงทุนจัดตั้งบริษัทฯ ขึ้นเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2543 เพื่อเป็นบริษัทแกนนำ (Flagship) ของกลุ่ม TU ในการดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์น้ำ โดยเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทของ TU ได้อนุมัตินโยบายการลงทุนของกลุ่ม TU ในการดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์น้ำ ซึ่งกำหนดให้บริษัทฯ เป็นบริษัทแกนนำ (Flagship) ในการดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์น้ำของกลุ่ม TU อีกด้วย

 

 

 

 

" ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์" มีโรงงานผลิตสินค้า 2 แห่ง คือ (1) โรงงานมหาชัย ตั้งอยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ และ (2) โรงงานระโนด ตั้งอยู่ที่อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา โดยที่ตั้งโรงงานของบริษัทฯ มีศักยภาพที่เหมาะสมกับการประกอบธุรกิจผลิตอาหารสัตว์น้ำ เนื่องจากตั้งอยู่ในบริเวณภาคกลางและภาคใต้ ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีการเพาะพันธุ์และเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่สำคัญของประเทศไทย มีส่วนช่วยลดค่าใช้จ่ายในการขนส่งไปยังลูกค้า อีกทั้ง การมีที่ตั้งโรงงานกระจายอยู่ใน 2 ภูมิภาคยังเป็นประโยชน์ต่อการบริหารความเสี่ยงจากกรณีที่อาจเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้โรงงานใดโรงงานหนึ่งไม่สามารถดำเนินการผลิตได้ตามปกติอีกด้วย โดย 30 มิถุนายน 2564 บริษัทฯ มีกำลังการผลิตอาหารสัตว์รวมเท่ากับ 273,000 ตันต่อปี สามารถแบ่งเป็นกำลังการผลิตอาหารกุ้ง 153,000 ตันต่อปี กำลังการผลิตอาหารปลา 90,000 ตันต่อปี และกำลังการผลิตอาหารสัตว์บก 30,000 ตันต่อปี ทั้งนี้ หากพิจารณาอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) สำหรับสายการผลิตที่ยังอยู่ระหว่างได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี (BOI) พบว่า อยู่ในระดับประมาณร้อยละ 58 – 80 ในปี 2561 – 2563

 

 

" ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์"  มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์มากกว่า 20 ปี โดยบริษัทฯ ยังมุ่งเน้นในการนำความเชี่ยวชาญ เทคนิคการผลิต และนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์น้ำใหม่ๆ หรือผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติเฉพาะทาง เช่น การที่บริษัทฯ เป็นผู้บุกเบิกการใช้อาหารเม็ดสำเร็จรูปในการเพาะเลี้ยงปลากะพง รวมถึงการคิดค้นสูตรการผลิตใหม่ๆ เช่น สูตรการผลิตอาหารสัตว์น้ำที่ลดปริมาณการใช้ปลาป่นและน้ำมันปลา และสูตรการผลิตอาหารปลาสลิด อาหารปู เป็นต้น

 

 

" ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์"  สร้างการเติบโตของปริมาณการขายที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 143,345 ตัน ในปี 2560 เป็น 145,884 ตัน และ 167,446 ตัน ในปี 2561 และ 2562 ตามลำดับ หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ 1.8 และร้อยละ 14.8 สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้รวม ซึ่งเติบโตขึ้นจาก 4,341.7 ล้านบาท ในปี 2560 เป็น 4,492.7 ล้านบาท และ 4,906.8 ล้านบาท ในปี 2561 และ 2562 ตามลำดับ หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ 3.5 และร้อยละ 9.2 ตามลำดับ อย่างไรก็ดี เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ในปี 2563 ซึ่งส่งผลกระทบในเชิงลบต่ออุตสาหกรรมสัตว์น้ำโดยรวม ส่งผลให้บริษัทฯ มีปริมาณการขายเท่ากับ 163,355 ตัน ในปี 2563 หรือคิดเป็นอัตราการลดลงร้อยละ 2.4 จากปีก่อนหน้า และบริษัทฯ มีรายได้รวม เท่ากับ 4,244.5 ล้านบาทหรือคิดเป็นอัตราการลดลงร้อยละ 13.5 จากปีก่อนหน้า ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังสามารถรักษาส่วนแบ่งการตลาดอาหารปลากะพง อาหารกุ้ง และอาหารปลา คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 24 ร้อยละ 17 และร้อยละ 12 ของปริมาณการขายอาหารปลากะพง อาหารกุ้ง และอาหารปลาในประเทศไทย ในปี 2563 ตามลำดับ

 

 

 

 

 

 

โครงสร้างรายได้สำหรับปี 61-63 และสำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.63 และ ปี 64 มีรายได้จากการขายเกือบทั้งหมด คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 86-98 ของรายได้จากการขาย แบ่งเป็นการขายผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์น้ำ ซึ่งได้แก่ อาหารกุ้ง และอาหารปลา (รวมอาหารกบและอาหารปู) ทั้งนี้ ในช่วงปลายปี 61 บริษัทฯ ได้มีการขยายธุรกิจไปยังธุรกิจการผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์บก ซึ่งได้แก่ อาหารเป็ด อาหารไก่ และอาหารสุกร เป็นต้น

 

 

ปัจจุบัน " ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์"  มีทุนจดทะเบียน จำนวน 1,000 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ จำนวน 500.0 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 2 บาท โดยเป็นทุนชำระแล้วทั้งสิ้น จำนวน 820 ล้านบาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญ จำนวน 410.0 ล้านหุ้น และจะเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 109.3 ล้านหุ้น แบ่งเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุน 90.0 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดย บมจ.ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) จำนวน 19.3 ล้านหุ้น รวมทั้งหมดคิดเป็นสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 21.9 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO ครั้งนี้ โดยเงินระดมทุน IPO  ครั้งนี้  " ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์"  จะนำไปใช้ขยายธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์น้ำในอินโดนีเซีย ชำระคืนเงินกู้ และเป็นเงินทุนหมุนเวียนในอนาคต

 

 

 

เรียกได้ว่า ณ ขณะนี้  เป็นช่วงเวลา  นับถอยหลังที่ " ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์"  จะเสนอขายหุ้น  IPO    หลังจากสำนักงานก.ล.ต.อนุมัติแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์เรียบร้อยแล้ว

 

 

และจากปัจจัยพื้นฐานที่โดดเด่น บวกกับประสบการณ์การดำเนินธุรกิจมากว่า 20 ปี ในการเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์เศรษฐกิจและผู้นำในอุตสาหกรรมสัตว์น้ำของคนไทย โดยใช้นวัตกรรมความเชี่ยวชาญมาต่อยอดสร้างความเข้มแข็งและการเติบโตให้แก่ธุรกิจ  จึงเชื่อมั่นได้ว่า  " ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์"    จะได้รับการตอบที่ดีจากนักลงทุนอย่างคับคั่ง 

 

ทั้งนี้ " ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์"  มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง รวมกันเป็นจำนวนไม่น้อยกว่าอัตราร้อยละ 50.0 ของกำไรสุทธิตามงบการเงินรวม หลังจากการหักทุนสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามข้อบังคับของบริษัทฯ และตามกฎหมายแล้ว โดยจำนวนเงินปันผลที่จ่ายจะต้องไม่เกินกว่ากำไรสะสมของงบการเงินเฉพาะกิจการ

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

HotNews: BGRIM ปักธงรายได้ปี 65 โต 8-10%

BGRIM วางเป้ารายได้ปี 65 เติบโต 8-10% จากปี64 เดินหน้าขยายพอร์ตพลังงานทดแทนดันกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น10,000 เม..

"ตลาดหลักทรัพย์ฯ สนุนอุปกรณ์จำเป็นช่วยผู้ป่วย COVID-19 แก่ศูนย์พักคอย วัดสะพาน คลองเตย"

"ตลาดหลักทรัพย์ฯ สนุนอุปกรณ์จำเป็นช่วยผู้ป่วย COVID-19 แก่ศูนย์พักคอย วัดสะพาน คลองเตย"

คุ้มดีคุ้มร้าย By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ มองตลาดหุ้น แบบคุ้มดีคุ้มร้าย ด้วยทั่วโลก ยังคงจับตาการระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้