Today’s NEWS FEED

เวทีความคิด

ตลาดธุรกิจการศึกษา ผู้ปกครองใช้จ่ายคึกคัก แม้ส่วนใหญ่กังวลเกี่ยวกับสภาพคล่องทางการเงิน

3,764

ในช่วงก่อนเปิดเทอมใหญ่เดือนพฤษภาคมของทุกปี เป็นช่วงที่ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาทำการตลาดกระตุ้นการใช้จ่ายจากผู้ปกครองอย่างคึกคัก ทั้งผู้ให้บริการด้านการศึกษา อย่างโรงเรียนเอกชน โรงเรียนกวดวิชา และสถาบันเสริมทักษะต่างๆ รวมถึงผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าด้านการศึกษา เช่น ชุดนักเรียน หนังสือ อุปกรณ์การเรียน เป็นต้น ส่งผลให้เกิดเม็ดเงินใช้จ่ายจากผู้ปกครองสะพัดสู่ธุรกิจต่างๆ ตามมา

สำหรับในช่วงก่อนเปิดเทอมใหญ่ปี 2561 ผู้ประกอบการธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาต่างเร่งทำการตลาด เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายจากผู้ปกครองล่วงหน้า และช่วงชิงกำลังซื้อในระยะเวลาสั้นๆ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการแต่ละกลุ่ม เผชิญโอกาสและความท้าทายที่แตกต่างกัน โดยผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าด้านการศึกษา ยังคงต้องให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในการตรึงราคาสินค้า ท่ามกลางการแบกรับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่โรงเรียนกวดวิชา และสถาบันเสริมทักษะต่างๆ ยังได้รับอานิสงส์จากค่านิยมของผู้ปกครองส่วนใหญ่ที่ต้องการเพิ่มทักษะทางด้านวิชาการ และด้านอื่นๆ สำหรับบุตรหลาน ส่งผลให้ผู้ประกอบการกลุ่มดังกล่าว ยังสามารถเร่งทำการตลาดเพื่อขยายฐานนักเรียนใหม่ๆได้

 

ผลโพลล์ชี้ แม้ผู้ปกครองส่วนใหญ่กังวลเกี่ยวกับสภาพคล่องในช่วงเปิดเทอมใหญ่ปี 2561
แต่ส่วนใหญ่ยังไม่ปรับลดค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของบุตรหลาน

 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สำรวจพฤติกรรมผู้ปกครองที่มีบุตรหลานที่กำลังศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษา ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในช่วงเปิดเทอมใหญ่ปี 2561 จำนวน 400 คน ครอบคลุมสาขาอาชีพหลัก และระดับรายได้ ระหว่างวันที่ 9-20 เมษายน 2561 โดยผลสำรวจที่สำคัญมีดังนี้

       ⦁ ผู้ปกครองส่วนใหญ่กังวลเกี่ยวกับสภาพคล่องทางการเงินในช่วงเปิดเทอมใหญ่ปี 2561...ปรับตัวด้วยการลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิตประจำวัน ควบคู่หารายได้เสริมเพิ่ม

ผลสำรวจพบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 36 ไม่กังวลเกี่ยวกับสภาพคล่องทางการเงินในช่วงเปิดเทอมใหญ่ปี 2561 ในจำนวนนี้ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มีรายได้ครัวเรือนมากกว่า 60,000 บาทต่อเดือน และเป็นกลุ่มที่มีบุตรหลานศึกษาในสถาบันการศึกษารัฐบาล

สำหรับกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ร้อยละ 64 มีความกังวลเกี่ยวกับสภาพคล่องทางการเงินในช่วงเปิดเทอมใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน รวมถึงภาระหนี้สิน เพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม กลุ่มตัวอย่างยังมีความสามารถในการบริหารจัดการสภาพคล่องได้ โดยส่วนใหญ่ร้อยละ 62 ปรับตัวด้วยการลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิตประจำวัน รองลงมา ร้อยละ 33 หารายได้เสริมเพิ่ม และร้อยละ 29 ซื้อสินค้าด้านการศึกษา อย่างชุดนักเรียน หนังสือ และอุปกรณ์การเรียน ราคาประหยัด

⦁ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ยังไม่ปรับลดค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของบุตรหลาน
ในช่วงเปิดเทอมใหญ่ปี 2561 นี้ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ยังไม่ปรับลดค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของบุตรหลาน โดยค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของบุตรหลานส่วนใหญ่คงที่ เมื่อเทียบกับในช่วงเปิดเทอมใหญ่ปีที่แล้ว ยกเว้นค่าชุดนักเรียน ที่ส่วนใหญ่ระบุว่ามีค่าใช้จ่ายลดลง และค่าเรียนเสริมทักษะ เช่น ภาษาต่างประเทศ ดนตรี กีฬา คอมพิวเตอร์ เป็นต้น ที่ส่วนใหญ่ระบุว่ามีค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น

สำหรับแหล่งที่มาของงบประมาณเพื่อใช้จ่ายด้านการศึกษาของบุตรหลานของกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ร้อยละ 92 เป็นเงินออม รองลงมา ร้อยละ 60 ยืมญาติหรือเพื่อน


ที่มา : โพลล์ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

⦁ ผู้ปกครองเลือกสถาบันการศึกษาที่มีความเข้มข้นทางวิชาการและหลักสูตร ควบคู่ไปกับเพิ่มพูนทักษะต่างๆ สำหรับบุตรหลาน

ปัจจัยที่กลุ่มตัวอย่างให้ความสำคัญในการเลือกสถาบันการศึกษาสำหรับบุตรหลานสามลำดับแรก ได้แก่ ความเข้มข้นทางวิชาการและหลักสูตร ชื่อเสียงของโรงเรียน และการเดินทางที่สะดวก ตามลำดับ ทั้งนี้ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ร้อยละ 59 มองว่า การพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ จะมีผลกระทบต่อความต้องการแรงงานในอนาคต โดยส่วนใหญ่ร้อยละ 66 ได้เตรียมความพร้อมสำหรับบุตรหลานเพื่อเข้าสู่ตลาดแรงงานในยุคที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ อย่างรุดหน้า ทั้งการฝึกทักษะสำหรับบุตรหลานด้วยตนเอง และการให้บุตรหลานเรียนสถาบันเสริมทักษะเพื่อเพิ่มพูนทักษะต่างๆ

ที่มา : โพลล์ศูนย์วิจัยกสิกรไทย


สำหรับผลสำรวจด้านการใช้สื่อการเรียนการสอนสมัยใหม่ พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ร้อยละ 71 ยังไม่ได้มีการนำสื่อการเรียนการสอนสมัยใหม่ เช่น e-Learning สื่อมัลติมีเดีย สื่อออนไลน์ เป็นต้น มาใช้ช่วยพัฒนาทักษะต่างๆ สำหรับบุตรหลาน โดยส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่า ได้เรียนพิเศษเพิ่มเติมเพียงพอแล้ว และไม่มั่นใจการใช้งานสื่อออนไลน์ เช่น ความถูกต้องของเนื้อหา ความปลอดภัยของข้อมูล เป็นต้น

จากผลสำรวจข้างต้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง เป็นต้น รวมถึงภาระหนี้สินที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ผู้ปกครองกลุ่มที่มีรายได้ครัวเรือนอยู่ในระดับไม่สูงมากนักส่วนใหญ่มีความกังวลเกี่ยวกับสภาพคล่องทางการเงินในช่วงเปิดเทอมใหญ่ปี 2561 อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของบุตรหลานเป็นค่าใช้จ่ายสำคัญที่สามารถวางแผนหรือคาดการณ์ได้ล่วงหน้า ส่งผลให้ผู้ปกครองส่วนใหญ่มีการปรับตัวล่วงหน้า รวมถึงเตรียมความพร้อมในรูปแบบการออมเงิน

ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายกลุ่มค่าเรียนเสริมทักษะเพิ่มสูงขึ้น เมื่อเทียบกับในช่วงเปิดเทอมใหญ่ปีที่แล้ว สวนทางกับค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ส่วนใหญ่ทรงตัว สะท้อนว่า ผู้ปกครองหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะด้านอื่นๆ ของบุตรหลานมากขึ้น เช่น ภาษาต่างประเทศ คอมพิวเตอร์ จินตคณิต ดนตรี กีฬา ศิลปะ เป็นต้น นอกเหนือจากทักษะด้านวิชาการ โดยการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ อย่างรุดหน้า ที่น่าจะส่งผลกระทบต่อความต้องการแรงงานในอนาคต รวมถึงความต้องการแรงงานที่มีทักษะหลากหลาย หรือมีทักษะใหม่ๆ เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ผู้ปกครองให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะอื่นๆ สำหรับบุตรหลานเพิ่มเติม นอกเหนือจากทักษะทางด้านวิชาการ

 

คาดเปิดเทอมใหญ่ปี’ 61 ผู้ปกครองในกรุงเทพฯ ใช้จ่ายเม็ดเงินสะพัด 27,500 ล้านบาท
ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาเร่งทำการตลาด กระตุ้นการใช้จ่ายจากผู้ปกครอง

 

จากผลสำรวจข้างต้น ที่พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความกังวลเกี่ยวกับสภาพคล่องทางการเงิน สะท้อนถึงมุมมองการใช้จ่ายด้านการศึกษาสำหรับบุตรหลานในช่วงเปิดเทอมใหญ่ปี 2561 ของผู้ปกครอง ที่มีความระมัดระวังมากขึ้น ประกอบกับค่าเทอม และสินค้าด้านการศึกษา เช่น ชุดนักเรียน หนังสือ อุปกรณ์การเรียน เป็นต้น ยังไม่มีการปรับราคาสูงขึ้น อีกทั้งจำนวนนักเรียนในระบบการศึกษาในปีการศึกษา 2561 น่าจะยังคงทรงตัว เมื่อเทียบกับในปีการศึกษา 2560 ส่งผลให้การใช้จ่ายด้านการศึกษาสำหรับบุตรหลานในช่วงเปิดเทอมใหญ่ปี 2561 นี้ อาจไม่คึกคักเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

⦁ คาดเปิดเทอมใหญ่ปี’ 61 ผู้ปกครองในกรุงเทพฯ ใช้จ่ายเม็ดเงินสะพัด 27,500 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 1.9


ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ในช่วงเปิดเทอมใหญ่ปี 2561 ผู้ปกครองในกรุงเทพฯ และปริมณฑล น่าจะใช้จ่ายด้านการศึกษาสำหรับบุตรหลานคิดเป็นเม็ดเงินสะพัด 27,500 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 1.9 เมื่อเทียบกับในช่วงเปิดเทอมใหญ่ปีที่แล้ว ในจำนวนนี้ แบ่งเป็นค่าเทอม 13,200 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากค่าเทอม (เช่น ค่าบำรุงการศึกษา) 4,600 ล้านบาท ค่ากิจกรรมพิเศษในโรงเรียน 4,300 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายอื่นๆ (เช่น ค่าชุดนักเรียน หนังสือ และอุปกรณ์การเรียน ค่าเรียนกวดวิชา ค่าเรียนเสริมทักษะ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ) รวมกัน 5,400 ล้านบาท

ทั้งนี้ การขยายตัวของเม็ดเงินใช้จ่ายด้านการศึกษาสำหรับบุตรหลานดังกล่าว เป็นการขยายตัวที่ชะลอตัวลงจากในปีที่ผ่านมา เนื่องจากปัจจัยต่างๆ ดังนี้

   ⦁ ค่าใช้จ่ายที่สำคัญ อย่างค่าเทอม ยังไม่มีการปรับตัวสูงขึ้น โดยโรงเรียนเอกชนทั่วไป และโรงเรียนนานาชาติส่วนใหญ่ยังไม่มีการปรับค่าเทอมขึ้นในปีการศึกษานี้

   ⦁ ผู้ปกครองส่วนใหญ่ใช้จ่ายสินค้าด้านการศึกษา เช่น
ชุดนักเรียน หนังสือ อุปกรณ์การเรียน เป็นต้น อย่างระมัดระวัง โดยผู้ปกครองมองหาสินค้าที่มีราคาไม่แพง หรือซื้อในจำนวนที่ลดลง เมื่อเทียบกับในช่วงเปิดเทอมใหญ่ปีที่แล้ว ประกอบกับผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าด้านการศึกษา ยังคงต้องให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในการตรึงราคาสินค้า

   ⦁ จำนวนนักเรียนในระบบการศึกษาในปีการศึกษา 2561 น่าจะยังคงทรงตัว เมื่อเทียบกับในปีการศึกษา 2560 โดยมีจำนวนนักเรียนตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษาทั้งประเทศโดยรวมอยู่ที่ประมาณ 10.5 ล้านคน ในจำนวนนี้ เป็นนักเรียนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ประมาณ 1.6 ล้านคน

ทั้งนี้ แม้การใช้จ่ายด้านการศึกษาสำหรับบุตรหลานในช่วงเปิดเทอมใหญ่ปี 2561 อาจไม่คึกคักเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แต่การใช้จ่ายของผู้ปกครองกลุ่มที่ไม่กังวลเกี่ยวกับสภาพคล่องทางการเงินที่มีการใช้จ่ายด้านการศึกษาสำหรับบุตรหลานเพิ่มเติม เช่น ย้ายบุตรหลานจากโรงเรียนรัฐบาลมายังโรงเรียนเอกชน เป็นต้น ประกอบกับผู้ปกครองให้ความสำคัญกับการเรียนกวดวิชา ควบคู่ไปกับการเรียนเสริมทักษะ ยังสามารถหนุนให้เม็ดเงินค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาสำหรับบุตรหลานของผู้ปกครองในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในช่วงเปิดเทอมใหญ่ปี 2561 โดยรวมยังสามารถขยายตัวเล็กน้อยเมื่อเทียบกับในช่วงเปิดเทอมใหญ่ปีที่แล้ว

⦁ ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา ทั้งผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าด้านการศึกษา โรงเรียนกวดวิชา และสถาบันเสริมทักษะต่างๆ เร่งทำการตลาด กระตุ้นการใช้จ่ายจากผู้ปกครอง

ในช่วงก่อนเปิดเทอมใหญ่ปี 2561 ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าด้านการศึกษา เช่น ชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน เป็นต้น ยังคงต้องให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในการตรึงราคาสินค้า ท่ามกลางการแบกรับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงแนวโน้มที่ผู้ปกครองปรับลดค่าใช้จ่ายสินค้าด้านการศึกษาด้วยการให้บุตรหลานยังใช้ของเดิมที่มีอยู่ หรือให้น้องใช้ของต่อจากพี่ อีกทั้งยังมองหาสินค้าราคาไม่แพง เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ส่งผลให้การแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการในช่วงก่อนเปิดเทอมใหญ่ปี 2561 เพื่อช่วงชิงกำลังซื้อในระยะเวลาสั้นๆ เป็นไปอย่างรุนแรงขึ้น โดยส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบการทำการตลาด และจัดโปรโมชั่นด้านราคา เพื่อดึงดูดเม็ดเงินใช้จ่ายจากผู้ปกครอง รวมถึงผู้ประกอบการยังขยายช่องทางการขายเพื่อเข้าถึงผู้ปกครองได้อย่างสูงสุด ทั้งหน้าร้านของตนเอง ร้านค้าปลีกขนาดเล็กและใหญ่ ไปจนถึงการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์

สำหรับโรงเรียนกวดวิชา เผชิญภาวะการแข่งขันอย่างรุนแรงในระยะที่ผ่านมาจากการเข้าสู่ตลาดของผู้ประกอบการรายใหม่ๆ และการแข่งขันจากติวเตอร์อิสระที่สอนแบบตัวต่อตัวหรือสอนเป็นกลุ่ม โดยผู้ประกอบการบางรายทยอยปิดสาขาบางสาขาลงเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการประกอบธุรกิจ อย่างไรก็ดี จากค่านิยมของผู้ปกครองส่วนใหญ่ที่ต้องการให้บุตรหลานศึกษาในโรงเรียนที่มีความเข้มข้นทางวิชาการและหลักสูตรการเรียนการสอน รวมถึงโรงเรียนที่มีชื่อเสียง น่าจะยังส่งผลให้ผู้ปกครองให้ความสำคัญกับการให้บุตรหลานเรียนกวดวิชา โดยแนวโน้มการเรียนกวดวิชาน่าจะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไป จากการเรียนการสอนที่สาขา ไปสู่การเรียนการสอนผ่านทางสื่อการเรียนการสอนสมัยใหม่ เช่น e-Learning สื่อมัลติมีเดีย สื่อออนไลน์ เป็นต้น มากขึ้น

ในส่วนของสถาบันเสริมทักษะต่างๆ เช่น ภาษาต่างประเทศ คอมพิวเตอร์ จินตคณิต ดนตรี กีฬา ศิลปะ เป็นต้น ยังได้รับอานิสงส์จากแนวโน้มที่ผู้ปกครองให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะของบุตรหลานในด้านต่างๆ โดยการแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการสถาบันเสริมทักษะต่างๆ ยังไม่รุนแรง รวมถึงยังไม่มีผู้ประกอบการรายใหญ่ครองตลาด ส่งผลให้ผู้ประกอบการยังสามารถเร่งทำการตลาดเพื่อขยายฐานนักเรียนใหม่ๆ ได้

ทั้งนี้ ในระยะต่อไป ที่การพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ เป็นไปอย่างรุดหน้า น่าจะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างตลาดแรงงาน โดยผู้ที่มีทักษะหลากหลาย หรือมีทักษะใหม่ๆ น่าจะเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน ส่งผลให้ผู้ปกครองให้ความสำคัญกับการวางแผนพัฒนาทักษะของบุตรหลานในด้านต่างๆ เช่น ทักษะการคิด วิเคราะห์ วิชาชีพ ภาษาต่างประเทศ เป็นต้น ตั้งแต่วัยเด็ก สถานการณ์ดังกล่าว สะท้อนโอกาสของธุรกิจบริการด้านการศึกษาที่จะสามารถขยายสาขา หรือให้บริการด้านการศึกษารูปแบบใหม่ๆ สอดคล้องกับภาพธุรกิจการศึกษาในประเทศไทย ที่เริ่มมีผู้ประกอบการ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เข้ามาลงทุนอย่างหลากหลาย เช่น โรงเรียนนานาชาติ โรงเรียนทางเลือก สถาบันพัฒนาศักยภาพเด็ก เป็นต้น เป็นทางเลือกสำหรับผู้ปกครอง




อยากรู้เรื่องหุ้น > ติดตามข่าวหุ้น ราคาทอง Gossip หุ้น

 

บทความล่าสุด

HotNews : TU รุกซื้อหุ้น 25.1% ใน"ธรรมชาติ ซีฟู้ด รีเทล" เจาะสินค้าแช่แข็ง-รมควัน

TU ทุ่มงบ 37 ลบ. รุกซื้อหุ้น 25.1% ใน"ธรรมชาติ ซีฟู้ด รีเทล" เจาะสินค้าแช่แข็ง-รมควัน แบรนด์ Qfresh -เพิ่มยอด...

"ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ลงนามความร่วมมือกับกลุ่มเครือข่ายธุรกิจอากาศยาน ประเทศอิตาลี"

"ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ลงนามความร่วมมือกับกลุ่มเครือข่ายธุรกิจอากาศยาน ประเทศอิตาลี"

TEAMG ปิดท้ายโรดโชว์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

TEAMG ปิดท้ายโรดโชว์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

มัลติมีเดีย

DOD ตอกย้ำความเชื่อ ก่อนเข้าเทรด mai

DOD ตอกย้ำความเชื่อ ก่อนเข้าเทรด mai โดย ศุภมาส อิศรภักดี ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้