สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(3 พฤศจิกายน 2569)-----------------วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด จังหวัดอุดรธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569” อย่างเป็นทางการ โดยมีคณะรัฐมนตรี คณะทูตานุทูต ผู้แทนจากประเทศและองค์กรนานาชาติ ผู้แทนสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) ตลอดจนผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมพิธีอย่างคับคั่ง ขณะที่บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก สะท้อนถึงความสนใจและกระแสตอบรับที่ดีต่อการจัดมหกรรมพืชสวนระดับนานาชาติครั้งสำคัญของประเทศไทย
พิธีเปิดเริ่มต้นด้วยการแสดงศิลปวัฒนธรรมชุดพิเศษ ก่อนเข้าสู่พิธีการ โดย นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวต้อนรับในนามจังหวัดอุดรธานี ตามด้วย นายเลโอนาร์โด กาปิตานิโอ (Mr. Leonardo Capitanio) ประธานสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) กล่าวแสดงความยินดีในโอกาสที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับนานาชาติ และ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์และความเป็นมาของการจัดงาน
จากนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดงานและประกอบพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางการแสดงแสง สี เสียง และสื่อประกอบพิธีเปิดที่สร้างความตื่นตาตื่นใจ ก่อนร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับคณะรัฐมนตรี คณะทูตานุทูต ผู้แทนสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ และท่านผู้มีเกียรติ จากนั้นนายกรัฐมนตรีพร้อมคณะผู้บริหารได้เยี่ยมชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ โดยการเฉลิมฉลองปิดท้ายด้วยการแสดงแสง สี เสียง ประกอบโดรนสุดตระการตา สร้างความประทับใจแก่ผู้ร่วมงาน และนับเป็นการเริ่มต้นมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ.2569 อย่างเป็นทางการ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดงาน “มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569” ถือเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับบทบาทของประเทศไทยบนเวทีโลก และสะท้อนศักยภาพด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ภูมิปัญญาการเกษตร และทรัพยากรธรรมชาติอันทรงคุณค่า รัฐบาลมุ่งหวังให้มหกรรมแห่งนี้เป็นมากกว่าการจัดแสดงพืชสวน แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความร่วมมือและโอกาสใหม่ ๆ ที่นำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างสมดุล ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงการต่อยอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อวางรากฐานการเติบโตที่มั่นคงและส่งต่อคุณค่าให้แก่ประเทศและคนรุ่นต่อไป
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การที่ประเทศไทยได้รับสิทธิเป็นเจ้าภาพจัดงาน ‘มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569’ นับเป็นโอกาสสำคัญในการแสดงศักยภาพด้านพืชสวนและการเกษตร เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่สายตานานาชาติ ภายใต้แนวคิด ‘ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต: สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน’ ซึ่งมุ่งนำเสนอความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ผ่านความงดงามของพืชพรรณและสวนนานาชาติ ควบคู่กับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ นอกจากนี้ การจัดงานยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว สร้างงาน สร้างรายได้ และเปิดโอกาสให้เกษตรกร ผู้ประกอบการ และชุมชนในพื้นที่มีส่วนร่วม พร้อมวางแนวทางพัฒนาพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแดให้เป็นพื้นที่สีเขียว แหล่งเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวที่สร้างประโยชน์แก่ประชาชนในระยะยาว ทั้งนี้ ความสำเร็จของการจัดงานเกิดจากความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรระหว่างประเทศ และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนที่ร่วมกันผลักดันให้มหกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
นายเลโอนาร์โด กาปิตานิโอ (Leonardo Capitanio) ประธานสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) กล่าวว่า ในนามของ AIPH ขอแสดงความยินดีกับรัฐบาลไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมวิชาการเกษตร จังหวัดอุดรธานี และทุกภาคส่วนที่ร่วมกันผลักดันให้การจัดงาน ‘มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569’ เกิดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ สะท้อนถึงวิสัยทัศน์และความร่วมมืออันเข้มแข็งของประเทศไทยในการส่งเสริมอุตสาหกรรมพืชสวนระดับนานาชาติ ภายใต้แนวคิด ‘ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต: สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน’ ซึ่งสอดคล้องกับความท้าทายของโลกด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ โดยมหกรรมครั้งนี้ไม่เพียงนำเสนอความงดงามของพืชพรรณจากทั่วโลก แต่ยังเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นวัตกรรม และวัฒนธรรม เสริมสร้างมิตรภาพและความร่วมมือระหว่างประเทศ AIPH หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดงานจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนตระหนักถึงคุณค่าของธรรมชาติ ส่งเสริมวิถีชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างมรดกอันทรงคุณค่าเพื่อประโยชน์ที่ยั่งยืนต่อจังหวัดอุดรธานี ประเทศไทย และประชาคมโลก
นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า จังหวัดอุดรธานีมีความยินดีและภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดงาน ‘มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569’ ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการแสดงศักยภาพของจังหวัดสู่สายตานานาชาติ ทั้งด้านพืชสวน การเกษตร การท่องเที่ยว และการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมุ่งให้มหกรรมครั้งนี้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นวัตกรรม และความร่วมมือระหว่างประเทศ ควบคู่กับการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่เกษตรกร ผู้ประกอบการ และธุรกิจชุมชน ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในระยะยาว ทั้งนี้ ความสำเร็จของการจัดงานเกิดจากความร่วมมือของรัฐบาล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนชาวอุดรธานีที่ร่วมแรงร่วมใจกันทำหน้าที่เจ้าบ้านอย่างเต็มกำลัง จังหวัดอุดรธานีพร้อมแล้วที่จะต้อนรับผู้มาเยือนจาก
ทั่วโลก และมุ่งหวังให้มหกรรมครั้งนี้สร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าชม พร้อมเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่สร้างประโยชน์อย่างยั่งยืนให้แก่จังหวัดและคนรุ่นต่อไป
ด้านนายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เผยว่า มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 เกิดขึ้นจากความร่วมมือของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมวิชาการเกษตร ในฐานะหน่วยงานหลัก ร่วมกับจังหวัดอุดรธานี สมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) และภาคีเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ เพื่อขับเคลื่อนการจัดมหกรรมพืชสวนระดับนานาชาติบนพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแดกว่า 1,030 ไร่ ภายใต้แนวคิด “ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต: สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน” (Diversity of Life: Connecting People, Water and Plants for Sustainable Living) โดยมีไฮไลต์สำคัญคือสวนนานาชาติ แบ่งเป็นสวนภายนอกอาคารและสวนภายในอาคารประเภทละ 16 สวน รวม 32 สวน ตลอดจน สวนองค์กรจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนชั้นนำของไทยอีก 16 สวน ซึ่งร่วมถ่ายทอดความงดงามของพืชพรรณ ศิลปะการจัดสวน และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมจากหลากหลายประเทศ เปิดประสบการณ์ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสความหลากหลายของพืชสวนจากทั่วโลกภายในงานเดียว คาดกระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 2 หมื่นล้านบาท
พื้นที่จัดแสดงแบ่งออกเป็น 6 โซนสำคัญ ได้แก่ 1. โซนทางเข้าและจุดจำหน่ายบัตร ให้บริการจำหน่ายบัตร ข้อมูล และอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าชม 2. โซนสวนจัดแสดงและอาคารหลัก นำเสนอความงดงามและความหลากหลายของพรรณไม้ พร้อมอาคารสำคัญ เช่น เรือนอีสาน ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของท้องถิ่น 3. โซนสวนนานาชาติ จัดแสดงสวนจากประเทศและองค์กรนานาชาติ 4. โซนนิทรรศการภายในอาคาร ประกอบด้วย อาคารเรือนกระจก สำหรับจัดแสดงนิทรรศการวิชาการหมุนเวียนและการประกวดพืชพรรณ อาคารอำนวยการ สำหรับจัดแสดงสวนนานาชาติภายในอาคาร โรงเรือนไม้ในร่ม ที่จัดแสดงไม้ประดับและกล้วยไม้ และ โรงเรือนจัดแสดงสวนพืชทะเลทราย ที่จัดแสดงพืชตระกูลแคคตัส 5. โซนนิทรรศการวิชาการภายนอกอาคาร อาทิ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ นิทรรศการไม้ผลและเทคโนโลยีการเกษตร นิทรรศการไม้ดอกไม้ประดับ สวนกล้วยไม้ สวนบัว และนิทรรศการสวนคาร์บอนเครดิต และ 6. โซนสวนพรรณไม้ประจำจังหวัด สวนไผ่ และเรือนเพาะชำ ถ่ายทอดความหลากหลายของพรรณไม้และองค์ความรู้ด้านการเพาะขยายพันธุ์พืช ให้ผู้เข้าชมได้เพลิดเพลินกับความงดงามของธรรมชาติ ควบคู่กับการเรียนรู้ด้านการเกษตร นวัตกรรม และสิ่งแวดล้อมตลอดเส้นทางการเยี่ยมชม
หนึ่งในไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด คือสวนจัดแสดงพรรณไม้กว่า 50 สวน ที่รวบรวมพรรณไม้เด่นและพรรณไม้หายากจากทั่วโลกจำนวนหลายหมื่นต้น อาทิ สวนนุ่นยักษ์จากทวีปอเมริกาใต้ สวนอินทผลัมยักษ์ สวนเบาบับด่าง สวนมะกอกโอลีฟ สวนสนใบพาย ต้นกระบก ตาลโตนด ต้นรวงผึ้ง ราชพฤกษ์ ยี่เข่ง ตาลฟ้า และไม้ดัดรูปทรงแปลกตาจากประเทศจีน ซึ่งบางต้นมีมูลค่าสูงถึงหลักแสนบาท พร้อมสร้างสีสันด้วย ไม้ดอกไม้ประดับหมุนเวียนรวมกว่า 1 ล้านต้น ตลอดระยะเวลาการจัดงาน ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสความงดงามของพืชพรรณที่หลากหลายในแต่ละช่วงเวลา นอกจากนี้ยังมี นิทรรศการ 16 นิทรรศการ แบ่งเป็น นิทรรศการหมุนเวียนภายในอาคาร 8 นิทรรศการ และนิทรรศการภายนอกอาคาร 8 นิทรรศการ พร้อม การประกวดพืชพรรณ 7 ประเภท และกิจกรรมประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านพืชสวน เทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ และนวัตกรรมสีเขียว
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่สร้างความโดดเด่นให้กับมหกรรมครั้งนี้ คือ สถาปัตยกรรมที่ผสานอัตลักษณ์อุดรธานีและภูมิปัญญาอีสานเข้ากับธรรมชาติ ผ่านการออกแบบที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ได้แก่ 1. อาคารประชาสัมพันธ์ หรือ “อาคารรูปไห” ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียงและ “ข้อง” ภาชนะสานด้วยไม้ไผ่สำหรับใส่ปลา 2. อาคารเฉลิมพระเกียรติ ผสานแนวคิดจากวัดป่าภูก้อนและดอกบัว ภายในประดิษฐานพระศรีอริยเมตไตรย “พระพุทธภัทรบรมสุข” พร้อมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “ผลพระคุณ ธ รักษา” และนิทรรศการ “134 ปีแห่งเรื่องราว สู่เมืองอุดรธานีวันนี้” 3. อาคารอำนวยการ หรือ “อาคารรูปไซ” ได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องมือจับปลาพื้นบ้าน 4. อาคารเรือนกระจก ได้รับแรงบันดาลใจจาก “เฮือนแฝด” ผสานการออกแบบร่วมสมัย เน้นความโปร่งโล่งและการถ่ายเทอากาศ และ 5. หมู่บ้านอีสาน ถ่ายทอดวิถีชีวิตและความผูกพันของครอบครัวชาวอีสาน ผ่านการจำลองเรือนพื้นถิ่นดั้งเดิมรูปแบบต่าง ๆ ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสเสน่ห์ทางวัฒนธรรมของภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างใกล้ชิด
นอกจากความงดงามของสวนและพรรณไม้แล้ว ภายในงานยังมีกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสทรงครองราชย์ครบ 10 ปี และ กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 6 รอบ พร้อมจัดแสดงพระราชกรณียกิจ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และโครงการส่วนพระองค์ที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร อีกทั้งยังเตรียมสร้างสีสันตลอดการจัดงานด้วย การแสดงศิลปวัฒนธรรมกว่า 200 รายการ ตลอด 134 วัน ณ “ลานตุ้มโฮม” รวมถึงกิจกรรมเฉลิมฉลองเทศกาลและวันสำคัญต่าง ๆ พร้อมชวนเลือกซื้อสินค้าและลิ้มรสอาหารท้องถิ่นจาก “ตลาดชุมชนริมน้ำ” ที่รวบรวมร้านค้าท้องถิ่น 50 ร้าน หมุนเวียนจำหน่ายอาหาร สินค้าเกษตร และผลิตภัณฑ์ชุมชน ภายใต้แนวคิดตลาดรักษ์โลกที่มุ่งลดการใช้พลาสติกและส่งเสริมการคัดแยกขยะ
เพื่อกระจายรายได้และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนในพื้นที่
ขณะเดียวกัน การจัดงานยังให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ควบคู่กับการบริหารจัดการทรัพยากรและขยะอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตามแนวทางมาตรฐาน ISO 20121 และ ESG พร้อมการประกาศความเป็นกลางทางคาร์บอนด้วยตนเอง (Carbon Neutral Self-Declaration) ตลอดจนการจัดประชุมวิชาการนานาชาติ Green City Conference เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางการพัฒนาเมืองสีเขียวอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังมีแผนต่อยอดพื้นที่ภายหลังสิ้นสุดการจัดงานให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพืชสวน ศูนย์อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ พื้นที่ศึกษาระบบนิเวศ และสวนสาธารณะ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและชุมชนในระยะยาว สะท้อนเป้าหมายการจัดมหกรรมที่ไม่ได้มุ่งเพียงสร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าชม แต่ยังมุ่งสร้างคุณค่าและวางรากฐานการพัฒนาพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สืบต่อไปในอนาคต
ขอเชิญประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมเปิดประสบการณ์ชมความงดงามของพืชพรรณจากทั่วโลก สัมผัสสวนนานาชาติ พรรณไม้หายาก นวัตกรรมการเกษตร และเสน่ห์ศิลปวัฒนธรรมอีสาน ในงาน “มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569” ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 – 14 มีนาคม 2570 รวม 134 วัน เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00–20.00 น. ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด จังหวัดอุดรธานี บัตรเข้าชมสำหรับบุคคลทั่วไปราคา 199 บาท ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จำหน่ายผ่านเคาน์เตอร์ All Ticket ที่ร้าน 7-Eleven ทั่วประเทศ เว็บไซต์ https://www.allticket.com/event/UdonExpo2026 และจุดจำหน่ายบัตรหน้างาน นอกจากนี้ ยังมีบัตรเข้าชมประเภทอื่น ๆ ได้แก่ บัตรเจ้าบ้านอุดรธานี บัตรเครือสบายดี บัตรแบบกลุ่ม และสิทธิ์เข้าชมฟรีสำหรับเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้มีสิทธิ์ตามเงื่อนไขที่กำหนด