ภาวะตลาด: SET Index วันที่ 22 ต.ค.26 ปรับขึ้น +6.58 จุด ปิดที่ 1562.67 มูลค่าซื้อขาย 6.7 หมื่นลบ. โดยนักลงทุนต่างชาติและสถาบันซื้อสุทธิ +3.5 พันลบ. และ +2.4 พันลบ. ตามลำดับ ด้านพอร์ตบล.ขายสุทธิ -198 ลบ. และรายย่อยขายสุทธิ -5.4 พันลบ. หุ้นที่หนุนดัชนี ได้แก่ AOT, PTT, PTTEP, SCB, PTTGC, KBANK, SCC เป็นต้น ขณะที่ หุ้นกลุ่มอิเลคทรอนิกส์ยังกดตลาด ทั้ง DELTA, CCET, HANA และ KCE
ปัจจัยต่างประเทศ
-ภูมิรัฐศาสตร์ : โฆษกเครมลินเผย รัสเซีย-สหรัฐ-ยูเครน เตรียมหารือไตรภาคีที่ UAE กลางเดือนพ.ย.26 ส่วนความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ-อิหร่านยังไม่คลี่คลาย แม้ว่าใกล้เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐวันที่ 3 พ.ย.นี้แล้วก็ตาม
-สหรัฐ: ม.มิชิแกนเผย ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐต.ค. ร่วงเกือบต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 48.0 แต่สูงกว่าที่ตลาดประเมินไว้ ส่วนดัชนี PMI ภาคผลิตขั้นต้น (S&P Global) ต.ค.26 เพิ่มเล็กน้อยเป็น 56.0 ภาคบริการชะลอสู่ 57.9...ดัชนีที่สูงกว่า 50 บ่งชี้ว่าภาคการผลิตและบริการยังขยายตัว
- สหรัฐ: ประชุมเฟด 27-28 ต.ค.นี้ นักลงทุนให้นน. 90% ที่เฟดจะคงดบ.ไว้ที่ 3.75-4.00% แต่ ให้ นน. 68.9% ว่าจะปรับขึ้นดบ. 0.25% เดือนธ.ค.26 ทั้งนี้ เฟดจะแถลงมติดอกเบี้ยในที่ 28 ต.ค., ECB จะประกาศอัตราดอกเบี้ยในวันที่ 29 ต.ค. และ BOJ จะแถลงมติการประชุมในวันที่ 30 ต.ค.
-ตลาดหุ้นสหรัฐร่วง จากการเทขายหุ้นที่เกี่ยวกับ AI และความไม่แน่นอนทิศทางดอกเบี้ย ซึ่งเฟดจะประชุม 27-28 ต.ค.2026 นอกจากนั้นจับตารายงานผลประกอบการ 3Q26 ด้วย สัญญาทองคำส่งมอบธ.ค.26 ร่วง -52.50 US$ มาที่ 4,007.90 US$/ออนซ์ เพราะวิตกเงินเฟ้อที่ปรับขึ้นจะหนุนให้เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วและหลายครั้งกว่าที่เคยคาดไว้ ด้านสัญญาน้ำมันดิบ WTI & BRENT พุ่งขึ้นกว่า 3% ปิดที่ 103.3-116.7 US$/bbl กังวลกลุ่มฮูตีที่หนุนโดยอิหร่านโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน และสถานที่สำคัญของซาอุดิอาระเบียหลายแห่ง
- ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ 101.7 เงินบาทอ่อนเป็น 33.7 บาท/US$ ด้าน US bond yield 10 ถอยมาที่ 4.98% (สูงสุด 5.36%) ดัชนีราคาถ่านหิน (NCF) ขึ้นมาที่ 155 จุด (หลังลงไปต่ำสุด 141.30) ดัชนีค่าระวางเรือเทกอง (BDI)อ่อนเป็น 2,660 จุด (สูงสุด 3,628 จุด)
ปัจจัยในประเทศ & ข่าวหุ้นเด่น
- ไทย: คาดกนง.จะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% แม้ว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในช่วงเดือนต.ค.-ธ.ค.26 เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังต้องการแรงกระตุ้นมากในภาวะน้ำมันแพง เงินเฟ้อสูง หนี้ครัวเรือนสูง กำลังซื้ออ่อนแอ (มาก) ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และเสี่ยงจาก Super El Nino…ผลคือ อาจมีเงินทุนไหลออกจาก Gap ระหว่างดอกเบี้ยสหรัฐ-ไทยที่สูงขึ้น เงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าลงได้อีก
-ไทย: นายเอกนิติ รองนายกฯ & รมว.คลังและรมว.พลังงาน เห็นพ้องในการปรับลดภาษีสรรพสามิตเชื้อเพลิงชีวภาพ เช่น แก๊สโซฮอล์ E20 และ ไบโอดีเซล B20 เพื่อสนับสนุนเกษตรกรชาวไร่อ้อย มันสำปะหลังปาล์มน้ำมัน โดยจะลดภาษีสรรพสามิตเท่าไหร่นั้น ต้องหารือกับกรมสรรพสามิตก่อน
- การเมืองไทย: ติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 18 รัฐมนตรี...จากกระแสข่าวมองว่าการอภิปรายฯอาจจะสั่นคลอนรัฐบาลมากกว่าที่เคยคาดไว้
กลยุทธ์ : เลือกสะสมหุ้นดี เมื่อราคาอ่อนตัว ภาพเทคนิคหลักเป็นลบ ทั้งนี้ตลาดหุ้นยังมีหลายปัจจัยกดดัน ทั้งน้ำมันแพง เงินเฟ้อ ศก.ฟื้นช้าและไม่ทั่วถึง กังวลสงคราม แรงขายหุ้นเทคฯ ผลประกอบการปี 27 จะหดตัวจากฐานสูงในปี 26 ขณะที่ SET P/E ไม่ได้ถูกนัก กลยุทธ์หลักยังเป็นการเลือกซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว ให้แนวรับ SET ไว้ที่ 1550-1545 1530 (เป็นแนวรับ & ฟิวเตอร์ที่ไม่ควรหลุด), 1500 หรือต่ำกว่า แนวต้านอยู่ที่ 1570, 1580, 1590, 1610, 1620-1630
หุ้นพื้นฐานแนะนำวันนี้: AOT (ราคาปิด 58.25 บาท) คาด AOTGA (AOT ถือหุ้น 49%) จะสร้างกำไรเพิ่มให้กับ AOT ประมาณ 2-4% ขณะที่ผลประกอบการ 4Q26 (สิ้นสุดก.ย.26) และปี 27F (สิ้นสุดก.ย.27) จะเติบโตแข็งแกร่ง หลังรับรู้รายได้ค่า PSC ผู้โดยสารขาออกที่เพิ่มขึ้นเป็น 1,120 บาท (จาก 730 บาท) เต็มไตรมาส 4 และเต็มปี 27Fซึ่งรายได้ส่วนนี้แทบไม่มีค่าใช้จ่าย แนะนำซื้อให้ราคาเป้าหมายทางพื้นฐานเท่ากับ 72 บาท
นักวิเคราะห์&กลยุทธ์: อาภาภรณ์ แสวงพรรค : arparporns@dbs.com : Tel 02 587 7829