สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(22 ตุลาคม 2569)---------สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท
• เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 3 เดือนที่ 33.73 บาทต่อดอลลาร์ฯ
เงินบาทกลับมาอ่อนค่าลง หลังเงินบาทไม่สามารถแข็งค่าผ่านแนว 33.40 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงต้นสัปดาห์ ประกอบกับเงินเยนและสกุลเงินอื่น ๆ ในเอเชียทยอยอ่อนค่าลงท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับสูงขึ้น นอกจากนี้ เงินบาทยังอ่อนค่าลงตามแรงขายในตลาดทองคำโลกด้วยเช่นกัน [ราคาน้ำมันดิบ BRENT ส่งมอบเดือนธ.ค. ทำสถิติสูงสุดในรอบ 5 เดือนเข้าใกล้ 112 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคา Spot ทองคำ ร่วงลงหลุด 4100 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์]
ในอีกด้านหนึ่ง เงินดอลลาร์ฯ มีแรงหนุนจากการคาดการณ์เกี่ยวกับแนวโน้มการคุมเข้มนโยบายการเงินของสหรัฐฯ โดยแม้ตลาดคาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุม FOMC วันที่ 27-28 ต.ค. นี้ แต่ยังประเมินว่ามีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค. 2569
• ในวันพฤหัสบดีที่ 22 ต.ค. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 33.72 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 33.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันพฤหัสบดีก่อนหน้า (15 ต.ค.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างสัปดาห์ 19-22 ต.ค. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 3,014 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Inflows เข้าตลาดพันธบัตรไทย 9,804 ล้านบาท (ซื้อสุทธิพันธบัตร 9,805 ล้านบาท หักตราสารหนี้หมดอายุ 1 ล้านบาท)
• สัปดาห์ระหว่างวันที่ 26-30 ต.ค. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 33.30-33.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ
ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการประชุมกนง. (28 ต.ค.) ตัวเลขการส่งออกและรายงานเศรษฐกิจและการเงินเดือนก.ย. ของไทย ตลอดจนผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลายแห่ง ประกอบด้วย เฟด (27-28 ต.ค.) ECB (29 ต.ค.) และ BOJ (29-30 ต.ค.)
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ยอดขายบ้านใหม่ อัตราเงินเฟ้อ PCE/Core PCE เดือนก.ย. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนต.ค. ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/2569 (advance) รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ตัวเลขกำไรภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ย. ของจีน และตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/2569 ของยูโรโซนด้วยเช่นกัน