Today’s NEWS FEED

ตอนนี้คุณกำลังอยู่ในเว็บไซต์สำหรับทดสอบระบบ

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

88

Market Wrap-Up

  • SET วันที่ 2 ก.พ.69 ปิด -4.20 จุด อยู่ที่ 1,321.42 จุด มูลค่าการซื้อขาย 43,545 ลบ.ลบ. สถาบันขาย 2,194 ลบ.ต่างชาติขาย 297 ลบ.พอร์ตโบรกซื้อ 584 ลบ. และรายย่อยซื้อ 1,907 ลบ. NVDR ซื้อสุทธิ 2,028 ลบ. ซื้อ TRUE,PTTEP,GULF,PTT,DELTA และขาย KBANK,SCB,TCAP,HMPRO,CPF มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 1,834 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น CN03,SPALI,JMART โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Long ใน Index Futures จำนวน 5,653 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 74,237 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 5,432 ลบ

 Market View

  • DJIA +1.05%, S&P500 +0.54%, Nasdaq +0.56% ได้แรงหนุนจากกลุ่มสินค้าอุปโภค +1.58%, อุตฯ +1.26% และกลุ่มเทคโนโลนี เช่น Alphabet +1.9%, Amazon +1.5% ที่รอการรายงานงบไตรมาสที่ผ่านมาในสัปดาห์นี้ ขณะที่กลุ่มผู้ผลิตชิป เช่น SanDisk +15.4%, AMD +4% โดยกลุ่มเทคฯ เริ่มฟื้นตัว หลังวันศุกร์กังวลต่อนโยบายการเงินของว่าที่ ปธ.เฟดคนใหม่ นายเควิน วอร์ช ที่อาจจะไม่ลดดอกเบี้ยเร็วอย่างที่ตลาดคาดหวังไว้ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจวานนี้ ISM เผยดัชนี PMI ภาคการผลิตสหรัฐ ม.ค.ปรับขึ้นอยู่ที่ 52.6 & ธ.ค. 47.9 และค่ำวันนี้ติดตาม JOLTs รายงานตัวเลขเปิดรับสมัครงานสหรัฐ ธ.ค.คาด 7.21 ล.ราย แต่วันศุกร์นี้จะไม่มีรายงานตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ ม.ค. สาเหตุมาจากภาวะชัตดาวน์
  • Stoxx600 ยุโรป +1.03% ได้แรงหนุนจากกลุ่มธนาคาร +2% ทำจุดสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2551 และกลุ่มเฮลท์แคร์ +1.3% นำโดย AstraZenca +3.2% หลังย้ายจาก Nasdaq เข้ามาเทรดในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ค ขณะที่หุ้นกลุ่มทรัพยากรพื้นฐาน +0.8% เริ่มฟื้นตัวตามราคาทองค่ำ, โลหะเงิน โดยนักลงทุนรออยู่ระหว่างรอรายงานงบ บจ. Q4/68 ซึ่ง LSEG คาดกำไร -3.9% YoY ถูกกดดันภาษีศุลกากรและค่าเงินยูโรแข็งค่า ส่วนวันพฤหัสนี้รอผลการประชุม ECB & BOE คาดคงดอกเบี้ยไว้ที่ 2.0%,3.75% ตามลำดับ
  • ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ Kospi เกาหลีใต้ -5.26% หลังถูกขึ้นเซอร์กิตเบรกในช่วงบ่าย จากแรงขายหุ้น Samsung Electronics -6.3%, SK Hynix -8.7% และ Hyundai Motor -4.4% หลัง ปธน.ทรัมป์จะเสนอชื่อนายเควิน วอร์ช ดำรงตำแหน่ง ปธ.เฟดคนใหม่ ซึ่งมีแนวนโยบายสายเหยี่ยว ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้ -2.48% จากแรงขายหุ้นกลุ่มเหมือง หลังราคาทองคำ, โลหะเงิน ปรับลดลงแรง รวมถึงหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี AI ก็ปรับลดลง เช่นเดียวกับนิเกอิ -1.25% จากแรงขายกลุ่มเทค ฯ แม้ว่าจะได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มส่งออกที่ประโยชน์จากค่าเงินเยนอ่อนค่า หลังนายก ฯ ซานาเอะหนุนการอ่อนของเงินเยน โดยนักลงทุนรอผลการเลือกตั้งสภาผู้แทน ฯ ญี่ปุ่นในวันอาทิตย์นี้
  • SET -0.32% ปริมาณการซื้อขาย  3 หมื่น ลบ. ต่างชาติขาย 297 ลบ. สถาบันขาย 2,194 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 584 ลบ. และรายย่อยซื้อ 1,907 ลบ. โดยดัชนีปรับลดลงจากแรงขายกลุ่มอิเล็ก ฯ นำโดย DELTA -2.44% ส่งผลลบต่อดัชนี -4.95 จุด หลังนักลงทุนกังวลต่อนโยบายการเงินของ ปธ.เฟดคนใหม่ เควิน วอร์ช อาจจะไม่ลดดอกเบี้ยมากอย่างที่ตลาดคาดไว้ ซึ่งอาจเป็นผลลบต่อกำไรของหุ้นกลุ่ม Growth  ขณะที่กลุ่มที่ช่วยพยุงดัชนี SET คือ ไอซีที +1.9% นำโดย ADVANC ที่วันนี้จะรายงานงบ Q4/68 ซึ่ง BB. คาดกำไรที่ 1.22 หมื่น ลบ. +2%QoQ, +32%YoY และคาดกำไรปีนี้มีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง +10% YoY ส่วนกลุ่มขนส่ง & ท่องเที่ยวก็มีแรงทยอยซื้อสะสม จากคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนในช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยภาพรวมดัชนี SET ทรงตัวรอผลการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. ซึ่งนักวิเคราะห์การเมืองประเมินหากพรรคภูมิใจไทยได้คะแนนเสียงเลือกตั้งเป็นอันดับ 1 คาดจะส่งผลให้การจัดตั้งรัฐบาลเป็นอย่างรวดเร็ว และจะสามารถผ่านร่างงบประมาณรายจ่ายปี 70 ได้ทันในช่วง Q3 – Q4 นี้ ซึ่งเป็นผลบวกต่อการใช้จ่าย & การลงทุนของภาครัฐ

   Daily Strategy

  • ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,310 – 1,320 แนวต้าน 1,330 – 1,340 คาดดัชนีเช้านี้มีโอกาสฟื้นตัวตามหุ้นกลุ่มเทค ฯ ของสหรัฐ แต่ Upside อาจยังจำกัด เนื่องจากอยู่ระหว่างรอผลการเลือกตั้งในวันอาทิตย์นี้ แนะนำทยอยซื้อกลุ่ม Value Stock เช่น ADVANC,GULF,CPALL/ กลุ่มท่องเที่ยว AOT, MINT, CENTEL, ERW/ กลุ่มสินค้าอุปโภค OSP,COCOCO,MEGA/ เก็งกำไรกลุ่มอิเล็ก ฯ DELTA        
  • GULF* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 62.00 บาท)แนวโน้มกำไรสุทธิ 4Q68 ปรับตัวดีขึ้น QoQ, YoY มีแรงหนุนจากส่วนแบ่งกำไรของ ADVANC ตามรายได้ค่าบริการ ขณะที่ตัวธุรกิจโรงไฟฟ้าได้ผลบวกตามฤดูกาลจาก Windfarm BRK2 ที่เยอรมนีช่วยชดเชยกำไรจากโรงไฟฟ้า Jackson ในสหรัฐฯที่ปรับตัวลดลงจาการ shutdown รวมถึงโรงไฟฟ้า IPP และ SPP ในไทยที่เป็นช่วง low season ประกอบกับเงินบาทที่แข็งค่าทำให้มีกำไรจาก FX อีกส่วนหนึ่ง สำหรับปี 69 ทิศทางการเติบโตจะมาจากการเติบโตของธุรกิจ ICT ส่วนธุรกิจไฟฟ้ามีปัจจัยหนุนจากค่าความพร้อมจ่ายไฟฟ้าในสหรัฐฯที่สูงขึ้น รวมถึงการรับรู้รายได้เต็มปีจากโรงไฟฟ้าที่ COD มาตั้งแต่ปีก่อน ส่วนธุรกิจ Data Center คาดว่าจะพลิกเป็นบวกที่ปี 69 และมีกำไรเต็มปีในปี 70 ตาม U-rate ที่สูงขึ้น ทั้งนี้ตลาดคาดกำไรปี 69 ราว 3 หมื่นล้านบาท +7%YoY

MRDIYT* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย Bloomberg Consensus 10.28 บาท) Consensus คาดกำไรสุทธิ 4Q68 ที่ 770 ลบ.(+20%YoY, +27% QoQ) ฝั่งรายได้มีแรงหนุนทั้งจากจำนวนสาขาที่สูงขึ้นและ SSSG ที่สามารถเป็นบวกได้ผ่านสินค้าที่ “คุ้มค่า” ในสายตาผู้บริโภค ขณะที่ฝั่งต้นทุนค่าใช้จ่ายได้ประโยชน์จาก Economy of Scale รวมถึง Finance Cost ลดลงหลัง IPO ด้าน MRDIYT* เองวางเป้าสาขาในปี70 ไว้ที่ 1.5 พันสาขา(จากสิ้นปี68 ราว 1.1 พันสาขา)/ ปี69 จะเน้น 3 กลยุทธ์หลัก คือ 1.ความสะดวกในการเข้าถึงสินค้า 2.ความคุ้มค่าของราคา 3.ความหลากลายของสินค้า ทั้งนี้ ตลาดคาดกำไรสุทธิ MRDIYT* ปี68 และ69 ที่ 2,560 ลบ.(+44%YoY) และ 2,992 ลบ.(+17%YoY)

Daily Key Factors

Oil Update(-) WTI มี.ค. -$3.07 อยู่ที่ $62.14 / บาร์เรล, Brent มี.ค. -$3.02 อยู่ที่ $66.30/บาร์เรล หลังทูตพิเศษของ ปธน.ทรัมป์ และ รมว.ต่างประเทศอิหร่านจะพบกันในวันศุกร์นี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับข้อตกลงนิวเคลียร์ กอรปกับสัญญาน้ำมันดิบยังถูกกดดันจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้น

 

Gold Update(-) Comex Gold เม.ย.-$92.50 อยู่ที่ $4,652.60/ออนซ์ หลัง CME Group ประกาศเพิ่มเกณฑ์การวางเงินประกัน ซึ่งเริ่มมีผลหลังการปิดตลาดในวันจันทร์ กอปรถูกกดดันจาก Dollar Index แข็งค่า +0.67% อยู่ที่ 97.635

 

Fund Flow(+) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ซื้อสุทธิ +34.52 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขายหุ้นไทย -9.40 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ซื้อหุ้นอินโด +38.98 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และซื้อหุ้นฟิลิปปินส์ +4.94 ล.ดอลลาร์สหรัฐ

 

(0) ค่าเงินบาทเช้านี้แข็งค่าอยู่ที่ 31.45 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.274 %

(-) ดัชนี BDI ปิด -24 จุด อยู่ที่ 2,124

(+) BitCoin เช้านี้ +1.78% อยู่ที่ 78,895 ดอลลาร์สหรัฐ

(0) ผลการประชุม ธ.กลางออสเตรเลีย

 

 

 Economic Calendar

 

ในประเทศ

สัปดาห์ที่1 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค

(ก.พ.)

 

 

ต่างประเทศ

02 ก.พ.     US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต  (ม.ค.)

03 ก.พ.     US ตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่จาก JOLTS  (ธ.ค.)

04 ก.พ.     EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (ปีต่อปี) (ม.ค.)

US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการ  (ม.ค.)

                US การเปลี่ยนแปลงการจ้างงานภาคนอกภาคเกษตรกรรม(ADP)(ม.ค.)

05 ก.พ.     EU การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย

                EU การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนของธนาคารกลางแห่งยุโรป 

                US การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนของ FOMC

US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก 

06 ก.พ.     US อัตราการว่างงาน  (ม.ค.)

US รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง (ม.ค.)

 

Theme Strategy

เลือกหุ้นวงจรดอกเบี้ยโลกเป็นขาลง/ มี Earning momentum/ Seasonal 4Q68-1Q69/ หุ้น High Dividend Yield รวมถึงหุ้นที่จะได้ประโยชน์ในช่วงเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง

 

(1) กลุ่มค้าปลีก / บริโภค รับเงินสะพัดในช่วงเลือกตั้ง/ High Season/ กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เช่น CPAXT*, BJC, TNP*, KK*, MOTHER*, ICHI*, MOSHI*

 

(2) กลุ่มหุ้น High Dividend Yield ป้องกันความผันผวน เช่น อสังหาฯ, REIT และ ธนาคาร เช่น AP*,SPALI*,CPN*,CPNREIT*,DIF*, SCB, TTB*, KTB

 

(3) กลุ่มการเงิน / นอนแบงค์ ตามวงจรดอกเบี้ยขาลง เช่น SAWAD*, TIDLOR*, KTC*, NCAP*, SGC*

 

(4) กลุ่มรับเหมาก่อสร้างรับหลังเลือกตั้ง รวมถึงกลุ่มวัสดุก่อสร้างซ่อมแซม/น้ำท่วม เช่น STECON, CK, SEAFCO*, PYLON*,HMPRO*,GLOBAL*,TASCO*, TOA*

 

(5) กลุ่มท่องเที่ยว รับ High Season และ มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เช่น AOT, CENTEL*, ERW*,SHR*,AWC*, DUSIT*, MBK*

 

(6) กลุ่มไอซีที / ดิจิทัล ปราบปรามภัยไซเบอร์, การลงทุนด้าน Digital, Cyber Security, Data Center เช่น ADVANC, TRUE, DELTA*, GULF*, BGRIM*, SECURE*,NETBAY*,VCOM*

 

(7) กลุ่มปิโตรเคมี/ บรรจุภัณฑ์ คาดหวังการฟื้นตัวของ Demand ในปี69 เช่น IVL*,PTTGC*,SFLEX*

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 35% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio February 2026: PYLON*, GULF*, ERW*, PTTEP, KLINIQ

 

 

 

Analysts

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri  

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

ลงแล้วเด้ง By : นายกล้วยหอม

นายกล้วยหอม ถอดรหัสหุ้น ลงแล้วเด้ง ดีกว่าลงแล้วไปลับ ลาลับ...ภาพรวม รวมของตลาดหุ้นไทย ตอนนี้ ต้องอาศัยแรงซื้อ ....

มัลติมีเดีย

พูด คุยสบายๆ... EKH ปี 70-71 จะดีกว่าปี 69 - หุ้นอินไซด์ ทอล์ค

พูด คุยสบายๆ... EKH ปี 70-71 จะดีกว่าปี 69 - หุ้นอินไซด์ ทอล์ค

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้