Today’s NEWS FEED

ตอนนี้คุณกำลังอยู่ในเว็บไซต์สำหรับทดสอบระบบ

News Feed

บล.พาย : Pi Daily

75

Pi Daily สินทรัพย์ทั่วโลกผันผวนประเมินเป็นไปได้จากข่าวเตรียมเปลี่ยนผู้ว่าประธาน FED และเงินเฟ้อฝั่งผู้ผลิตมากกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ ระยะสั้นเพิ่มความระมัดระวังโดยเฉพาะ Leverage ทองคำผันผวนมากเป็นไปได้จาก Dollar แข็งค่าผสานกับก่อนหน้าปรับขึ้นมาแรง หุ้นสหรัฐฯ ก็เริ่มผันผวนโดยสัปดาห์นี้มีหุ้นขนาดใหญ่ทยอยรายงาน กลยุทธ์เน้น Domestic Play , Defensive มองจะ Outperform กว่า GLobal Play สาเหตุจากสัปดาห์นี้เตรียมเลือกตั้ง
 
ตลาดหุ้น Dow Jones คืนวันศุกร์ปิดลบ 179 จุด (-0.36%) นักลงทุนกังวลว่าทรัมป์เสนอชื่อประธาน FED คนใหม่จะใช้นโยบายการเงินเข้มงวด ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดลบ 0.03% เผชิญแรงทำกำไรหลังราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นก่อนหน้าจากข่าวอิหร่าน
 
คืนวันศุกร์ที่ผ่านมาเกิดความกังวลกับสินทรัพย์ทั่วโลกทั้งทองคำ หุ้นสหรัฐฯ พร้อมกับ Dollar ที่ปรับขึ้นมาแข็งค่า ประเมินสาเหตุเป็นไปได้จาก (1) สหรัฐฯ รายงานเงินเฟ้อฝั่งผู้ผลิตพบว่าขยายตัวมากกว่าที่ Bloomberg Consensus ประเมินไว้ (PPI +3%YoY สวนทางกับ Consensus คาดการณ์ที่ 2.8%YoY) หรืออีกปัจจัย (2) ทรัมป์เสนอชื่อ Kevin Warsh เป็นประธาน FED คนถัดไป ประวัติว่าที่ผู้ว่าท่านนี้เคยทำงานให้กับ Morgan Stanly และเคยเป็นคณะกรรมการของ FED ในอดีตที่ผ่านมา Warsh เคยมองว่าการใช้นโยบายการเงิน QE เป็นการบิดเบือนตลาด แต่อย่างไรก็ตามในช่วงหลังๆ มานี้ก็เริ่มมีแนวคิดเริ่มส่งสัญญาณว่าเห็นด้วยกับทรัมป์เช่นการปรับขึ้นภาษีนำเข้ารวมไปถึงหนุนการลดดอกเบี้ยของ FED ดังนั้นระยะสั้นนักลงทุนอาจเลือกขายทำกำไรก่อนบนความไม่แน่นอนของผู้ว่า FED คนใหม่ แต่ทั้งนี้เชื่อว่าสิ่งหนึ่งที่ทรัมป์ค่อนข้างส่งสัญญาณชัดเจนคืออยากให้ FED ลดดอกเบี้ยการหาผู้ว่าประธาน FED คนใหม่ก็ควรจะมีแนวทางผ่อนคลายนโยบายการเงินมากกว่าจะเข้มงวด หุ้นสหรัฐฯ ที่ปรับลงจึงมองเป็นโอกาสมากกว่าโดยเฉพาะหุ้นที่กำไรดี (META VISA) กลับมาที่ปัจจัยในประเทศพบว่าวันศุกร์ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกมารายงานภาวะเศรษฐกิจไทยประจำเดือน ธ.ค. พบว่าดีขึ้นจากเดือน พ.ย. ตามการส่งออกสินค้าที่ดีขึ้นจากกลุ่ม Tech และสินค้าเกษตร การบริโภคขยายตัวจากมาตรการภาครัฐและรถยนต์เร่งขึ้นก่อนมาตรการ EV 3.0 จะสิ้นสุดลงสอดคล้องกับการลงทุนภาคเอกชนโดยเฉพาะการลงทุนหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์มองเป็นปัจจัยบวกเล็กน้อยต่อการลงทุน (DELTA TISCO KKP) คืนนี้รอติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ประกอบไปด้วย PMI ภาคผลิตจาก ISM Bloomberg Consensus คาดการณ์ไว้ที่ 48.5 วันนี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1300 – 1340 ตลาดเริ่มเผชิญแรงกดดันเชิงจิตวิทยา (เช้านี้ Dow Jones Future แกว่งลบพร้อมกับทองคำที่ปรับลง) แรงกดดันอาจเกิดจาก 2 สาเหตุที่รายงานก่อนหน้า ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนอาจเลือก Wait & See / Take Profit บางส่วนเพื่อรอซื้อกลับในช่วงถัดไปแต่หากรับความเสี่ยงสูงระยะสั้นอาจเลือก Trading ในหุ้นกลุ่มส่งออก (ITC TU) รับเงินบาทที่อ่อนค่า กลุ่ม Defensive (BDMS BCH ADVANC) มองเป็นกลุ่มหลบภัยที่ดี กลุ่มค้าปลีก (BJC CPALL HMPRO) ศูนย์การค้า (CPN)
 
ITC (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 19.30 บาท)
ผลประกอบการงวด 4Q25 ยังคงแข็งแกร่ง แม้ว่าค่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้นมากก็ตาม โดยเราคาดกำไรสุทธิอยู่ที่ 799 ล้านบาท (+1%YoY,-2%QoQ) ขณะที่รายได้คาดที่ 4,839 ล้านบาท ขณะที่กำไรขั้นต้นยังรักษาระดับสูงกว่า 25% จาก ผลดีของนสินค้าในกลุ่ม Premium ที่ยังอยู่ในระดับสูง
 
BDMS (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 26.00 บาท)
จากข่าวบริษัทประกันมีแผนยกเลิกจำหน่ายกรมธรรม์เหมาจ่ายตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค. 2026 เป็นต้นไป คาดผลกระทบต่อกลุ่มโรงพยาบาลจำกัด โดยฉบับใหม่จะบังคับใช้ Copayment โดยไม่ต้องดูพฤติกรรมการเบิกจ่ายที่เกินความจำเป็นเช่นในฉบับหลัง 31 มี.ค. 2025 ทั้งนี้ไม่มีผลย้อนหลังต่อฉบับที่มีการจำหน่ายออกไปก่อน
 
 
 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

เดือนแห่งความรัก By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง สู่โหมดเดือนแห่งความรัก เดือนกุมภาพันธ์ สัปดาห์นี้ เข้าสู่โค้งสุดท้าย ก่อนเลือกตั้ง วันอาทิตย์...

มัลติมีเดีย

พูด คุยสบายๆ... EKH ปี 70-71 จะดีกว่าปี 69 - หุ้นอินไซด์ ทอล์ค

พูด คุยสบายๆ... EKH ปี 70-71 จะดีกว่าปี 69 - หุ้นอินไซด์ ทอล์ค

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้