Today’s NEWS FEED

ตอนนี้คุณกำลังอยู่ในเว็บไซต์สำหรับทดสอบระบบ

News Feed

คลัง เผย ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนมกราคม69 สะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาคในระยะ 6 เดือนข้างหน้าที่ขยายตัวต่อเนื่อง

87


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์( 30 มกราคม 2569)----------ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนมกราคม 2569 สะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาคในระยะ 6 เดือนข้างหน้าที่ขยายตัวต่อเนื่อง นำโดยภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีแรงสนับสนุนจากภาคบริการเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ควรติดตามความชัดเจนของความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและการค้าโลก นอกจากนี้ กระทรวงการคลังได้สำรวจพิเศษประเมินนโยบาย Quick Big Win พบว่า โครงการมหกรรมธงฟ้าเยียวยาลดค่าครองชีพฯ มาตรการช่วยดูแลราคาสินค้าเกษตร และมาตรการสนับสนุน SMEs ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและประชาชนมากที่สุด


นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลังเปิดเผย ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนมกราคม 2569 จากการประมวลผลข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจรายจังหวัดจากสำนักงานคลังจังหวัด 76 จังหวัดทั่วประเทศ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเพื่อจัดทำดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคพบว่า “ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนมกราคม 2569 สะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาคในระยะ 6 เดือนข้างหน้าที่ขยายตัวต่อเนื่อง นำโดยภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีแรงสนับสนุนจากภาคบริการเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ควรติดตามความชัดเจนของความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและการค้าโลก นอกจากนี้ กระทรวงการคลังได้สำรวจพิเศษประเมินนโยบาย Quick Big Win พบว่า โครงการมหกรรมธงฟ้าเยียวยาลดค่าครองชีพฯ มาตรการช่วยดูแลราคาสินค้าเกษตร และมาตรการสนับสนุน SMEs ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและประชาชนมากที่สุด” โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้


ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันออกอยู่ที่ระดับ 78.8 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ โดยเฉพาะในภาคบริการและภาคการลงทุน จากการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวที่มีต่อเนื่องและการดำเนินมาตรการส่งเสริมและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวจากภาครัฐและเอกชน รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมทางบกระหว่างจังหวัดในพื้นที่อุตสาหกรรมและแหล่งท่องเที่ยว ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่อยู่ที่ระดับ 83.7


ขณะเดียวกันดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ที่ระดับ 74.4 โดยมีแรงสนับสนุนหลักจากภาคบริการและภาคอุตสาหกรรม จากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ตามแนวโน้มการขยายตัวของธุรกิจไมซ์ (Meetings, Incentive Travel, Conventions และ Exhibitions: MICE) และการเดินทางเข้ามาของนักธุรกิจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดเตรียมงานมหกรรมพืชสวนโลก พ.ศ. 2569 ประกอบกับอุปสงค์สินค้าอุตสาหกรรมโดยเฉพาะอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปที่มีต่อเนื่อง


ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคเหนืออยู่ที่ระดับ 73.0 โดยมีปัจจัยบวกจากภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ ตามทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย รวมถึงความคืบหน้าของโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การยกระดับอุตสาหกรรมไปสู่การผลิตมูลค่าสูง ตลอดจนการเตรียมพร้อมรับการพัฒนาเป็นส่วนหนึ่งของระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ (Northern Economy Corridor: NEC)


สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคใต้อยู่ที่ระดับ 69.8 โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากภาคบริการและภาคอุตสาหกรรม จากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวจากภาครัฐและเอกชนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในช่วงฤดูการท่องเที่ยวของทะเลฝั่งอ่าวไทยในระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-เดือนกันยายน ประกอบกับคำสั่งซื้อสินค้าอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และคาดว่า รัฐบาลชุดใหม่จะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม ควรติดตามประเด็นความแปรปรวนของสภาพอากาศที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวและภาคเกษตร พฤติกรรมของการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีความระมัดระวังมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกดดันรายได้ภาคบริการ รวมถึงต้นทุนการผลิตที่ยังอยู่ในระดับสูง และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ การค้าโลก และสถานการณ์การเมืองภายในประเทศ


ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคกลางอยู่ที่ระดับ 67.5 โดยมีแรงสนับสนุนจากภาคเกษตร ตามการส่งออกสินค้าเกษตรที่ขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการปรับลดอัตราภาษีสินค้านำเข้าชั่วคราวในบางรายการของจีนตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป


ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมมีแนวโน้มฟื้นตัว จากมาตรการสนับสนุนของรัฐบาล และแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย แม้ยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนการผลิต ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจโดยรวม ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันตกอยู่ที่ระดับ 64.1 โดยมีแรงสนับสนุนจากภาคเกษตรและภาคการลงทุนเป็นสำคัญ ตามความต้องการสินค้าเกษตรที่เพิ่มมากขึ้น นโยบายสนับสนุนภาคเกษตรและภาคการลงทุนที่มีต่อเนื่อง และทิศทางการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในช่วงหลังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เสร็จสิ้น

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการบางส่วนรอติดตามความชัดเจนเกี่ยวกับข้อตกลงการค้ากับสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจ กทม. และปริมณฑล อยู่ที่ระดับ 62.6 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากภาคบริการและการจ้างงาน อย่างไรก็ตาม ควรติดตามนโยบายกีดกันทางการค้าจากประเทศคู้ค้าหลักโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา การแข่งขันของสินค้านำเข้าราคาถูกจากจีน และความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจโลก ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจในระยะถัดไป


สำหรับเดือนมกราคม 2569 กระทรวงการคลังได้จัดทำการสำรวจพิเศษเพื่อประเมินผลกระทบของนโยบาย Quick Big Win ที่ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ ซึ่งสะท้อนความสำเร็จตามเป้าหมาย “กระตุ้นสั้น ได้ผลยาว กระจายตัว” โดยในระยะสั้นพบว่า โครงการมหกรรมธงฟ้าเยียวยาลดค่าครองชีพ และธงฟ้าเยียวยาและกระตุ้นเศรษฐกิจชายแดน ส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนมากที่สุด เนื่องจากเป็นมาตรการที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง เห็นผลโดยตรงและรวดเร็วในการลดภาระค่าครองชีพ ช่วยเพิ่มกำลังซื้อ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในชีวิตประจำวัน รองลงมาคือ มาตรการช่วยดูแลราคาสินค้าเกษตร (ธงเขียวราคาประหยัด) และมาตรการสนับสนุน SMEs ตามลำดับ

สำหรับในระยะปานกลางถึงระยะยาว โครงการที่คาดว่าจะส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนในภูมิภาคมากที่สุด คือ มาตรการสนับสนุน SMEs โครงการมหกรรมธงฟ้าเยียวยาลดค่าครองชีพ และธงเขียวราคาประหยัด ตามลำดับ

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้