Today’s NEWS FEED

ตอนนี้คุณกำลังอยู่ในเว็บไซต์สำหรับทดสอบระบบ

News Feed

บล.เอเซีย พลัส : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

98

 

 


ทองคำ ตัวละครเอก โลกการลงทุนในช่วงนี้

HORIZON MARKET VIEW
• วานนี้ ราคาสินค้า COMMODITY ผันผวนค่อนข้างรุนแรง นำโดยทองคำปิดบวกที่5,440 เหรียญฯ (+26.0%YTD) และน้ำมันดิบ BRENT ดีดตัวขึ้นแรงแตะ 70 เหรียญฯ/บาเรล (+16.2%YTD) ท่ามกลางความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความตึงเครียดหลังอิหร่านนำโดรนสังหาร 1,000 ลำเข้าประจำการ รับมือสหรัฐโจมตี พร้อมกับประกาศเตือนซ้อมรบด้วยกระสุนจริงในช่องแคบฮอร์มุซ 1-2 ก.พ. 69 ขณะที่สหรัฐฯ มีการหารือกับอิสราเอลและซาอุฯ ก่อนตัดสินใจเกี่ยวกับอิหร่าน ทั้งนี้ BLOOMBERGประเมินผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบอาจพุ่งสูงเกิน 100 เหรียญฯ/บาเรล หากมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ
• เม็ดเงินกองทุน ETF ไหลเข้าทองคำอยางมีนัยฯ ในปี 2025 โดยมีอเมริกาเหนือเป็นผู้นำ และเอเชียรองลงมา


REGION RADAR
• กลุ่ม PAYMENT รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ออกมาแข็งแกร่งโดยทั้ง MASTERCARD และ VISA รายงานผลประกอบการออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาด แนะนำเก็งกำไร MASTERCARD (DR:MA80) เนื่องจากบริษัทมีการเติบโตที่โดดเด่นสุดในกลุ่ม
• SANDISK (SNDK US) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปีบัญชี2026 มีรายได้อยู่ที่ $3.0 พันล้าน +61% YOY ขณะที่ EPS มีกำไรอยู่ที่ $6.2 +763% YOY (สูงกว่าคาด 77%) อีกทั้งบริษัทคาดการณ์รายได้และกำไรไตรมาส 3 ปีบัญชี 2026 เติบโตเหนือความคาดหมาย

 

THAI FOCUS
• ข้อมูลจาก POLYMARKET บ่งชี้ว่า การเมืองไทยในปี 2026 อาจไม่ได้ตัดสินกันแค่ที่หีบบัตรเลือกตั้ง แต่อยู่ที่ "เกมการเจรจาหลังปิดหีบ"พรรคประชาชนอาจชนะใจคนส่วนใหญ่ แต่อำนาจบริหารอาจตกอยู่ในมือของผู้ที่กุม "ดุลอำนาจ" ได้ดีที่สุดอย่างภูมิใจไทย
• อย่างไรก็ดีนโยบายเศรษฐกิจจาก 3 พรรคใหญ่หลังเลือกตั้งเสร็จสิ้นคาดว่าจะช่วยกระตุ้น GDP ไทยในช่วง2H69 ซึ่งหนุนให้GDP ปี 2569โตเกิน 1.6% ได้ ทั้งการกระตุ้นการบริโภค, ลดภาระต้นทุน และดึงดูดการลงทุนต่างชาติ

 

SYNAPSE STRATEGY สัดส่วนทองคำใน RESERVE ของประเทศต่างๆ
• ในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นโลกเข้าสู่โหมด RISK OFF หลังดอลลาร์อ่อนค่า 2% หนุนทองคำ +9% น้ำมันขึ้นแรง +10%ขณะเดียวกันตลาดหุ้นโลก เริ่มผันผวนมากขึ้น
• แต่เม็ดเงินยังเอนเอียงมาที่ตลาด EM ส่วนไทยเองเข้าสู่ช่วงสัปดาห์สุดท้ายของการเลือกตั้ง ในอดีต SET จะขึ้นได้ราว 1.9% แนะนำหุ้นใหญ่อิงราคา COMMODITY อย่าง PTT, PTTEP, TOP, IVL หุ้นDOMESTIC อย่าง TRUE, COM7, TIDLOR

 

HORIZON MARKET VIEW
สินค้า COMMODITY ผันผวนรุนแรง
วานนี้ ราคาสินค้า COMMODITY ผันผวนค่อนข้างรุนแรง นำโดยทองคำปิดบวกที่ 5,440 เหรียญฯ(+26.0%YTD) และน้ำมันดิบ BRENT ดีดตัวขึ้นแรงแตะ 70 เหรียญฯ/บาเรล (+16.2%YTD) ท่ามกลางความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความตึงเครียด หลังอิหร่านนำโดรนสังหาร 1,000 ลำเข้าประจำการ รับมือสหรัฐโจมตีพร้อมกับประกาศเตือนซ้อมรบด้วยกระสุนจริงในช่องแคบฮอร์มุซ 1-2 ก.พ. 69 ขณะที่สหรัฐฯ มีการหารือกับอิสราเอลและซาอุฯ ก่อนตัดสินใจเกี่ยวกับอิหร่าน ทั้งนี้ BLOOMBERG ประเมินผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบอาจพุ่งสูงเกิน 100 เหรียญฯ/บาเรล หากมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ

 

ในแง่มุมของราคาทองคำ เมื่อพิจารณา DEMAND ทั่วโลกตลอดปี 2025 (รวมตลาด OTC) ทะลุระดับ 5,000 ตันเป็นครั้งแรก มีมูลค่าสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 555,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 45%YOY โดยแบ่งตามกลุ่มดังนี้
• ความต้องการทองคำเพื่อทำเครื่องประดับสุทธิ1,638 ตัน ลดลงในเชิงปริมาณ
• ความต้องการทองคำในภาคเทคโนโลยีทรงตัว แม้ภาคอิเล็กทรอนิกส์ผู้บริโภคจะเผชิญแรงกดดัน
• ทองคำแท่งและเหรียญ (BAR AND COIN) เร่งตัวขึ้น แตะระดับสูงสุดในรอบ 12 ปี
• กองทุน ETF เพิ่มการถือครองคำอย่างมีนัองสุทธิ 801 ตัน นับเป็นปีที่แข็งแกร่งที่สุดอันดับสองในประวัติศาสตร์การซื้อ
• ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำสุทธิ 863 ตัน ชะลอลงจากช่วงก่อนหน้า

 

เม็ดเงินกองทุน ETF ไหลเข้าทองคำอยางมีนัยฯ ในปี 2025 โดยมีอเมริกาเหนือเป็นผู้นำ และเอเชียรองลงมา ขณะที่ปัจจัยหนุนราคาทองคำหลักๆ ในช่วงที่ผ่านมา เป็นเพราะเม็ดเงินจากกองทุน ETF ไหลเข้ามหาศาล จนราคาทองคำ MOMENTUM ขาขึ้น รวมถึงความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ธนาคารกลางหลายแห่งพยายามเพิ่มทองคำเป็นทุนสำรองระห่างประเทศและลดการพึ่งพาดอลลาร์ (DE-DOLLARLIZATION)ท่ามกลางข้อพิพาททางการค้าทั่วโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้น ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และความผันผวนของตลาดการเงิน รวมถึงความกังวลผลกระทบต่อความเป็นอิสระของ FED และทิศทางดอกเบี้ยขาลง พร้อมกับไม่เกิดเศรษฐกิจ RECESSION (คาดว่าจะยังมีกำลังซื้อ) สำหรับแน้วโน้มการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในระยะถัดไปอาจขยับขึ้นต่อได้ หากปัจจัยหนุนในช่วงผ่านมายังคงอยู่

ด้านธนาคารและสถาบันใหญ่ ให้เป้าหมายราคาปี 2026ไว้ดังนี้ J.P. MORGAN ประมาณ $5,055/ออนซ์ (ปลายQ4 2026) / ราคามุ่งไปที่ $5,000, GOLDMAN SACHS ประมาณ $4,900/ออนซ์ (สิ้นปี 2026), DEUTSCHEBANK ประมาณ $4,450/ออนซ์ (ช่วงเฉลี่ย) แนวต้านสูงถึง $4,950/ออนซ์, MORGAN STANLEY, BANK OFAMERICA (BOFA) ประมาณ $4,500–$5,000/ออนซ์เป็นต้น

 


REGION RADAR
กลุ่ม PAYMENT รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ออกมาแข็งแกร่ง
MASTERCARD (MA US) รายงานรายได้อยู่ที่ $8.8 พันล้าน +18% YOY (สูงกว่าคาด 0.3%) ขณะที่ EPS มีกำไรอยู่ที่ $4.76 +25% YOY (สูงกว่าคาด 12%) หนุนจากยอด GROSS PAYMENT VALUE (GPV) รวมอยู่ที่ราว 2.34 ล้านล้านดอลลาร์ เติบโต 11% YOY (9% CC) สอดคล้องกับคาด GPV จากบัตรเครดิตและเดบิตอยู่ที่1.251 ล้านล้านดอลลาร์ และ 1.093 ล้านล้านดอลลาร์ เติบโต 9% และ 13% YOY ตามลำดับ จำนวนธุรกรรมการใช้จ่าย (PURCHASE TRANSACTIONS) เพิ่มขึ้น 10% YOY

 


ด้าน VISA รายงานรายได้อยู่ที่ $1.09 หมื่นล้าน +15% YOY (สูงกว่าคาด 2%) ขณะที่ EPS มีกำไรอยู่ที่ $3.17+15% YOY (สูงกว่าคาด 1%) โดยปริมาณการชำระเงิน (PAYMENTS VOLUME) เพิ่มขึ้น 8% YOY บนฐานค่าเงินคงที่ ขณะที่ ปริมาณธุรกรรมข้ามพรมแดน (CROSS-BORDER VOLUME) ไม่รวมธุรกรรมภายในยุโรปซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนรายได้จากธุรกรรมระหว่างประเทศ เพิ่มขึ้น 11% YOY และ จำนวนธุรกรรมที่ประมวลผลทั้งหมด เพิ่มขึ้น 9% สู่ 69.4 พันล้านรายการสำหรับกลุ่ม PAYMENT แนะนำเก็งกำไร MASTERCARD (DR: MA80) เนื่องจากบริษัทเติบโตได้โดดเด่นที่สุดในกลุ่ม

SANDISK เติบโตเหนือความคาดหมาย แนวโน้มสดใสต่อ
SANDISK (SNDK US) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปีบัญชี 2026 มีรายได้อยู่ที่ $3.0 พันล้าน +61%YOY (สูงกว่าคาด 13%)ขณะที่ EPS มีกำไรอยู่ที่ $6.2 +763% YOY (สูงกว่าคาด 77%) อีกทั้งบริษัทคาดการณ์รายได้ไตรมาส 3 อยู่ในช่วง 4.4–4.8 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าประมาณการของตลาดที่ 2.92 พันล้านดอลลาร์อย่างมาก ขณะที่กำไรต่อหุ้นปรับปรุงแล้วคาดว่าจะอยู่ที่ 12.00–14.00 ดอลลาร์ สูงกว่าราว 3 เท่าเมื่อเปรียบเทียบกับตลาดที่คาดอยู่ที่ระดับ 4.21 ดอลลาร์

 

THAI FOCUS
กระแสการเมืองไทย 2026 เป็นอย่างไรตอนนี้ และ SET จะเคลื่อนไหวอย่างไร
นับถอยหลังก่อนการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.69ข้อมูลจาก POLYMARKET เผยให้เห็นถึงการเมืองไทยในปี 2026อาจไม่ได้ตัดสินกันแค่ที่หีบบัตรเลือกตั้ง แต่อยู่ที่เกมการเจรจาหลังปิดหีบ พรรคประชาชนอาจชนะใจคนส่วนใหญ่แต่อำนาจบริหารอาจตกอยู่ในมือของผู้ที่กุม "ดุลอำนาจ" ได้ดีที่สุดอย่างภูมิใจไทยโดยข้อมูลบ่งชี้ว่าพรรคประชาชนยังคงเป็นเต็งหนึ่งที่คนเชื่อว่าจะชนะการเลือกตั้งด้วยสัดส่วนสูงถึง 59% โดยทิ้งห่างคู่แข่งอย่าง พรรคภูมิใจไทย ที่ตามมาเป็นอันดับสองที่ 35% ที่น่าตกใจ คือ พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาลในปัจจุบัน กลับมีตัวเลขเหลือเพียง 5.8% เท่านั้น สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายอย่างหนักในการรักษาฐานเสียงและการบริหารความคาดหวังของประชาชนในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามมื่อมาดูที่ตัวบุคคลว่าใครจะได้เป็นยายกฯคนต่อไป กลับเป็นคุณอนุทิน ชาญวีรกูลเต็งหนึ่งด้วยโอกาสสูงถึง 76% ตามด้วยณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิที่มีตัวเลขอยู่ที่ 18% เท่านั้น

ดังนั้นนักลงทุนอาจมองว่า แม้พรรคประชาชนจะชนะเลือกตั้งได้ ส.ส. เป็นอันดับหนึ่ง แต่การรวมเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาลอาจยังเป็นอุปสรรคเหมือนในอดีต ทำให้พรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูงและเป็นพรรคตัวแปรสำคัญมีโอกาสสะสมแต้มต่อและได้รับการยอมรับจากขั้วอำนาจเดิมมากกว่า ซึ่งต้องติตตามว่าผลลัพธ์จะเป็นแบบที่POLYMARKET คาดการณ์ไว้หรือไม่


ซึ่งนโยบายเศรษฐกิจของพรรคใหญ่ที่เตรียมเข้ามาหลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้น มีรายละเอียด ดังนี้
1. พรรคประชาชน (สีส้ม) นโยบายหลัก : เน้นการสนับสนุน SME และสินค้าไทย, การยกระดับตลาดทุน, ผลักดันอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (SEMICONDUCTOR), และสวัสดิการขนส่งสาธารณะ
2. พรรคภูมิใจไทย (สีน้ำเงิน)นโยบายหลัก : เน้นสวัสดิการ (คนละครึ่ง/บัตรสวัสดิการ), ลดค่าไฟ, ส่งเสริมการออม (พันธบัตร/หวยเกษียณ), สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (SOFT LOAN), การลงทุนรัฐร่วมเอกชน (PPP), เศรษฐกิจสีเขียว (GREEN ECONOMY), และ AI
3. พรรคเพื่อไทย (สีแดง) นโยบายหลัก : การแก้หนี้/พักหนี้, แจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต, ลดค่าครองชีพ (เดินทาง, ค่าไฟ, รักษาพยาบาล), และยกระดับเศรษฐกิจด้วย AIดังนั้นนโยบายเศรษฐกิจที่เตรียมคลอดลงสู่เศรษฐกิจในช่วง 2H69 น่าจะเป็นตัวพยุงให้ GDP ไทยมีโอกาสเติบโตมากกว่าระดับ 1.5-1.6% ดังที่หลายสำนักเศรษฐกิจคาดการณ์ไว้ได้

 

SYNAPSE STRATEGY
ตลาดหุ้นโลกผันผวน หุ้นไทยรับแรงหนุนจากกระแสเลือกตั้งกับราคาน้ำมันขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นโลกเข้าสู่โหมด RISK OFF หลังดอลลาร์อ่อนค่า 2% หนุนทองคำ +9% น้ำมันขึ้นแรง+10% ขณะเดียวกันตลาดหุ้นโลกเริ่มผันผวนมากขึ้น S&P500 ทรงๆ +0.6%, ตลาดหุ้นยุโรป -1.3% ฯลฯ

 

แต่เม็ดเงินยังเอนเอียงมาที่ตลาด EM ส่วนไทยเองเข้าสู่ช่วงสัปดาห์สุดท้ายของการเลือกตั้ง ในอดีต SET จะขึ้นได้ราว 1.9% และมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในช่วง 1 เดือน หลังเลือกตั้งอีก 2.6%

 

แนะนำหุ้นใหญ่อิงราคา COMMODITY อย่าง PTT, PTTEP, TOP, IVL ได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ทยอยปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงหุ้น DOMESTIC อย่าง TRUE, COM7, TIDLOR รับกระแสการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มในช่วงเลือกตั้ง

 



จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์

ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985

สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

ออกของ By : นายกล้วยหอม

นายกล้วยหอม เห็นราคาทองคำ ทะลุ8 หมื่นบาทต่อทอง1บาท แล้ว ก็นั่งมองตาปริบ ฝั่ง ต่างชาติ วานนี้ ก็ออกของ ขายของ ...

มัลติมีเดีย

พูด คุยสบายๆ... EKH ปี 70-71 จะดีกว่าปี 69 - หุ้นอินไซด์ ทอล์ค

พูด คุยสบายๆ... EKH ปี 70-71 จะดีกว่าปี 69 - หุ้นอินไซด์ ทอล์ค

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้