Today’s NEWS FEED

ตอนนี้คุณกำลังอยู่ในเว็บไซต์สำหรับทดสอบระบบ

News Feed

บล.เอเซีย พลัส : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

79

 

ตลาดหุ้นไทย เป้าหมาย FLOW ต่างชาติ

HORIZON MARKET VIEW
• วานนี้ค่าเงินดอลลาร์ฟื้นตัวปรับตัวสูงขึ้นราว +0.13% ยืนเหนือ 96 หลังรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ SCOTT BESSENT ส่งสัญญาณหนุนค่าเงินหยุดการดิ่งลงต่อเนื่องนอกจากนี้ยังมีแรงหนุนจาก FED มีมติ 10 ต่อ 2 ให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% ตามคาด พร้อมระบุว่าเศรษฐกิจมีสัญญาณดีขึ้น การจ้างงานยังอยู่ในระดับต่ำ และอัตราว่างงานมีสัญญาณเริ่มทรงตัว ส่วนแนวโน้มทิศทางดอกเบี้ย FED ไม่ได้ส่งสัญญาณผ่อนคลายในอนาคต ขณะที่ FEDWATCH TOOL คาดการณ์ว่า FED จะเริ่มปรับลดดอกเบี้ยในช่วง 2H69
• ทรัมป์เตือนอิหร่านให้รีบทำข้อตกลงนิวเคลียร์กับสหรัฐฯ มิฉะนั้นจะเผชิญ “การโจมตีทางทหารที่รุนแรงยิ่งกว่าการโจมตีเมื่อเดือนมิถุ


REGION RADAR
• SK HYNIX (000660 KS) รายงานรายได้อยู่ที่ 32.8 ล้านล้านวอน+66% YOY (สูงกว่าคาด 4.9%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ 2.2 หมื่นวอนต่อหุ้น +90% YOY หนุนจากรายได้ชิปหน่วยความจำ HBM เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า แนะนำเก็งกำไร DR: MICRON01
• ADVANTEST (6857 JT) รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปีบัญชี2026 มีรายได้อยู่ที่ 2.73 แสนล้านเยน +25% YOY (สูงกว่าคาด26%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ 108.38 เยนต่อหุ้น +54% YOY (สูงกว่าคาด59%) แนะนำเก็งกำไรระยะสั้น DR: ADVANT23

 

THAI FOCUS
• MSCI สั่งระงับการเพิ่มน้ำหนักหุ้นอินโดนีเซียทุกกรณี และขู่จะ "ลดชั้น"สู่ตลาด FRONTIER MARKET หากไม่แก้ไขภายใน พ.ค. 2026
• เมื่อตลาดอินโดนีเซียมีความเสี่ยง นักลงทุนต่างชาติจึงมองหาแหล่งพักเงินที่โปร่งใส และดีกว่าในภูมิภาคเดิม ซึ่งไทย คือเป้าหมายหลัก โดยต้นเดือนนี้ต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 7.8 พันล้านบาท และตราสารหนี้3.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งมี MOMENTUM ซื้อสุทธิต่อ นอกจากนี้ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้น ยังเป็นแรงส่งบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงานใน SET


SYNAPSE STRATEGY
• ปัจจุบันเกิดส่วนต่างราคา ระหว่างหุ้นไทยกับหุ้นโลกอย่างชัดเจนโดยหุ้นสหรัฐฯราคาเริ่มตึงตัว (แพง) ในขณะที่หุ้นไทยยังมีส่วนลด(DISCOUNT) ในเชิงเปรียบเทียบ PE
• การลงทุนใน SET ช่วงนี้มีความเสี่ยงต่ำในแง่ของราคา (เพราะราคาลงมารับข่าวร้ายไปมากแล้วจนมี PE ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย) กลยุทธ์การลงทุนสะสมหุ้นกลุ่มปันผลสูงเกิน 4.5% และ EPS GROWTH26Fเติบโต >0% อาทิ SIRI, AP, PTT, LH, BJC, PLANB, CPAXTเป็นต้น


HORIZON MARKET VIEW
ดอลลาร์พลิกแข็งค่าแล้ว แต่น้ำมันยังคงพุ่งต่อ
วานนี้ค่าเงินดอลลาร์ฟื้นตัวปรับตัวสูงขึ้นราว +0.13% ยืนเหนือ 96 หลังรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ SCOTTBESSENT ส่งสัญญาณหนุนค่าเงินหยุดการดิ่งลงต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีแรงหนุนจาก FED มีมติ10 ต่อ 2 ให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% ตามคาด พร้อมระบุว่าเศรษฐกิจมีสัญญาณดีขึ้น การจ้างงานยังอยู่ในระดับต่ำ และอัตราว่างงานมีสัญญาณเริ่มทรงตัว ส่วนแนวโน้มทิศทางดอกเบี้ย FED ไม่ได้ส่งสัญญาณผ่อนคลายในอนาคตพร้อมระบุว่าในการพิจารณาขอบเขตและช่วงเวลาที่เหมาะสมของการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมต่อกรอบเป้าหมายของอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น ขณะที่ FEDWATCH TOOL คาดการณ์ว่าFED จะเริ่มปรับลดดอกเบี้ยในช่วง 2H69อย่างไรก็ดี การประกาศชื่อประธานเฟดคนใหม่อาจเปิดเผยภายใน 1 สัปดาห์นี้หากไปทางสาย DOVISH อาจเพิ่มความคาดหวังว่า FED จะปรับลดดอกเบี้ยมากกว่า 1 ครั้งในปีนี้เสี่ยงกดดันเงินดอลลาร์ชะลอการแข็งค่าได้

 

อีกหนึ่งประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดคือ ความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ หลังทรัมป์เตือนอิหร่านให้รีบทำข้อตกลงนิวเคลียร์กับสหรัฐฯ มิฉะนั้นจะเผชิญ “การโจมตีทางทหารที่รุนแรงยิ่งกว่าการโจมตีเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว”โดยก่อนหน้านี้สหรัฐฯ ได้ส่งเรือรบระดับ AIRCRAFT CARRIER เข้าประจำการแล้ว ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อรัฐบาลอิหร่านและผลักดันราคาน้ำมันให้พุ่งขึ้น

 

REGION RADAR
SK HYNIX รายงานผลประกอบการแข็งแกร่ง เติบโตในทุกมิติ
SK HYNIX รายงานรายได้อยู่ที่ 32.8 ล้านล้านวอน +66% YOY (สูงกว่าคาด 4.9%)ขณะที่ EPS อยู่ที่ 2.2 หมื่นวอนต่อหุ้น +90% YOY (สูงกว่าคาด 17%) หนุนจากรายได้ชิปหน่วยความจำ HBM เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เนื่องจาก DEMAND ในฝั่ง AI DATA CENTER ที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งบริษัทประกาศแผนลงทุนในปี2026 จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ผู้บริหารได้กล่าวว่า “ไม่มีทางลัดจากฝั่ง SUPPLY ที่จะรองรับดีมานด์ AI ใหม่ได้ง่ายๆ

 

ADVANTEST ปรับเพิ่ม GUIDANCE ในไตรมาส 1 สูงกว่าตลาดคาด
ADVANTEST เป็นบริษัททดสอบชิป โดยมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นเบอร์ 1 ของโลก ลูกค้าหลักเป็นบริษัทผลิตชิปทั่วโลก อย่างเช่น TSMC และอีกมากมาย บริษัทได้รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปีบัญชี 2026 มีรายได้อยู่ที่2.73 แสนล้านเยน +25% YOY (สูงกว่าคาด 26%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ 108.38 เยนต่อหุ้น +54% YOY (สูงกว่าคาด 59%) อีกทั้งบริษัทได้ปรับคาดการณ์รายได้และกำไรทั้งปีเพิ่มขึ้น โดยคาดยอดขายสุทธิ 1.07 ล้านล้านเยน(จากเดิม 950,000 ล้านเยน) ซึ่งปรับยอดขายเพิ่มขึ้นจากเดิม 10% และปรับคาดกำไรสุทธิที่ระดับ 328,500 ล้านเยน (จากเดิม 275,000 ล้านเยน) เป็นการปรับกำไรขึ้นจากเดิม 19%

 

 


THAI FOCUS
MSCI อาจโยกย้ายเม็ดเงินมาตลาดหุ้นไทย
วานนี้ MSCI ได้เสร็จสิ้นการประเมินแนวทางปฏิบัติเรื่อง FREE FLOAT ของอินโดนีเซีย และประกาศมาตรการเข้มงวด ดังนี้
• การระงับกิจกรรม: จะรวมถึงการหยุดเพิ่มน้ำหนักหุ้น (FOREIGN INCLUSION FACTORS), หยุดเพิ่มหุ้นใหม่เข้าดัชนี และหยุดการย้ายกลุ่มหุ้นไปยังเซกเมนต์ที่ใหญ่ขึ้น
• เส้นตายการแก้ไข: หากอินโดนีเซียไม่มีความคืบหน้าในการเพิ่มความโปร่งใสภายในเดือนพฤษภาคม 2026MSCI อาจพิจารณาลดน้ำหนักการลงทุน หรืออาจลดชั้นไปสู่ตลาดชายขอบ (FRONTIER MARKET)ซึ่งเหตุผลหลักๆที่ไม่ตรงกันระหว่าง มุมมองของอินโดนีเซีย (IDX) และ มุมมองของ MSCI (GLOBAL STANDARD)คือประเด็น FREE FLOAT และความไม่โปร่งใสของผู้ถือหุ้น โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. ความไม่ถูกต้องและไม่โปร่งใสของข้อมูล FREE FLOAT: MSCI ประเมินว่าข้อมูลสัดส่วนการถือหุ้นโดยผู้ถือหุ้นรายย่อย (FREE FLOAT) ของบริษัทจดทะเบียนในอินโดนีเซียที่รายงานออกมาชั่วคราวนั้นไม่มีความแม่นยำ โดยนักลงทุนระดับโลกแสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับการขาดความโปร่งใสในโครงสร้างการถือหุ้น

2. ปัญหาการซ่อนตัวของกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่: ในตลาดหุ้นอินโดนีเซีย บริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งถูกถือหุ้นโดยกลุ่มบริษัท (CORPORATE GROUPS) ขนาดใหญ่ ซึ่งตามเกณฑ์ปกติจะมีการเปิดเผยรายชื่อเฉพาะผู้ถือหุ้นที่ถือเกิน 5% เท่านั้น, ทำให้มีผู้ถือหุ้นบางส่วนที่อาจมีลักษณะเป็นผู้ถือหุ้นเชิงกลยุทธ์ (NON-FREE FLOAT) แต่กลับถูกนับรวมเป็น FREE FLOAT เพราะถือหุ้นในสัดส่วนที่ต่ำกว่าเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูล


3. มาตรฐานที่แตกต่างระหว่างตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย (IDX) และ MSCI: เกณฑ์ของ IDX ยอมรับให้บริษัทบางแห่งมี FREE FLOAT ต่ำเพียง 10% หรือต่ำกว่านั้นในบางกรณี (เช่น การแยกบริษัทหรือการปรับโครงสร้าง) ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ที่เข้มงวดของ MSCI


หากไม่มีการแก้ไขปัญหาความไม่ชัดเจนของโครงสร้างผู้ถือหุ้นภายในเดือนพ.ค 2026 สถานการณ์ดังกล่าวสร้างโอกาสเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทยและตลาดเกิด EM ในภูมิภาค ที่อาจได้รับอานิสงส์จากการโยกย้ายเงินทุนของกองทุนต่างชาติที่มองหาแหล่งพักเงินที่มีความมั่นคงและโปร่งใสมากกว่า ซึ่งจะเห็นได้ว่า FLOW ต่างชาติตั้งแต่ต้นเดือนไหลเข้าตลาดหุ้นไทย 250 ล้านเหรียญฯ(7.8 พันล้านบาท) และเข้าตราสารหนี้ไทยกว่า 3.8 หมื่นล้านบาท

ซึ่งเมื่อใดก็ตามเดือนที่ "หุ้นไทย" หรือ "ตราสารหนี้ไทย" ถูกซื้อสุทธิเมื่อรวมกัน มักจะส่งผลให้ SET บวกตาม ยิ่งหากตัวเลขรวมกันมากกว่า 4 หมื่นล้านบาท เช่น เดือน SEP-24 และ APR-25 ที่ดัน SET ขึ้น 6.6% และ 3.4% ซึ่งครั้งนี้มีโอกาสเห็น MOMENTUM ซื้อสุทธิต่อทั้งจากราคาน้ำมันดิบยังปรับตัวขึ้น และการโยกย้ายเม็ดเงินจากตลาดหุ้นอินโดนีเซีย


SYNAPSE STRATEGY
ตักตวงหุ้นไหนที่น่าสะสมตอนนี้
ตลาดหุ้นไทย (SET INDEX) ยังคงน่าสนใจเข้าลงทุน โดยมีจุดเด่นสำคัญอยู่ที่เรื่องของ "ความถูก" หรือVALUATION โดย ดัชนี SET ปัจจุบันซื้อขายกันที่ระดับ TRAILING PE ประมาณ 16.4 เท่า ระดับนี้ถือว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตย้อนหลังตั้งแต่ปี 2022 (AVG) ซึ่งอยู่ที่ 18.0 เท่า และลงมาแตะระดับ -1SD (STANDARDDEVIATION) ที่ 16.5 เท่า ถือเป็นจุดที่มี DOWNSIDE (ความเสี่ยงขาลง) ค่อนข้างจำกัดซึ่งหากเปรียบเทียบระหว่าง การเติบโตของกำไร (EPS GROWTH 26F) และ ความถูกแพง (PE 26F)

กลุ่มกล่องสีเขียว (โซนน่าสนใจ/ราคาถูก): ประกอบด้วย ไทย, ฮ่องกง, จีน, เวียดนาม และยุโรป ตลาดกลุ่มนี้มี PEต่ำ (ต่ำกว่า 15-16 เท่า)

กลุ่มกล่องสีแดง (โซนแพง): ประกอบด้วย ตลาดหุ้นสหรัฐฯ (NASDAQ, S&P500, DOW JONES) ญี่ปุ่น และไต้หวัน ซึ่งมี PE สูงทะลุ 20 เท่าขึ้นไปจุดยืนของไทยมีค่า PE ปี 2026F อยู่ที่ประมาณ 14.9 เท่า ซึ่งถือว่าถูกมากเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยโลก ในขณะที่ EPSGROWTH ปี 2026F คาดการณ์อยู่ที่ 4.7% (แม้จะไม่สูงเท่ากลุ่ม TECH ในสหรัฐฯ หรืออินเดีย แต่แลกมาด้วยต้นทุนราคาหุ้นที่ถูกกว่ามาก)


กลยุทธ์การลงทุนแนะนำเอนเอียงน้ำหนักมาที่แถบเอเชีย ส่วนไทยเลือกสะสมหุ้นกลุ่มปันผลสูงเกิน 4.5% และ EPSGROWTH26F เติบโต >0% อาทิ SIRI, AP, PTT, LH, BJC, PLANB, CPAXT เป็นต้นส่วน PRIME PICK เลือกหุ้นปันผลสูง กำไรปีนี้เติบโตอย่าง SIRI PTT และชื่นชอบ ธ.พ. LAGGARD กลุ่มอย่างBBL

 

 

จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์

ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985

สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้