Today’s NEWS FEED

ตอนนี้คุณกำลังอยู่ในเว็บไซต์สำหรับทดสอบระบบ

News Feed

InnovestX ชี้ SET "ติด High เดิม 1345 ผ่านได้ขึ้นต่อ"

92

 

 

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์( 29 มกราคม 2569 )-----InnovestX บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX ออกบทวิเคราะห์ประจำวันที่ 29 มกราคม 2569คาดตลาดแกว่งตัวไซด์เวย์ ชะลอตัวหลังทดสอบแนวต้าน 1345 ที่เป็นจุดสูงสุดก่อนหน้านี้ หากผ่านได้จะแกว่งตัวขึ้นรอบใหม่ แรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติลดระดับลง แม้ยังซื้อสุทธิ ปัจจัยภายนอก ผลการประชุมเฟดคงดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดไว้และยังไม่ส่งสัญญาณลดดบ.ต่อ ตลาดคงคาดว่าเฟดลดดบ. 2 ครั้งในปีนี้ ทางเทคนิค ทิศทางระยะสั้นยังเป็นการแกว่งตัวขึ้น แต่มีช่วงชะลอการขึ้นสั้นที่ 1345 หากไม่หลุดต่ำกว่า 1330/1320 คาดการพักฐานไม่นาน ประเมินแนวต้านอยู่ที่ 1345/1360


ประเด็นสำคัญ
• เมื่อคืนนี้เฟดมีมติ 10 ต่อ 2 ในการคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.50-3.75% ตามตลาดคาด ระบุเศรษฐกิจสหรัฐอยู่ในแนวโน้มที่ดีขึ้น ส่งสัญญาณอัตราว่างงานที่มีเสถียรภาพ ทำให้อาจระมัดระวังมากขึ้นในการปรับดอกเบี้ยในอนาคต อย่างไรก็ดีตลาดคาดเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ (มิ.ย.และ ธ.ค.)
• วานนี้ราคาน้ำมันดิบ WIT และ Brent ปรับขึ้นต่อเป็นวันที่ 2 ราว 1.3%DoD หลัง ปธน. ทรัมป์ขู่โจมตีอิหร่านหากไม่กลับสู่โต๊ะเจรจาเพื่อทำข้อตกลงนิวเคลียร์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันในตะวันออกกลาง และสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐลดลงมากกว่าคาด มองเป็นบวกระยะสั้นต่อหุ้นกลุ่มพลังงานอย่าง PTTEP PTT
• ตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซียเร่งเจรจา MSCI หลังถูกปักธงแดง โครงสร้างถือหุ้น–free float เสี่ยงถูกลดสถานะเป็น Frontier Marketมีกำหนด พ.ค. โดยวานนี้Jakarta Composite ร่วง 8% ระหว่างวัน ใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์หยุดซื้อขาย 30 นาที มองเป็น Sentiment เชิงบวกต่อหุ้นไทยและฟิลิปปินส์ ที่มีโอกาสถูกเพิ่มน้ำหนักลงทุนแทน
• ททท. เปิดตัว ลิซ่า เป็น Amazing Thailand Ambassador ณ วัดอรุณฯ ตอกย้ำไทยเป็น Quality Leisure Destination พร้อมดึงดูดนักท่องเที่ยวซ้ำและสร้างความเชื่อมั่นผ่านโครงการ Trusted Thailand คาดเป็น Sentiment เชิงบวกต่อ AOT CENTEL และ ERW
• ส.อ.ท.เผยยอดผลิตรถปี 2568 แตะ 1.45 ล้านคัน ลดลงต่อเนื่อง 3 ปี พร้อมตั้งเป้าผลิตปี 69 แตะ 1.5 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 3%YoY ขณะที่การส่งออกรถยนต์คาดทรงตัวท่ามกลางความเสี่ยงโลก มองหากอุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้นตัวจะเป็นบวกต่อ STANLY SAT


กลยุทธ์การลงทุน
ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวในกรอบ 1,270–1,360 จุด ปัจจัยในประเทศติดตามการไหลเข้าของ Fund Flow หลังกลับมาซื้อสุทธิในสัปดาห์ก่อน, การทยอยประกาศผลประกอบการ 4Q68 ของหุ้น Real Sector, นโยบายหาเสียงด้านเศรษฐกิจของพรรคการเมืองซึ่งจะมีผลต่ออุตสาหกรรมและหุ้นที่เกี่ยวข้อง ส่วนปัจจัยภายนอกติดตามความไม่แน่นอนเชิงนโยบายของ ปธน. ทรัมป์ ที่มีต่อต่างประเทศ (ตะวันออกกลาง, ยุโรปและจีน) ซึ่งมีผลต่อบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่ผลการประชุมนโยบายการเงินของเฟดมีมติคงดอกเบี้ยตามตลาดคาดและยังไม่ได้ส่งสัญญาณการปรับลดดอกเบี้ยในอนาคต ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”


แนวรับ – แนวต้าน : 1330/1320 – 1345/1360

ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET มีโอกาสพักตัวบนฐานใหม่ ติดตามทิศทาง Fund Flow และการประกาศงบ 4Q68 ของบจ. ไทย กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 2 ธีมหลักและ 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. หุ้น Earnings Play ซึ่งคาดกำไร 4Q68 จะเติบโตเด่นเกิน 10%YoY และเราแนะนำ Outperform จากพื้นฐานธุรกิจมั่นคงและมีโมเมนตัมกำไรที่ดี แนะนำ ADVANC BGRIM CHG GPSC GULF OR PRM
2. หุ้นปันผลคุณภาพดีเพื่อสร้างกระแสเงินสดและลดความผันผวนให้แก่พอร์ตลงทุน แบ่งเป็น 1) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะยาว (กำไรแต่ละปีมั่นคง, ผันผวนต่ำ, ฐานะการเงินแข็งแกร่ง, มี SET ESG Ratings A-AAA และจ่ายปันผลสม่ำเสมอ โดยคาดให้ Div. Yield สูงเกินปีละ 5%) แนะนำ AP DIF KTB PTT TISCO และ 2) หุ้นปันผลสำหรับลงทุนระยะสั้น 6 เดือน (กำไรปี 2568 มั่นคง, ผันผวนต่ำ, คาดมีเงินปันผลจากกำไรปี 2568 ที่เหลือจ่ายหลังหักเงินปันผลที่ประกาศจ่ายระหว่างกาลไปแล้ว ซึ่งให้ Div. Yield เกิน 5%) แนะนำ BAM KBANK SAT THANI TLI
3. Trading Idea: นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไร แนะนำ 1) หุ้น Laggard Play เพื่อรับอานิสงส์จากการหมุนกลุ่มเล่นของ Fund Flow โดยเลือกหุ้น SET 50 ซึ่งราคาหุ้นปรับขึ้น YTD ต่ำกว่า SET และ Valuation ถูก โดยมี PBV และ PER 2569F < -1SD อีกทั้งมีพื้นฐานดี แนะนำ CENTEL CPALL CPN HMPRO SAWAD WHA 2) หุ้นที่คาดจะได้ประโยชน์จาก Election Rally เพราะมีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในช่วงหาเสียงก่อนเลือกตั้ง แนะนำ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL BJC CPN) กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม (GFPT OSP) กลุ่มสินเชื่อ (MTC SAWAD TIDLOR) และ 3) หุ้นที่คาดจะได้อานิสงส์จากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางจากความไม่แน่นอนที่สูงของนโยบาย ปธน. ทรัมป์ โดยจะเน้นเก็งกำไรตามรอบข่าว แนะนำ PTTEP PTT

Daily Top Picks
PTTEP: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นจากความกังวลหลังทรัมป์ขู่โจมตีอิหร่าน และกดดันอุปทานในตะวันออกกลาง ใน 4Q68 คาดจะเป็นไตรมาสที่กำไรสุทธิแข็งแกร่งที่สุดของปี 2568 จากกำไรพิเศษจากประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน Fx และการต่อรองราคาซื้อโครงการก๊าซฯ Touat ในแอลจีเรีย เป้าหมายระยะสั้น 127 บาท

CENTEL: ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากททท. เปิดตัว ลิซ่า เป็น Amazing Thailand Ambassador นทท.จีนเริ่มโต 14%WoW ในขณะที่ RevPAR ใน 4Q68 ที่เติบโตได้ดีในทุกพื้นที่อยู่ที่ 4,524 บาท (+15% YoY, +30% QoQ) จากทั้งค่าห้องเฉลี่ย (ARR) ที่ +5%YoY, +17%QoQ ปี 2569 คาดกำไรโต 16%YoY เป้าหมายระยะสั้นที่ 37.00 บาท

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้